ระบบอุปถัมภ์ … ไม่ยากเกินเข้าใจ!

ระบบอุปถัมภ์ นั่นหรือ คือ ระบบความสัมพันธ์ ระหว่างคนสองคน ที่มีสถานภาพทางสังคม ที่ไม่เท่าเทียมกัน แต่อยู่ร่วมกัน ด้วยผลประโยชน์ต่างตอบแทน หรือ มีความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนระหว่างกัน 

ผู้อุปถัมภ์ (ผู้ให้) ซึ่งมี ทรัพย์สิน เงินทอง หรือ อำนาจ มากกว่า จะเป็น ฝ่ายอุปการะ คุ้มครอง เพื่อให้ ผู้รับการอุปถัมภ์ (ผู้รับ) ให้รอดพ้นจากการถูกกดขี่ อันตรายต่างๆ จากผู้อื่น … ผู้รับ เอง ก็ตอบแทนด้วยการให้ความนิยม ให้ข่าวสาร หรือ แผนการร้ายของผู้อื่น ฯลฯ  

ดังนั้น โดยพื้นฐานแล้ว ระบบอุปถัมภ์ จะเป็นความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน ก็ต่อเมื่อ ผู้ให้ มีคุณธรรม และ ผู้รับ ยินยอมมอบความภักดี(ด้วยใจ)   

ต่อมา เมื่อระบบตลาด แทรกเข้ามาในสังคมมากขึ้น การซื้อขายแลกเปลี่ยน มีกฏกติกาชัดเจน แม้เป็น คนแปลกหน้า ก็สามารถแลกเปลี่ยนซื้อขายกันได้ ระบบอุปถัมภ์ ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไป … ไม่ใช่ ระบบความสัมพันธ์ส่วนตัว เหมือนในอดีต (เช่น การซื้อขายเสียง)   

ช่วงหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ระบบอุปถัมภ์ ไม่ได้เกิดขึ้นระหว่าง นายกับไพร่ แต่กลายเป็น ความสัมพันธ์ระหว่าง เจ้าขุนมูลนาย(ผู้ใหญ่) กับ ผู้น้อย   

ในระบบราชการ ผู้ใหญ่ หวังการสนับสนุน หรือ การช่วยเหลือต่างๆ จาก ผู้น้อย และ ผู้น้อย ก็หวังเลื่อนยศ ตำแหน่ง เงินเดือนสูงขึ้น หรือ ได้รับการสนับสนุนอื่นๆ … นี่เป็นจุดเริ่มต้น ที่ทำให้ ผู้ใหญ่ ต้องหารายได้พิเศษ! 

เมื่อระบบตลาดขยายตัวมากขึ้น นักธุรกิจมีอำนาจเงินสูงขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ เกิด ระบบอุปถัมภ์แบบกลับด้าน ซึ่งหมายถึง นักธุรกิจกลายเป็น ผู้อุปถัมภ์ ในขณะที่ ผู้ใหญ่(ไร้คุณธรรม) ในระบบราชการ เป็น ฝ่ายรับ   

การลดความเข้มข้นของระบบอุปถัมภ์ เป็นเรื่องเดียวกับ การลดช่องว่างสถานภาพทางสังคม ไม่ใช่ การเติมช่องว่าง ด้วยการ ให้เปล่าเพราะนั่นจะยิ่งทำให้ ผู้รับ กลายเป็น ผู้แบมือขอ หรือ ผู้รับบริจาค … ซึ่งจะแย่กว่า ระบบอุปถัมภ์ เสียอีก?       

ยากไปไหมเอ่ย??  

khun_aut    

  danmark_et_demokratisk_retssamfund_1.jpg

Inspired by: http://www.nidambe11.net/ekonomiz/2005q1/article2005march16p1.htm