ความคาดหวังของลูกค้า ต่อการเดินทางด้วยเครื่องบิน ค่อยๆ เปลี่ยนไป (จากอะไรสักอย่าง) เป็น (1) ราคาประหยัด (2) ปลอดภัย (3) รวดเร็ว และ (4) การบริการที่ไม่ต้องหรูหรานัก โดยเฉพาะการบินระยะสั้น … นั่นเป็นที่มา ของ Low cost airlines ทั้งหลาย
ราคา ::::: ปี 47-48 สำนักวิจัย(อะไรสักอย่าง) ระบุว่า “บินไทย” กวาดตลาดนักเดินทางด้วยเครื่องฯ กว่า 80% หรือ ประมาณ 8-9 ล้านคนต่อปี นอกนั้น แบ่งๆ ให้ Low cost กิน(เค้ก)บ้าง
แต่ตอนนี้ Low cost หลายๆ สาย ปรับตัวได้ เล่นกลับ เอาคืน “บินไทย” ซะปวดกบาลอยู่พักใหญ่ พอหายมึน ก็ประกาศลดราคามาสู้ กับ บรรดา Cheap-cheap / Low-Low โดยเฉพาะกับญาติผู้น้อง ที่ชื่อว่า นก!
น้องนก บ่นกับ พี่บินไทย ว่า “ผมอยากเป็น The Best Flight ครับเพ่ ไม่ใช่ The Best fight!! — ผมไม่ใช้ fighting brand ของพี่นะคับ … พี่เล่นลดราคามาอย่างนี้ ผมก็ตายฮ่าสิพี่!!”
ปลอดภัย ::::: ข้อมูลด้านความปลอดภัย มีตัวเลขประมาณว่า โอกาสตายจากเครื่องฯตก คือ 1:52 ล้านคน ในขณะที่ อัตรา “ตายกลางถนน” มีตั้ง 1:7 ล้านคน … สรุปว่า ไปเครื่องฯ ปลอดภัยกว่า 6.9 เท่า??? (คุ้มไหมเนี่ย?)
เรื่องนี้ไม่ต้องเป็นห่วงจนเกินงาม เพราะ แอร์เสีย เฮ้ย แอร์(เอ)เซีย กำลัง promote กันเต็มเหนี่ยว จนเป็น bad joke ล้อเล่นกันว่า “สายการบินของเรา ขอเสนอ เครื่องฯ ไม่เก่า … แอร์ฯ ก็ไม่แก่ … แถม … pilot ยังใหม่กว่า!!! อีกต่างหาก” ~~~
ความรวดเร็ว ::::: นี่แหละ กำลังเป็นปัญหาหนัก … บินไปเชียงใหม่ใช้เวลาน้อยกว่า ขับรถจากปากน้ำ มาเดินเที่ยว เซนทรัลเวิร์ด หรือ พารากอน ก็จริง … แต่ตอนรอ “เครื่อง delay” นี่สิ มัน … ไม่รู้จะบรรยายยังไง
ถ้าเป็น Taxi ขับช้าๆ เราอาจบอกให้ขับเร็วๆ หน่อย หรือ “จอดตรงนี่แหละพี่ (Ku จะเรียกคันใหม่)” … ถ้าเป็นเครื่องฯ เราเดินไปบอก pilot ดีไหม
“เร่งๆ หน่อยพี่ … take off เลยพี่ … บินต่ำๆ ก็ได้ … จอดเลยๆ” (ฮา)
ความหรูหรา ::::: Pacific Southwest Airlines สัญชาติอเมริกัน เริ่มใช้นโยบาย Low cost airline เป็นครั้งแรก เมื่อปี 1949 (ไม่ใช่ Southwest Airline – 1971 อย่างที่หลายคนเข้าใจกัน)
คนที่ไม่ชอบอะไร รุ่มร่าม หรูหรา อย่างเช่น โต๊ะกินข้าว ปูผ้าแบบ”ไม่จับจีบ” (No frills) นี่แหละ คือ ที่มาของ นักเดินทางสายพันธุ์ใหม่ … Low cost airlines จึงมีชื่อเล่น ว่า No-frills airlines หรือไม่ก็ No nonsense airlines ไปเลยก็มี
คำว่า Nonsense ไม่มีสูตร และไม่อาจนำใช้ได้ทั่วโลก เพราะ senses ของเผ่าพันธุ์(มัน)ต่างกัน — ฝรั่งอาจไม่สนใจ “สิว” บนหน้าแอร์ฯ เท่าคนไทย และ คนไทยอาจใส่ใจกับอาการหน้าบึ้งของแอร์ฯ มากกว่า ฝรั่ง ฯลฯ
… แต่ แอร์หน้าบึ้ง แถมมีสิว ไม่ต้องใช้ common senses ก็มองเห็น นะน้องนะ
Khun_aut

สวัสดีครับ Khun_aut
เห็นเรื่องเครื่องบิน อยากทราบว่า คำว่า TG ของการบินไทย นั้นย่อมาจากอะไรครับ
Tomorrow Go นั่นทราบมาว่า เป็นการกระแนะกระแหน มิใช่ความหมายที่แท้จริง
ขอบคุณครับ
คุณประทีปครับ
Tomorrow Go นั่น คนไทยเรา “แดก” กันเอง (ฮา) แต่ความจริงแล้ว code “TG” นี่ มีองค์กร นามว่า ไออาต้า IATA (International Air Transport Association) เป็นผู้ตั้งให้
IATA เป็นองค์กรเอกชนครับ ก่อตั้งมา 60 ปีกว่าแล้ว ทำหน้าที่เป็น “ตัวกลาง” ในการประสานความร่วมมือระหว่างสายการบินสมาชิก (Harmonization) รวมถึง ตั้งกติกาต่างๆ เพื่อส่งเสริมความปลอดภัย ด้วย
ตอนนี้ IATA มีสมาชิก 240 airlines หรือ ประมาณ 94% ของสายการบินทั่วโลก ครับ
อ่านรายละเอียดต่อที่นี่ครับ … http://www.iata.org
ไปค้นดูข้อมูลเพิ่มเติม เพราะอยากรู้ว่า ทำไม TG ไม่เป็น TH (วะ)
อ๋อ … TH เป็น code ของ British Airways CitiExpress ไปแล้ว เราเลยได้ TG มาด้วย ประการฉะนี้
ลองดูตรงนี้นะครับ … http://www.airlinecodes.co.uk/airllistres.asp?airliata=T&airlicao=
: )
บิน1-2 ชั่วโมง ขอแค่สะดวก+ปลอดภัยก็พอค่ะ
สวัสดีปีใหม่ 2551 นะคะ คุณ khun_aut, :D
Happy New Year คับ, คุณ Sililuck
: )
อืมมมม ขอบพระคุณมากขอรับ
ทีนี้จะได้โม้เฟื่องกับเพื่อน ๆ ได้อย่างมีข้อมูล
สวัสดีปีใหม่ขอรับ
: )
ยินดีครับ คุณประทีป
ได้ความรู้ดีครับ จะว่าไป ผมยังไม่เคยขึ้นเครื่องบินซักทีนะเนี่ย ;)
Pingback: วัฒนธรรม โลว์คอส … but high expectation! « ประทีป จิตติ
ฮา กระจุย กริ กิ้วววว
Merry X Mas (ย้อนหลัง) และก็ Happy new year ล่วงหน้านะขอรับ ^^