หนังสือ … ใครไม่อ่านเป็นหมา ไม่รู้ด้วยนา !?
(๑)
สำนักงานสถิติแห่งชาติ สำรวจพบว่า
คนไทย ๔๐% เท่านั้น นิยมอ่านหนังสือ
๖๐% ที่เหลือ ไม่นิยม
สำนักอะไรไม่ทราบ สำรวจพบว่า
คนไทย อ่านหนังสือ ๗ บรรทัด/วัน
กระทรวงศึกษาฯ ตั้งเป้า ๑๒ บรรทัด/วัน (กำแต้ๆ)
อีกสำนัก บอกว่า คนไทย อ่านหนังสือ ๒ เล่ม/ปี
แต่สิงคโปร์ เวียดนาม ๔๐-๖๐ เล่ม/ปี
แบบนี้ จะตั้งเป้าเท่าไหร่ดี … พ่อคุณ
(๑.๕)
ข้อมูลทั้งสาม จริงหรือไม่ ไม่รู้ …
แต่ที่แน่ๆ งานสัปดาห์หนังสือฯ รถติดอิ๊บอ๋าย
รถใต้ดิน บนดิน ไม่ใช่หวย ไม่ได้มีไว้แทง
… มีไว้ให้บริการ นะพ่อ ?!?
หรือนี่ เป็นผลมาจากการอ่านน้อย — ไม่ทราบ ??
(๒)
มนุษย์ มีพัฒนาการ ต่างจาก สัตว์ กะ หมา !
ตรงที่ เรา คิด อ่าน และ เขียน ได้
คิดน้อย อ่านน้อย เขียนน้อย = ด้อยพัฒนา ?
ดร.สุวินัย ภรณวลัย อ.ธรรมศาสตร์ บอกว่า
การอ่านที่ดี อย่างน้อย ควรอ่าน ๔ เรื่อง
Self, Nature, Social and Culture !!
การคิด จะสมบูรณ์ เมื่ออ่าน
การอ่าน จะสมบูรณ์ เมื่อเขียน
งานเขียน อาจอ้างอิง สิ่งที่อ่าน ประมาณ ๑๐%
อีก ๙๐% ที่เหลือ … กรุณาคิดเอง !
Otherwise, it’d be a Copy and Paste !
(๓)
Ship-หายแล้ว !
เขียนมาถึงบรรทัดนี้ คิดเองไม่ถึง ๑๐ ส่วน
ลอกเขามาเสีย ๙๐ … ทำไงดี ทำไงดี ~~~
โอ้ ! คิดอีกที หากอ่านมาได้ ถึงตรงนี้
… อาจไม่ใช่ คน(-ไทย) แต่ที่แน่ๆ ไม่แพ้ ป.๔ !
ก็นี่มัน บรรทัดเท่าไหร่ แล้วล่ะ พ่อคุณ (ฮา)
khun_aut
อยากให้ดู clip นี้ … dialogue เก๋ไก๋ ไม่แพ้ คุณหลวง & อีเย็น
Song: Book of Love – Peter Gabriel
มีนาคม 30, 2008 ที่ 8:36 pm
:D อิอิ khun_aut นี่เป็นเรื่องที่ 3 ที่คิดตรงกันและอยากเขียนมากๆไว้กลับจากวัดแล้วจะมาเขียนให้อ่านนะคะ ซือเจ๊เป็นห่วงเรื่องนี้มากๆ และอดสงสัยไม่ได้ว่าวันๆหนึ่งเด็กๆเค้าเอาเวลาไปทำอะไรกันอยู่ ทำไมยอดการอ่านหนังสือน้อยจัง แต่ก็มีคนอีกกลุ่มที่เราเรียกเค้าว่าหนอนหนังสือ เค้าก็อ่านกันนะคะ อย่างงานหนังสือคนก็แห่กันไปซื้อกันเยอะ แต่อ่านกันจริงๆหรือเปล่านี่สิ ฮ่าๆ…
มีนาคม 30, 2008 ที่ 8:37 pm
เราคงเป็นพวกเหนือ mean น่ะครับ (แต่เรื่องสถิติพวกนี้ เขาสำรวจจากอะไร เราก็ไม่รู้แน่ชัด จะเชื่อดีไหม เอาเป็นว่า มีไว้เพื่อเปรียบเทียบกับชาวบ้านละกันเน้อ)
เดี๋ยวนี้ เป็นเหมือนกันป่าวครับ ที่ว่า ผมเข้า YouTube ไม่ได้ เวลาใครเอามาแปะบล็อกก็ไม่เห็นอะ
ปล. khun_aut ทำหนังสืออะไรอยู่หรือเปล่า เขียนเจ๋งดี อยากแจมบ้าง
มีนาคม 30, 2008 ที่ 11:22 pm
ซือเจ๊ … วันนี้ พบพี่สาวคนหนึ่ง ทำงานหนึ่งสือพิมพ์ภาษาฝาหรั่ง
ตอนนี้ บริษัทของเธอ ทำแทปลอยด์ แจกฟรี
… ทั้งที่ ใครๆ ก็ว่าหนังสือดี แต่ไม่ซื้ออ่าน
เธอว่า ไม่ใช่เพราะจน หรือ หนังสือแพง
แต่เพราะคนไทยไม่ชอบซื้อหนังสือ ตั้งแต่เกิด
หนังสือ กลายเป็นสินค้าสิ้นเปลือง เสียยิ่งกว่ามือถือรุ่นล่าสุด
แต่ตอนนี้ หลายคนหันไปอ่านหนังสือฟรีตามร้านกาแฟ
หรือ ไม่ก็ free copy หรือไม่ก็ หน้าตาจอ อ่านจากคอมพ์
: )
มีนาคม 30, 2008 ที่ 11:32 pm
คุณ pat
ผมไม่เก่งเลย เรื่องเทคนิค web-log
… ถ้าเป็นเทคนิค web-เลิฟ ยินดีช่วยเต็มที่ (ฮา)
ลองถาม เพื่อนเทพ ดู จากด้านขวามือ
ไม่ว่าจะเป็น IDay, Keng.com หรือไม่ก็ คุณเจ้าชายน้อย
ขุนพลทั้งนั้น …
ส่วนเรื่องหนังสือ ตั้งใจจะทำ free copy ครับ
แต่ขอจัดการเรื่อง 4M ก่อนนิสนึง
ไม่ว่าจะเป็น money, money, money and money (ฮา)
ตอนนี้ รอดูคุณสมัคร ก่อนดีกว่า ใกล้ๆ เวลานั้น จะติดต่อไปหานะ ขอรับ
ขอบคุณ ที่ชมว่า เจ๋ง … ขอรับคำชมไว้ในอ้อมใจ
: )
มีนาคม 31, 2008 ที่ 1:01 am
เค้าสำรวจเสร็จแล้ว ดำเนินการไรบ้างหว่า
หรือสำรวจไปงั้นๆแหละ ประเทศตรูเนี่ย เฮ้อ..
อ่อ..หวัดดีพี่เจ้าของบ๊อกๆ ด้วยจั๊ม..
มีนาคม 31, 2008 ที่ 7:31 am
เดี๋ยวนี้เราๆก็อ่าน blog เยอะนะครับ…น่าจะเยอะกว่าสมัยก่อน
แต่ว่าจะมีสาระหรือเปล่าก็เป็นอีกเรื่อง
@pat
1. ใช้ ISP ของที่ไหนครับ เข้า youtube ธรรมดาได้หรือเปล่า
2. update browser (firefox, IE)
3. update window.
มีนาคม 31, 2008 ที่ 8:05 am
โอ … คุณ lek
ขอบพระคุณ ช่วยเพื่อน ช่วยเพื่อน
รับคำสวัสดีนะครับ คุณมิตรปาย !
จั๊มๆๆ … คิดถึงเหมือนกันนะนี่
: )
มีนาคม 31, 2008 ที่ 2:38 pm
สวัสดียามบ่ายสายลมหวิวไหวเจ้าค่ะท่านขุนอรรถ :D
เมาเหล้านี่แฮงค์แล้วหายง่ายกว่าเมารักนะเจ้าคะ
ดูข้าเจ้าสิ…ขนาดคนใหม่นี่ก็ช่างน่าฮัก ยังเจ็บแปลบอยู่ดีถ้าจะต้องไปเจอหน้าคนเก่า
เพราะงั้น เป็นลำยองน่ะล่ะค่ะดีแล้ว
เป็นเมรีไม่ดี เพราะโดนหลอกทั้งให้เมาเหล้าและเมารัก
เอิ๊กกกกกกกกกกก
ไม่รู้การที่อายุเพิ่มขึ้นนั้นมันแปรผันตรงกับการอ่านหนังสือช้าลงหรือเปล่าหนาท่านขุน
อ่านช้าลง…คิดช้าลง…หากปากยังไวแลอวดเก่งเหมือนเดิม (ฮา)
เพื่อนคนหนึ่งชักชวนเขียนจดหมาย
พร้อมบอกเล่าคุณงามความดีของจดหมายว่าหากเราสื่อสารผ่านการเขียนมากกว่าพูดแล้วไซร้
สักวันหนึ่ง ไอ้อาการปากไวนั้นจักหายไปได้เอง
โอ…ได้ยินดังนั้นข้าเจ้าก็ดีใจนัก
หากตรองดูแล้ว ข้าเจ้าก็เกิดคำถามว่า…อาการปากไวหายไป แล้วข้าเจ้าจักกลายเป็นคนติดคีร์บอดร์ดหรือเปล่า (ฮา)
มีนาคม 31, 2008 ที่ 3:34 pm
แย่แล้ว เคยอยากเป็นหมา.. ทำไงดี
จะว่าไป หมามันก็นิสัยน่ารักดีนะ
เหอๆ เกี่ยวมั้ยนะ ไม่รู้จะออกความเห็นทำไมเนอะ
มีนาคม 31, 2008 ที่ 7:38 pm
แม่เพลงเอ๋ย … อาจารย์ ทั่นข้างบน ที่อ้างอิงไว้นั่น
ทั่นก็เขียนไว้ทำนองว่า การเขียน ต้องใช้ปากกา จึงจะเข้าถึงจิตวิญญาณ !
คล้าย จอมยุทธ์กระบี่ทองคำ หันมามุดๆ ดำๆ คลำๆ คีบอด!
… however, ตามที่ทั่นอาจารย์ฯ ว่าไว้ นั่น กระผม เห็นจริงแต่เพียงบางส่วน
เพราะนึกถึงเวลา จะด่าใคร จนเข้าถึงจิตวิญญาณ(ของมัน) …
ปากกา ไม่ทันหรอก แม่เพลง … ต้อง ปากกู นี่ล่ะ
“เข้าถึงจิตวิญญาณแท้ๆ ของมันดีนักแล”
(กรุณาทำเสียง อ.เหลิมชัย จะได้อารมณ์เพิ่มขึ้น ๑๔% – ฮา)
: )
มีนาคม 31, 2008 ที่ 7:40 pm
คุณ kampooh
เป็น หมา เขาก็ว่าน่ารักแล้ว
… ถ้ายิ่งเป็น หมาแพนดี้ ยิ่งน่ารักเข้าไปใหญ่
น่า ลิง-จั๊กๆ
: )
เมษายน 1, 2008 ที่ 11:48 am
วันนั้นไปงานหนังสือ มีพี่คนหนึ่งบอกว่าถ้าเราหยุดอ่านเราจะถามโลกไม่ทัน อืม เห็นด้วย เพราะเราตามโลกด้วยการอ่านเพราะเลิกดูทีวีมานานมากกกกก แล้ว
เมษายน 1, 2008 ที่ 11:01 pm
เอ่อ ผมใช้เน็ตต๊อด (TOT) ครับ
browser : Firefox 2.0.0.13 ก็ล่าสุดแล้วนะ
ส่วน windows ยังเป็น xp รุ่นใดรุ่นหนึ่ง มันต้องอัพด้วยเหรอเนี่ย ถึงจะใช้ yt ได้
เมษายน 2, 2008 ที่ 4:59 pm
วันอาทิตย์ที่ผ่านมางานหนังสือคนเยอะมากกกก…แทบไม่มีที่ให้หายใจ…
คนเบียดเสียดกันแน่นๆ ดั๊นมีคนมาเหยียบตี-” อุ๊บส์…
หมดอารมณ์…ซื้อหนังสือ…เลยกลับบ้านไปดูคุณหลวงดีก่า..ฮ่าฮ่า
เมษายน 3, 2008 ที่ 7:04 pm
ตามมาอ่านจาก roundfinger อีกทีครับ
จริงเหมือนกัน ประเทศไทย มีคนอ่านหนังสือน้อยมาก
จริง ๆ ผมว่า อย่าตั้งเป้าเลย
“ทำ” ดีกว่า ผมว่ามันเริ่มเสื่อมมาตั้งแต่ระบบการศึกษาแล้วล่ะครับ
น่าจะปลูกฝังกันดีกว่านี้…
แวะมาดูบล็อกผมบ้างก็ได้นะครับ http://peenpai.wordpress.com