หลายปีก่อน โอซาม้า บินหลาเด่น สะกดจิตลูก-น้อง
จัดส่งเครื่องบินจัมโบ้ 2 ลำ ไปจอดยังชั้น 30 กว่า
บนอาคาร world trade … นี่ก็ “สัญลักษณ์” (Symbolic image)
ต่อมา ปธน. บุช ผู้ลูก เดินตามรอยบาทาผู้พ่อ ด้วยความภักดี
สั่งกองทัพทหารรวย ! กับ เงินประชาชนสหรัฐ อีกหลายแสนล้าน
ข้ามทะเลไปถล่มอิรัก
… ภาพข่าวรูปปั้น ซัดดัม ถูกฉุดกระชากลากถู
ลงมาจากแท่นปูนสูงๆ ในวันนั้น … นี่ก็ใช่ !
คนใส่ชุดประจำชาติ สีขาว ยาวจรดตาตุ่ม
กลายเป็น สัญลักษณ์แห่งความไม่ปลอดภัย
และ เป็นที่มาของ การคุมเข้มระดับข้นขลั่ก ตามสนามบินทั่วโลก
เครื่องจับวัตถุระเบิด CTX อันโด่งดัง
(และยังหาคนผิดไม่ได้ตามเคย) ก็เป็นผลผลิตจาก สัญลักษณ์ที่ว่า
โจร(ไม่)กระจอกใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
จ้องทำลายสัญลักษณ์อันเป็นที่รัก
อย่างเช่น … ครู พระ ข้าราชการ ตำรวจ
รวมไป ถึงสถานีตำรวจ โรงแรมที่ปลอดภัยที่สุด
… หรืออะไรที่เรารู้สึก “อุ่นใจ” เมื่ออยู่ใกล้
ระเบิด 9 จุด ในกทม. (ที่ใครหน้าไหน ก็จับไม่ได้)
… ทำไมต้อง 9 จุด ? ทำไมต้องกลางเมือง ?
ทำไมต้องชานเมือง ? ทำไมต้องลงมือวันปีใหม่ ?
นี่ก็เป็น “สัญลักษณ์” เพื่อบอกคนบางคนว่า
“กูจะทำเมื่อไหร่ ที่ไหนก็ได้ … จ่ายมาซะดีๆ !”
การเมือง 4-5 ปีที่ผ่านมา ยังไม่วายเว้น
เพราะถูกเรียกว่า “การเมืองสัญลักษณ์” ไปเสียนี่
มีทั้งแบบโพกผ้าเหลือง ผูกผ้าเขียว
การชุมนุมที่มีเป้าหมายในสถานที่ต่างๆ
อย่างเช่น หน้า Paragon หน้าบ้านสี่เสาฯ เรื่อยมา
ทำไมต้อง “เหลือง” ? ทำไมต้อง Paragon ?
… เหล่านี้ก็ “สัญลักษณ์”
กระแสโลกร้อน … เข้าใจว่า
นักกลยุทธ์/นักยุทธศาสตร์ คงยังหา “สัญลักษณ์สากล” ไม่ได้
เดี๋ยวหมีขาว เดี๋ยวกระเป๋าผ้า
การตอบรับจากใครๆ เลยออกแนว “แอ๊บร้อน” ไปเสียหมด
… ไม่เกิดพลังเท่าที่ควร
ล่าสุด คบไฟโอลิมปิก
… เพราะเป็นสัญลักษณ์ “ชิ่ง” ไปถึงจีน(แผ่นดิน)ใหญ่ได้
ฝ่ายต่อต้านจีนทั้งหลาย ทั้งแบบต่อต้านตรงๆ (เพราะเรื่องดินแดน)
และ ต่อต้านอ้อมๆ (เพราะเรื่องการค้า)
ก็ออกอาการกระเหี่ยนกระหือรือ “อยากดับ” เปลวไฟยอดคบสุดสวยนั้น
… แทบทุกประเทศที่ “ไฟผ่าน”
ฝ่าย(คน)จีนเอง หลังนั่งดูข่าวประท้วงคบไฟในฝรั่งเศส
ก็สร้างกระแส “ไม่ช้อปคาร์ฟู”
อะไรที่รัก ก็รักเสียจน … ลืมทบทวน ลืมตรวจสอบ ไปเสียเฉยๆ
ส่วน อะไรที่ไม่รัก … เห็นอะไร แดงๆ เหลืองๆ เขียวๆ … เป็นขวางหูขวางตาไปหมด
… อย่างนี้ จะไม่ให้เรียกว่า “โลกสัญลักษณ์” ได้อย่างไร
ขุนเป็ด (… เซ็งจิ๊บๆ)
…
เวลาจะช่วยอะไร (ลุลา)
…



