ขีดเขียนท้องฟ้า … Starry night !

แม่เพลง คงไม่เคย กระอักกระอ่วน อย่างกระผม เป็นแน่
วันก่อน กระผมหลงทางในโลกเสมือนจริง พักใหญ่
… จนได้อ่าน คำหวาน ริมคลองหลังบ้านทั่นดิน   

ไม่นานเลย แม่เพลง … จากคำว่า ธรณ์ ที่กำลังควานหา
กระผม ได้รู้จักใครคนหนึ่ง นามว่า อรินธรณ์ โดยบังเอิญ … คุ้นหู แต่ไม่รู้จัก
เขากล่าวนิยมพี่สาวคนหนึ่งไว้ ในบทสัมภาษณ์ … เอวัง   

วันนี้ งัวเงียจากงาน หลบลี้หนีเจ้านายเข้ามาอ่าน …
บทสนทนารักกลางสวนดอกไม้ ในบ้านแม่เพลง
แล นั่งเพ่งดู คำวิเคราะห์ บรรดา ทั่นดิน กรุณาแยกแยะ ลงรายละเอียด  .

.. กระอักกระอ่วนใจ ฯลฯ ยังไงพิกล  

จะว่าไป สิ่งที่กระผม “ลองทำ” มาได้สักระยะ อย่างที่เห็นนั่น
มันจะต่างอะไรกับเด็กน้อย นั่งยักแย่ยักยัน บนพื้นบ้าน …
ขีดๆ เขียนๆ วาดดาวบนท้องฟ้า  

… ตั้งใจ แต่ไม่เดียงสา และ ยังต้องรอโชคและเวลา ค้นหาตนเอง   

บางที (และส่วนใหญ่) แม้เรื่องราว และ ภาพในใจ จะกระจ่างชัด  
กระผม ก็หามีปัญญาวาดมันออกมาได้ … … ได้ …  

อย่าเพิ่งพูดไปจะดีกว่า สำหรับ คำว่า “ใกล้เคียง”  

khun_aut  

ปล. ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง …   

อินสไปน์ :
ดอกบานชื่นของแม่
ฝากไปกับสายลม : เพรงบทนั้น 

 

8 Responses to “ขีดเขียนท้องฟ้า … Starry night !”

  1. เขียนไว้บนสายน้ำ strolling river

    กลับกันขะรับท่านขุลล์
    ผู้น้อยเสพย์อรรถรสสดและชื่น ล้อมุมคิดเล่นเหลี่ยมคำ เป็นที่สนานใจทั้งผู้ชมบนอัฒจันทร์แลผู้โชว์บนอัศจรรย์

    ไม่ว่ากลวิธีจะเป็นเช่นไร คมคิด มุมมองชีวิตแบบแก้มตุ่ยของท่าน ยังผลเบิกรอยหยักบานรอยยิ้มเสมอมา

    เราขีดเขียนอักษรเพียงจารอักขระบนสายน้ำ ล่วงวารวันล้วนจากไปสู่ความว่างเปล่า เหลือไว้สิ่งใดเล่า หากไม่ใช่..รอยยิ้มนั่น…

    คารวะ(ซำเหมอ)
    ดิลล์

    ปล. ไม่ห่วงอะไรต้องมี

  2. ท่านขุนอรรถเจ้าคะ…

    สมัยที่ข้าเจ้าเป็นเพียงคนรักของคนเขียนหนังสือคนหนึ่ง
    เป็นเหตุให้มีโอกาสได้พบปะเจอะเจอสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักเขียนเหล่านั้น
    ตั้งแต่ซีไรต์ไปยันไร้ชื่อ
    หลายต่อหลายคนถามข้าเจ้าว่า…เขียนหนังสือไหม…ทำไมไม่เขียนหนังสือล่ะ
    ความคิดข้าเจ้าดี สิ่งที่ข้าเจ้าสะท้อนออกมาเป็นตัวหนังสือมันน่าจะดี
    ช่วงที่ได้แรงยุจากพี่ท่านทั้งหลายบ่อยครั้งว่า “อยากเห็นตัวหนังสือเสียที เขียนนะจะรออ่าน”
    ข้าเจ้าก็เกิดแรง…บอกหนุ่มคนรักว่าช่วยสอนเขียนหนังสือหน่อย
    เขาบอกข้าเจ้าว่า…เขียนมาสิ แล้วจะดูให้
    เพราะไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ข้าเจ้าจึงปล่อยทิ้งไว้หลงลืมมันไปในที่สุด
    หลายเดือนก่อนข้าเจ้ามีโอกาสพบพ่อทยาลุ ด้วยความเอื้อเอ็นดูที่ท่านมีต่อเด็กอย่างข้าเจ้า
    เราจึงได้สนทนาแลกเปลี่ยนความคิดกัน
    พ่อบอกข้าเจ้าว่า…พ่ออยากให้สิ่งที่ข้าเจ้าเล่าให้พ่อฟังในวันนี้มันได้ออกมาเป็นตัวหนังสือ พ่อจะรออ่านเรื่องเล่ามีชีวิตของข้าเจ้า
    พ่อบอกข้าเจ้าอีกว่า…คนเขียนหนังสือล้วนต่างมีวิถีในการสร้างสวนอักษร
    สำหรับสวนอักษรที่ข้าเจ้าควรสร้างนั้น เป็นสวนอักษรที่เกิดจากความจริงที่ประสบพบเจอจะเหมาะสุด
    พ่อท่านให้ข้าเจ้าดูงานพี่กนกพงษ์เป็นตัวอย่าง ในการใส่จิตวิญญาณบอกเล่าเรื่องราวหลากชีวิต

    ท่านรู้ไหมข้าเจ้าฮึกเหิมเพียงใดกับคำกล่าวชมทั้งหลายในความคิด
    ทว่า…จะมีประโยชน์อะไร ถ้าความคิดนั้นวาดภาพไว้เพียงนัยน์ตาตน
    ข้าเจ้าจึงเริ่มเขียน…เขียน…เขียน…และเขียน…
    ข้าเจ้าถึงกับบอกหนุ่มที่กำลังคบหาดูใจกันว่า “ขอเวลาหนึ่งปีพิสูจน์ตัวตนบนพื้นที่นี้ ข้าเจ้าไม่ต้องการได้ยินเวลามีคนถามว่าข้าเจ้าคือใคร แล้วมีคนตอบว่า…อ้อ…ก็ที่เคยเป็นแฟนของ…ไง
    ข้าเจ้าไม่อยากให้พ่อดาวกวีในใจข้าเจ้า ถูกผู้คนมอง จริงอยู่เขาอาจไม่คิดอะไร
    แต่มันจะดีกว่าไหม ที่ข้าเจ้ามีตัวตนด้วยตัวข้าเจ้าเอง ไม่ใช่อาศัยชื่อใครที่เคยคบหากัน

    อ่า…ไม่รู้ว่าท่านขุนจะงงไหมหนา

    ท่านขุนเจ้าคะ…เราต้องอาศัยความกล้าอย่างแรกคือฝ่าตัวตนออกมาเป็นตัวหนังสือ
    และความกล้าอย่างที่สองคือ…การเปิดใจกว้างยอมรับฟังคำติเตียนของมิตรสหาย

    เหมือนเมื่อวานนี้…ทั้งๆ ที่ท่านประทีปและท่านดินเคยบอกถึงข้อผิดพลาดแล้วหนหนึ่ง
    มาถึงตัว “ดอกบานชื่นของแม่” มันก็ยังมีข้อพลาดที่ข้าเจ้ามองไม่เห็นอีกเยอะ
    ที่ท่านดินกรุณามาช่วยเหลือตรวจตราดูอีกที

    ภาพของแวนโก๊ะภาพนี้มันทำให้ข้าเจ้านึกถึงคำพูดของพี่ที่เขียนหนังสืออีกคนหนึ่งที่มีโอกาสได้สนทนาแลกเปลี่ยนความคิด

    มันอาจไม่เกี่ยวกับเรื่องที่เขียนแต่ข้าเจ้าจดจำใส่สมองบอกเตือนตนเสมอ

    “เราอ่านงานของคนรุ่นเก่าเพื่อศึกษา อ่านงานของคนรุ่นเดียวกันหรือรุ่นใหม่เพื่อที่ว่าวันหนึ่งเราจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียดาย เราจะได้ไม่มีแวนโก๊ะคนที่สอง สาม สี่ ห้า ในวงวรรณกรรม”

    ท่านขุนออรถเจ้าคะ…กว่าแวนโก๊ะจะเดินมาถึงจุดนี้ได้ เขาก็ใช้เวลาฝึกฝนเคี่ยวกรำตัวเองไม่น้อยเลยนะเจ้าคะ

    อย่ามัวแต่เป็นลมหมุนวนบนฟากฟ้าเลยเจ้าค่ะท่าน แม้นมันอาจรื่นรมย์และงดงาม
    ทว่ามันก็เป็นเพียงสายลมที่ท่านไม่มีวันจับต้องได้

    อา…ว่าแล้วเอาไหมให้ท่านประทีปกับท่านดินจัด AF บ้าง (ฮา)

  3. แม่เพลง เป็นผี อย่างที่เขาว่าจริงๆ
    … คิดถึงปั๊บ ปรากฏให้เห็นปุ๊บ

    ปั๊บๆ ปุ๊บๆ อย่างนี้ หลายเพลาแล้ว
    กระผมกลัวเสียจริง … ผีผมแดง (2xฮิ)

    ทั่นดิน … ขอบคุณ
    แม่เพลง … ขอบคุณ
    (กบฏคำซ้ำ)

    : )

  4. แวบบบบ บ้าง
    เกรงกองงานทับตาย
    เกรงเจ้านาย ไล่ให้ไปเป็น คอลั่มนิส (ฮา)

    อ้อ … สำนักฯ ของ กระผม นั่งอยู่มองเห็น ศาลาย่านาค ถนัดตา
    ขอเลขสี่ เลขห้า ได้ตามสมควร

    แวบบบบบบบบบบบ ***

    : )

  5. อีกทีเจ้าค่ะท่านขุน…

    โดยสัตย์จริงในทุกครั้งที่ข้าเจ้าเข้ามาอ่านที่ท่านเขียน
    มิเคยมีครั้งไหนไม่ได้รับอมยิ้มแก้มตุ่ยกลับเรือนเลยเจ้าค่ะ

    แว้บบบบบบบบบบบบ

  6. คงคิดว่าตัวเองเป็นยอดมนุษย์

    เลยใช้ท่าไม้ตาย สกายไรเดอร์คิก

  7. you’ll never walk alone (แม้ว่าจะไม่ได้เป็นแฟน ลิเวอร์พูล)ครับ

  8. ทั่นอนาคิน … แฟนหงส์สิท่า
    หรือ เอวาตั้น อย่างทั่นอภิสิทธิ์ …

    หรือ แมนซิ … ของทั่นประธานฯ

    : )

    anyway, แทง ยู


Leave a Reply