รัก เหงา และ โอบกอด … Lost in Translation !
ช่วงพักฟื้นหลังผ่าตัดแบบนี้
ไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้อ่านหนังสือ และ ดูหนังแผ่น
ผมคว้า Lost inTranslation พากย์ไทย! ขึ้นมา
ด้วยอารมณ์เฉยๆ (ชื่อไทย หลงเงารัก – ทะแม่งๆ)
ชื่อหนัง (ใหม่) : Lost in Translation ปล่อยหัวใจให้รัก
… แต่ภาพแรกสุดของหนัง ทำให้ผมยิ้มออก
ท่ามกลางบรรยากาศของความขัดแย้งในเมืองไทย อย่างเวลานี้
หลังดู Lost in Translation จนจบ คุณอาจจะเห็นเหมือนผม
ความขัดแย้งที่มองเห็น เทียบไม่ได้กับ ความขัดแย้งที่เกิดภายใน
– แน่นอน … ไม่เห็นด้วยตาเนื้อ
หนังเล่าเรื่องเกี่ยวกับสามีภรรยาสองคู่
บ๊อบ กับ ลิเดีย … จอห์น กับ ชาลอต
บ๊อบ เป็นดาราชายวัย Mid life เดินทางมาถึงโตเกียว
เพื่อถ่ายทำโฆษณาวิสกี้ ส่วน ลิเดีย และลูกๆ อยู่ในอเมริกา
๒๕ ปี คือ ช่วงชีวิตแต่งงานของ บ๊อบและลิเดีย
…“เหมือนหลับไป” บ๊อบบอกชาลอต อย่างนั้น
ติดสอยห้อยตามสามีช่างภาพ จอห์น เดินทางมาทำงานในโตเกียว
บ๊อบว่างและเบื่อ ในขณะที่ ชาลอตเหงาและสับสน
ทั้งสองเจอกันท่ามการ “วัฒนธรรมขัดแย้ง”
… ในญี่ปุ่น เปรียบไปเหมือนอาหาร
ถ้ารสชาติไม่เพี้ยนจากการ”ปรุง”อย่างสุดขั้ว
มันก็ “เช็ง”– จืดสนิท !
ญี่ปุ่น … ประเทศที่สามารถนำ “ตะวันออก”
และ “ตะวันตก” มาอยู่รวมกันได้อย่างทุลักทุเล
… โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างโตเกียว
… คาราโอเกะ บ้าฝรั่ง โค้งคำนับ คัมไป วัดเซน
หนังสือโป๊ งานแต่งฯ ปาจิงโกะ กิโมโน และ ชิงกังเซน
น้ำกับน้ำมัน ดูเหมือนไม่มีช่องว่าง แต่มันเพียงพอให้ …
“คนต่าง” อย่าง บ๊อบและชาลอต มาพบ และ “งัก” กัน
มันไม่ใช่ “รัก” และ ก็ไม่ “เหงา” แน่นอน นี่ไม่ใช่ “หนังกิ๊ก”
ชาล๊อต เป็นสาวรุ่น เพิ่งผ่าน Honeymoon period มาหยกๆ
อาจยังไม่ใช่เวลาถามหาคนรักใหม่ แต่คงเป็นใครสักคน
… ที่ทำให้เธอหายสับสน และเข้าใจตัวเอง
บ๊อบ เป็นดารา
เรื่องสาวๆ และ One night stand ไม่ใช่เรื่องตื่นเต้น
บ๊อบอาจไม่ต้องการ ”เซ็กซ์สนั่น” กับ สาวรุ่น
หากแต่เป็นใครสักคน ที่ทำให้เขาอบอุ่น และเดินตาม
… มันไม่ใช่เวลา “เดินนำ”
ฉาก บ๊อบ แง้มประตูห้องพัก บอกปฏิเสธ ชาล๊อต ที่เอ่ยชวนไปกินซูชิ
และ ฉากสุดท้าย พวกเขาทั้งสองเจอกัน บนถนนในโตเกียว …
ขณะที่ผู้คนเดินไปมาเหมือนกำลังหลงทาง คือ ที่สุดของหนังเรื่องนี้
ผมรู้ดีว่า บ๊อบ กำลังคิดอะไร แต่ ความในใจของ ชาลอต …
คือ สิ่งที่ทำให้ผมดูหนังโรมานซ์เรื่องนี้ เป็นครั้งที่ ๓
… ผลงานการกำกับของ Sofia Coppola
เจ้าของรางวัลออสการ์ ๒๐๐๔ – BestWriting, Original Screenplay
เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ที่จะทำให้คุณนั่งดูหนัง “ขัดแย้ง” เรื่องนี้เงียบๆ (edited 8.50pm)
… ในวันหยุดที่กำลังจะมาถึง
ขุนบ๊อบ

สวัสดีค่ะ Khun_aut ไม่ได้เข้ามาซะนานเนื่องจากติดภารกิจบางประการ คงยังไม่ลืมกันนะคะ ช่วงนี้สุขภาพไม่ค่อยดีเหรอคะ ขอให้พักผ่อนมากๆและหายเร็วๆนะคะ แต่ดูกำลังใจของ Khun_aut ยังสดใสแข็งแรงเหมือนเดิมนะคะ
ใช่เลย คุณ siriluck …
สดใส แม้ไม่(ค่อย)แข็งแรง ลองฝึกดูนะ
ขอบคุณที่เป็นห่วง
: )
หน้าคุณ เหมือนใครหน้า ที่เล่นเรื่อง as good as it get
…..
วิ่งไปถามเพื่อนก่อน
มาละ เหมือน แจ็ค นิโคสัน เลย
ตอนอายุ ๕๐ ผมคิดว่า คงใกล้ๆ กับเขานั่นแหละ เลยแอบใช้รูปเขาไปก่อน
คุณ gummy ชอบ as good as it gets หรือเปล่า ?
… ผมชอบสุดๆ
: )
สวัสดีค่ะ หนังเรื่องนี้คงต้องดูเองซินะคะ ถึงจะเข้าใจ … รักเชียงใหม่เช่นกันค่ะ ถึงแม้จะไม่ใช่คนเชียงใหม่
khun aut ครับผมเองก็เป็นแฟนเรื่องนี้ (ดูไปหลายรอบอยู่)
ตอนสุดท้ายที่บ็อบกระชิบในหูชาล็อต ผู้กำกับยอมรับว่าไม่ได้ตั่งใจให้เกิดขึ้น(ไม่มีในสคริป)
แกให้กอดอย่างเดียว
หลังจากภาพยนต์ได้รางวัล คนดูก็เริ่มถามว่าไอคำที่กระชิบนะ….พูดว่าอะไร
ผมก็สงสัยและเชื่อว่าคนที่ชอบเรื่องนี้ก็คงสงสัย วันนี้มีคำเฉลยแล้วครับ(แม้ว่าจะไม่มีการยืนยันก็ตามที)
แวะเข้ามาเป็นครั้งแรก…หลังจากออกจากกะลา…เอาเป็นว่าชอบเลย
จึงขออนุญาต Link เข้าที่ บล็อกผมก็แล้วกันนะครับ
ถ้าชอบแนวธรรมชาติ และศิลปะ ก็เชิญครับ
ยินดีที่ได้รู้จักครับ
โอ๋ อิ่มเอม
หายไปนานเลยนะคะ ดีใจที่กลับมาเขียนเรื่องหนุกๆให้อ่านคะ
เรื่องหนังไม่เคยดูเลยคะแฮ๋ะๆ แต่ว่าคนเล่าหายไวๆแล้วกันนะคะ :P
คุณ Fayjaa … ดูกับ “เพื่อนสนิท” และคอเดียวกัน รับรอง … ได้ผล : )
คุณเอ็ม “เกล็ด” อันนี้ น่าทึ่ง “มุขฝาก” ของ Bill Murray นะ ผมว่า : )
คุณโอ๋ … ชอบแนวธรรมชาติครับ see yo!
ซือเจ๊ … ปฏิบัติธรรมต่อไปนะ ผมจะตามติดๆ
: )
เฮ้ย คุณเอ็ม … เพิ่งดู clip ใน youtube จบ
Bill สุดยอดจริงๆ
ขอบคุณมากๆๆๆ
: )
ดูเรื่องมานานละ ดูแล้วก็ลืมไป ยังมี VCD อยู่กับบ้าน ไม่รู้วันไหนจะหยิบมาดูอีก โอกาสนั้นช่างยากเย็น ไม่ค่อยว่าง ประกอบอีกคนเขาไม่ชอบดู
คุณ pat
หาเวลาแอบดูคนเดียวสิ … ตื่นเต้นดี
555
: )
ชอบ as good as it get มากค่ะ
เรื่อง lost ก็ชอบเหมือนกัน
ถ้าเรา 50 ก็อยากเป็นแบบ เม็ก ไรอันค่ะ
ไรอัน เค้าน่ารักจริง อย่างคุณว่า …
โจดี้ ฟอสเตอร์ เลย เป็นไง … “มั่น” ซะ
: )
good