สองสูง … ระวัง สองศูนย์.(จุด)สูญสัว !
ผมเห็นด้วยกับ “สองสูง” บรรดา เจ้าสัว ว่ามา
แต่ …
แต่ก่อนอื่น ขอ “ทบ-ทวน” สั้นๆ อย่างนี้
สูตรสองสูง = ราคาสินค้าสูง + รายได้สูง
เท่าที่ตามอ่านดู เรื่องนี้ยังมีความเห็นเป็นสองฝ่าย
คือ มองต่างกัน และ มองต่างมุม
คุณโก๋ ถามว่า “อะไร สูงก่อน ดี?”
http://kohsija.exteen.com/20080604/entry
ตอบ(ทันที) : ทำให้ รายได้สูง เสียก่อน
ส่วนราคา เดี๋ยวมันสูงของมันเอง (อย่าไปกดเอาไว้ ก็แล้วกัน)
+ + + + +
เราชอบไปคิดตั้งแต่แรก ว่า “ของแพง ไม่มีใครซื้อ”
… ก็จริง แต่ ไม่จริง !
กฏข้อ ๑ - ของแพง ขายไม่ได้ … ถ้า
(๑) มีของขาย (๒) มีคนขาย (๓) มีราคาต่ำกว่า
กฏข้อ ๒ - ของแพง ขายได้ … ถ้า
(๑) ไม่มีของขาย (๒) ไม่มีคนขาย (๓) ไม่มีราคาต่ำกว่า
ยกตัวอย่าง … ข้าว !
ไทย – ปลูกข้าวมาก กินเองน้อย เหลือขายเยอะ(ที่สุดในโลก)
เวียดนาม - ปลูกข้าวมาก กินเองน้อย เหลือขาย(น้อยกว่าไทย)
จีน อินเดีย – ปลูกข้าวมาก(กว่าไทย) แต่กินเองเยอะ เหลือขายน้อย
สรุป : ข้าวไทย = ขายแพงได้ (กดราคาไว้ทำแมวน้ำอะไร?)
+ + + + +
คำถาม : ใครกดราคา ?
ก) ประเทศที่ต้องการข้าวจากไทย (ลูกค้า)
ข) ผู้ส่งออก จำนวนประมาณ ไม่เกิน ๓๐ บริษัท (พ่อค้า)
ค) เถ้าแก่โรงสี (พ่อ … ?)
ง) คนไทยในประเทศ (ผู้บริโภค)
จ) ชาวนา จำนวนประมาณ ๔๐ ล้านคน (ผู้ผลิต)
นอกจากข้าว ไทยยังมี สินค้าเกษตรอื่นๆ
รวมถึง ทรัยพากรธรรมชาติอีกมาก ที่เข้า “กฏข้อ ๒”!
ประเด็นสำคัญ จึงอยู่ที่ “สูงที่สอง” … รายได้สูง
หากแบ่ง คนไทย ออกเป็น ๓ กลุ่ม
๑. รวยมาก
๒. จนมาก
๓. งงมาก (จนก็ไม่จน รวยก็ไม่รวย !)
กลุ่ม ๑ – รวยมาก
… เราคงไม่ต้องพูดถึงเรื่องรายได้
เพราะ เท่าที่มีในกระเป๋า ก็ใช้ไม่หมดแล้ว
จำนวนคนไม่มาก แต่จำนวเงินรวมๆ กัน เยอะมากกก
สรุปว่า ไม่ต้องไปเพิ่มรายได้อะไรแล้ว เขาอยู่ของเขาได้ … จบ
กลุ่ม ๓ – งงมาก
๙๐% คิดว่าตัวเองยังไม่จน แค่ “ตึงๆ”
รถเสีย เมียป่วย ซื้อหวยมากไป … ก็ “ช๊อต”
กลุ่มนี้ ไม่ค่อยเรียกร้องอะไร มากมายนัก
สักพัก เมื่อเจอจุดพอเพียง … ชีวิตจะมีความสุข(อย่างยิ่ง)
ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ลูกจ้างเอกชน
กลุ่มนี้ ควร “ปรับรายได้” ให้เขาบ้าง ตามความเหมาะควร
“เหมาะควร” นี่ … ยังไม่ลงรายละเอียด นะครับ
แต่ กลุ่ม ๒ สำคัญมาก … เพิ่มรายได้อย่างไรดี ???
แก้ปัญหา กลุ่มนี้ ได้ = แก้ปัญหาประเทศ !!!
กลุ่ม ๒ – จนมาก
ชาวนา ๒.๑ ทำนาของตัวเอง
ชาวนา ๒.๒ ทำนาของบริษัทเกษตรอุตสาหกรรม
ชาวนา ๒.๓ ทำงานโรงงานในเมืองใหญ่ (ผู้อพยพในประเทศ)
ชาวนา ๒.๒ ก็ไม่ต่างจาก OEMers ที่ คุณนรินทร์ เขียนไว้
http://1001ii.wordpress.com/2008/06/04/0130/
ทฤษฎีสองสูง ของเจ้าสัว …
ในเรื่อง โซนนิ่ง เทคโนโลยี ฯลฯ นั่นก็ดี
แต่ต้องไม่ทำให้ ๒.๑ และ ๒.๓ กลายเป็น ๒.๒ (มากเกินไป)
อย่างที่เขาทำสำเร็จมาแล้ว กับ กะ-เศษ-ตะ-ไก่ !?!
นี่เอง ทำให้หลายคนเชื่อว่า …
คนจนมาก (๒.๐) จะไม่ได้รับ “ผลบุญ” อะไรมากนัก
เพราะ … เกษตรกร ไม่เคยกดราคาข้าว และ เกษต-ไก่ ไม่เคยกดราคาไก่ !!!
(ใครกด … หาคำตอบเอาเอง ?)
ตรรก …
คนจนมาก ๒.๑ ต้องรีบขายข้าว เพราะหนีความชื้น
คนจนมาก ๒.๒ ต้องรีบขายข้าว เพราะหนีบิล “ค่าวัตถุดิบ”
คนจนมาก ๒.๓ ต้องรีบขายแรงงาน เพราะหนีไฟแนนซ์
และ คนจนมาก ไม่สามารถมาประท้วงบนถนนได้นานๆ
… เพราะหนี ความหิว ไม่ไหว !
สรุป-สุดท้าย
การทำให้ประเทศไทย เป็น “สองสูง” จึงหมายถึง
ความพยายามในการทำให้ คนจนมาก (๒.๐)
กลายเป็น คนพอเพียง (๔.๑) ให้ได้มากที่สุด
รู้จักประมาณตน (พึ่งตนเองให้มากๆ – พึ่งเจ้าสัวให้น้อยๆ)
มีเหตุ มีผล และ มีการสำรอง ที่เหมาะควร
จะทำแบบนั้นได้ … รัฐบาล ต้องเน้น “สร้างคน” ไม่ใช่เอาแต่ “สร้างยอด”
ซึ่งก็ดูจะยากไม่น้อย …
เพราะ คนรวยมาก ๑.๐ “ช้อป” คนของรัฐ ๐.๗๕ (ไม่เต็มบาท) ไปมากแล้ว
ขุนสองเตี้ย
อ้างอิง … สองสูง … อันนี้ ก็น่าอ่าน !
http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01act01100451&day=2008-04-10§ionid=0130

ท่าทางจะเป็นเรื่องเข้าใจยากเหมือนเรื่องทฤษฎีพอเพียง
เพราะไม่รู้ว่าตกลง จะให้ทำอะไร แค่ไหน อย่างไร
แต่จากการอ่านหลายๆ ท่าน ช่วยกันวิเคราะห์ ก็พอเข้าใจมากขึ้นครับ
แล้วใครจะช่วยกิจการขนาดเล็กล่ะครับ (ยังคงคาใจ) :D
สงสัยต้องช่วยตัวเอง…
เรื่องมันแย่ ช่วยอย่างหนึ่ง ก็กระทบอีกอย่างหนึ่ง
สงสัยต้องหันมาพอเพียงกันทั้งประเทศ
… มือไวมั่กๆ คุณโก๋
SME เข้าข่าย คนจนมาก ครับ
(คนงงมาก = ลูกจ้าง ส่วนใหญ่)
ช่วยตัวเองให้มากๆ (อย่าหวังพึ่งรัฐ – ในตอนนี้)
… แต่อย่าหักโหมนะครับ (ฮา)
: )
คุณ pat ความจริง “พอเพียง” ไม่ยากครับ
แต่ที่ยาก เพราะ เราไม่รู้จัก(เพียง)พอ
อย่างที่บอก … รัฐนี้ ไม่ได้สร้างคน สร้างแต่ยอด
เราเป็น ผลผลิต ของสังคมไม่รู้จักพอ
เข้าใจยากหน่อย แต่จำเป็นครับ
: )
เริ่มเข้าใจมากขึ้นแล้วครับ ขอบคุณครับ
มือไวมากๆ ท่านขุนอรรถ
ท่านยะจะอี้กับเพลงได้จะได๋
บ่ะได้อู้กันบ่ะกี่เพลา
ใยท่านทำมือไวกับเพลงได้เล่า
เล่นคอมเม้นท์ปาดหน้าเพลงที่บ้านท่านอิ่มเอมได้อย่างไร
งอน…กลับบ้านเราดีกว่า
แม่เพลง …
กระผมมือไวอย่างแม่ว่า แต่ใจนั่น ไวกว่าเป็นไหนๆ
(แม่)เพลง … (แม่)เพลงจะบอกพ่อไข่ดาวของแม่ จะใด
มือไวไฟ ใจไหวไหว … รีบตามไป จะทันแม่ไหมนี่ ?
: )
อ้อ … บ้านแม่เพลง แม้ไม่ลงกลอนไว้
แต่แม่รู้ไหม บ้านแม่ฯ เปิดแล้ว-เด้งกลับ เป็นจะอี้
ใครๆ เข้าไป เปิดไม่ได้ ซ๊าก~~กะที
กึ๊ดฮอดเต็มที่ รอแม่คนดี มาเปิดป๊าก-กะ-ตู
อืม.. ความเห็นน่าสนใจครับ เข้าใจอะไรมากขึ้น..
แต่…
ถ้าไม่ใช้อันนี้ มีวิธีที่ดีกว่านี้ไหม?
เพราะคนไทยไม่เข้าใจการรวมกลุ่มแบบสหกรณ์ ถึงอำนาจตกไปอยุ่ในมือเจ้าสัวหมด…- -a
เพราะไม่ชอบ Win-win กลัวคนอื่นรวยตาม ทั้งที่ตัวเองก็ได้ประโยชน์ นี่แหละคือปัญหาของคนไทย
เลยไม่ยอมเกาะกลุ่มกัน
รู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกที่พอเปิดบล็อก แล้วเจอบทสนทนากันอย่าง…เริ่มออกรส…
>> ขอบคุณ สำหรับ ท่านธุลีดิน ที่ช่วยพิสูจน์อักษรให้…บัดนี้กระผมได้แก้ไขแล้วขอรับ…อิ อิ๊ สะเพร่าไปหน่อย
>> khun_aut ตามนั้นเลย ไม่มีคำอธิบายอะไรมากมาย เกี่ยวกับ รัฐ…ตู๊ดๆ …นี้ อุ๊ย โดนเซนเซอร์
>> โอ้แม่เพลง ยินดีต้อนรับ สู่สภาอิ่มเอม…เอ๊ย ไม่ใช่… บ้านอิ่มเอม ซิถึงจะเหมาะกว่า…
ว่าแต่ว่า คอแห้งกัน อ่ะยัง? รับเครื่องดื่มอะไรดีครับ?
เราจะได้คุยกันนานๆ หน่อย…
ซักผ้าเสร็จแล้วเจ้าท่านขุนอรรถ
ขอเวลาเก็บกวาดทำความสะอาดบ้านสักสองสามเพลา
แล้วจะเปิดเรือนชานต้อนรับดังเดิม
ยังงงอยู่บ้าง พึ่งจะเคยอ่านเรื่องแบบนี้
แต่ชอบภาพที่หัวมากเลย ไม่ทราบว่าทำยังไงครับเนี่ย
แหม แม่เพลงนี่เจ้าสำบัดสำนวนจริงๆ นะ ถ้อยที ดูฤ เป็นคนในสมัยใดกันละเจ้าเนี่ย
ระวังหน่อย คุณ pat … เดี่ยวเถอะ เดี๋ยวเถอะ
.
.
.
เดี๋ยวติดใจ !
: )
รู้ว่าข้าวที่บ้านเราแพงมาก แต่ข้าวหอมมะลิที่นี่ ราคาแพงแบบก้าวกระโดด
จนแอบคิดว่า ถ้ากำไรไปตกที่คนปลูกบ้างซะครึ่งหนึ่ง คงจะดีไม่น้อย
ปล.ชอบสำนวนการเขียนจริงๆเลยค่ะ สั้นๆแต่เข้าใจง่ายดี
อ่านแล้วเหมือนอ่านข่าวพาดหัวเลย
วันดี คุณ kampooh ที่โน่นอากาศเป็นไงบ้าง ?
… เขียนสั้น อ่านง่าย ประหยัดเวลาคุณไง
: )
\[^^]/ เป็น กลุ่ม “งงมาก” ค่ะ
เออจริง … อ่านอีกที งงซะงั้น (ฮา)
: )