Globalization vs. แมคโดนัล-ไดเซชั่น

 

หลายคนกล่าวโทษ แม็คโดนัล ว่าเป็น อาหารแดกด่วน

… เรา ด่วนแดก เอง มากกว่า ไม่ใช่หรือ ?

 

จริงๆ เราต่างก็รู้ดี (รู้ทั้งรู้ !) ว่า อาหารด่วนแดก …  

เป็น วัฒนธรรม-แทรกซึม อย่างหนึ่ง ของ อเมริกัน 

นอกเหนือจาก ร็อค แอนด์ โรล ฯลฯ

 

เกิน ๕๐ ปีแล้ว … แม็คโดนัล กำเนิดขึ้นในรัฐอิลลินอยส์

จนถึงวันนี้ โบโซ่ตัวเหลืองหน้าร้าน ไปปรากฏอยู่ทั่วโลก กว่า ๓,๐๐๐ สาขา

มากกว่า ๑๐๐ ประเทศ (ในอเมริกา ประมาณ ๑,๐๐๐ สาขา)  

 

สมมุตินะครับ สมมุติ … ยอดขายเบอร์เกอร์ สาขาละ ๕๐๐ ชิ้นต่อวัน

คนทั่วโลก กินเบอร์เกอร์ยี่ห้อนี้ นับแสนๆ ชิ้นทีเดียว - โอ้วัว !!   

 

พร้อมๆ กับ การขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ของ แม็คฯ

กระแสการต่อต้านต่างๆ ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ในหลายด้าน อาทิ …

 

๑. สัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม (McDonaldisation)

๒. โภชนาการคุณภาพต่ำ (Junk food)  

๓. การทารุณสัตว์ สารเร่งฮอร์โมน ใช้แรงงานเด็ก ฯลฯ  

 

ล่าสุด พ่อหนวดงาม มอร์แกน สเปอร์ลอค (Morgan Spurlock)

อยาก(ทด)ลอง … กินแม็คฯ ทุกมื้อ ตลอด ๓๐ วัน

และทุกอย่างที่เขาสั่ง มันต้อง “Super size – ใหญ่สุดสุด”

 

เขาถ่ายทำเก็บไว้ เตรียมขายเป็น “สารคดีอินดี้” 

 

กินแม็ค ทุกวัน … ๑ เดือนผ่านไป อะไรเกิดขึ้น ??

 จากคนสุขภาพดี …

 

๕ วันผ่านไป น้ำหนักเพิ่ม ๔.๕ กก. ปวดหัว และเริ่มหดหู่

 

ประมาณวันที่ ๒๐ หมอโรคหัวใจที่ดูแลมอร์แกน บอกเขาว่า

หยุดได้แล้ว ก่อนมันจะฆ่าคุณ

 

มอร์แกนปฏิเสธการรักษา !

 

๓๐ วันผ่านไป น้ำหนักเพิ่ม ๑๑ กก.

(ความจริงน่าจะเพิ่มทั้งหมด ๒๐ กก. แต่ โภชนากร บอกว่า

มอร์แกนสูญเสียกล้ามเนื้อไป โดนมีไขมันเข้ามาแทนที่ !)

 

ตับอ่อนแอสุดๆ และมีภาวะใกล้ไตวาย !!!  

 

+ + + + +

 

หนังของ มอร์แกน เข้าตากรรมการ

เขาได้รางวัล ผู้กำกับหนังสารคดียอดเยี่ยม - เทศกาล Sundance

และ เข้าชิงออสการ์ (หนังสารคดี) อีกต่างหาก

 

+ + + + +

 

หลังจาก “หนึ่งเดือนแม็คฯ” (McMonth)

 

มอร์แกน ต้องเข้ารับการรักษาสุขภาพอย่างเคร่งครัด  

 

๙ เดือนต่อมา เขาสามารถลดน้ำหนักได้ เกือบ ๙ กก.

และ อีก ๕ เดือน น้ำหนักจึงกลับมาอยู่ที่ในระดับเดิม

 

(กิน ๑ เดือน … แก้ ๑ ปีเศษ)

 

 

ยักษ์ใหญ่อย่าง แม็คฯ ไม่ได้ ต๊กอก-ต๊กใจ อะไร และ ไม่ได้ส่งทนายมาหา 

(คงทบทวนดูแล้วว่า เสียมากกว่าได้) … ได้แต่ส่งโฆษกออกมา บอกเพียงว่า

 

ใครบ้ากินฟาสฟู้ดชุดยักษ์ทุกวัน วันละ ๕,๐๐๐ กิโลแคลอรี่*   

… และทะลึ่งไม่ออกกำลังกายอีกด้วย ก็(สมควร)เป็นแบบนี้แหละ”   

 

* คนปกติต้องการ ประมาณ ๑,๖๐๐-๒,๐๐๐ กิโลแคลอรี่ต่อวัน

 

พ่อแม็คฯ เขาพูดอีกก็ถูกอีก … นี่แหละที่บอกไว้แต่ต้นว่า

เขาทำอาหารแดกด่วน แต่เรา ไม่ด่วนแดก ใครจะทำไม ?

 

… ทั้งๆ ที่รู้อยู่ ทั้งๆ ที่รู้อยู่เต็มหัวใจ ~~~  

 

 

 

ขุนโรนัลด์

 

 

 

 

 

อ้างอิง :

http://www.brandage.com/issue/cs_detail.asp?id=1049

 

 

Super size me trailer

 

First day

 

Experiment

 

30 Days – ER Bill

16 Responses ถึง “Globalization vs. แมคโดนัล-ไดเซชั่น”

  1. โอ้เจ๋งอ่ะ!!! ขอบคุณมากครับ ได้ความรู้มากเลย

    อ้อ อันนี้ผมเคยอ่านเจอนะ ในเรื่องมหันตภยฟาสฟู้ดเขมือบโลกน่ะ อ่านแล้วแทบช็อคเลย
    McDoเน่า อะไรมันจะสุดๆขนาดนี้= =”
    ด้านมืดน่ากลัวมาก

    ไม่น่าเชื่อว่าพวกต่อต้านจะแบบถึงขั้นขับไล่เลยนะ

  2. มาแจม..ในฐานะที่ผมชอบนัตเก็ต และเฟรนซ์ฟรายด์ของแมคมาก

    .
    .

    กินเฉลี่ยเดือนละ 2 – 3 ครั้งครับ ไม่ถึงกับ 1 ครั้งต่อ 1 อาทิตย์ แน่นอนว่าด้วยราคาค่างวดของมันในบ้านเรา คงไม่สามารถทำให้มนุษย์เงินเดือนบริโภคมันได้เต็มคราบทุกมื้อ และทุกวันอย่างแน่นอน

    .
    .

    เราเลือกกินได้ฮะ ขณะเดียวกัน ก็เลือกทำร้ายตัวเองได้ช่วยเช่นเดียวกัน

  3. คุณ pexza … เวรกรรม เอ้ย … welcome นะครับ

    กินยังไงก็เถอะ … รักษาสุขภาพด้วย

    : )

  4. อืม… เรื่องนี้น่าสนใจ ผมเคยดูอยู่ดีมากๆครับ

  5. นานๆกินที กินน้อยๆ จะได้กินอีกนานๆ .. :)

  6. 555 เสาร์นี้ ไปกินกัน … เฮ !

    : )

  7. แมคฯ คือสวรรค์ของนักเดินย่ำเท้าเล่นไปทั่วโลก

    ท่านขุนอรรถเจ้าคะ ท่านรู้อะไรไหม ยามไปอินเดียวแม่เพลงผู้อ่อนหวานของท่านต้องนุ่งกระโปรงบานยาวกรอมเท้า
    สร้างความขัดเคืองใจให้กับลุคที่ลุยๆ ยิ่งนัก
    ทว่าไม่ทำเช่นนั้นก็มิได้ ด้วยกระโปรงมีคุณสมบัติพิเศษในการกลายเป็นสุ่มครอบคลุมยามปลดทุกข์เบา
    ใช่ค่ะท่านขุน…อินเดียนั้นหาห้องน้ำได้ยากยิ่ง
    โชคดีก่อนไป ไปงานนิทรรศการภาพถ่ายของนักเดินทางรุ่นพี่
    ตามประสาคนที่เคยไปมาก่อน จึงมีข้อแนะนำอันเป็นประโยชน์มหาศาล
    นั่นคือ…หากเห็นสัญลักษณ์แมคโดนัลล์ ณ จุดใด
    นอกจากไม่ต้องหวาดหวั่นกับอาการท้องเสียแล้ว
    ยังสามารถปลดทุกข์ไม่ว่าหนักหรือเบาได้อย่างสุขขี

    ท่านขุนเคยฟังเพลง Imagine ของ จอนห์ เลนนอน มั้ยเจ้าคะ
    บทเพลงอันอยากเห็น “โลกเป็นหนึ่งเดียว”
    แมคโดนัลด์ทำให้เราเห็นแล้วไงคะท่าน โลกเป็นหนึ่งเดียว
    ไม่ว่า ณ แห่งหนตำบลห่างไกลไหน เมื่อแมคโดนัลด์เดินทางไปถึง
    “สิ่งดีดีกำลังจะมา สิ่งดีดีกำลังจะมา ฮาฮะฮา”

    ดึกมาแฃ้ว เห็นทีข้าเจ้าคงต้องขอตัวไปนอนก่อน
    โอ้…ว่าจะปรับเปลี่ยนเวลานอนให้เร็วขึ้นแท้ๆ เชียว

    เฮ้อ…คิดไปก็เท่านั้น ด้วยแต่ก็มิได้นำพา

    :D

  8. อินเดียว >>> อินเดีย

    ข้าเจ้าเกรงท่านขุนเข้าใจผิดเป็น “อันเดียว” น่ะเจ้าค่ะ

    เอิ๊กกกกกกกกกกกกกกกกกกก

  9. แม่เพลง …

    จะว่าไป ข้าฯ มองเรื่องนี้ในฝั่ง “เจ้าบ้าน” ด้านเดียวอย่างแม่ว่า – จริง !

    ในฐานะ “ผู้เยี่ยมเยือน” เช่น นักเดินทางแล้ว แม็คฯ รวมโลกเป็นหนึ่ง – จริง !

    … ข้าฯ บ่อยครั้ง ใช้ห้องส้วมของเขาเป็นสาระ ซื้อของกินเล่นเป็นรอง
    (ปั๊มเจ็ท อยู่ในข่ายเดียวกัน)
    พูดถึงปั๊มเจ็ท … นานแล้ว เด็กน้อย ขณะนั่งรถไปเที่ยวทะเล เขาเหลือบเห็นปั๊มโปรด ที่ที่เขาเดินช้อปเป็นเพลินทุกครั้ง

    สมองสั่งการเช่นเดิม… เขาตะโกนบอกแม่่เสียงตื่น ฟังคล้ายสั่งการให้จอด บัดเดี๋ยวนั้น
    “เจ็ทแม่่ เจ็ทแม่่”

    “นึกว่าด่ากัน” แม่ค้อนตามองลูก ก่อนสาวพวงมาลัยเข้้าปั๊๊มฯ (ฮา)

    : )

  10. BTW … My mama-song! (ha) I woke up 1 hour after you went to bed. You know well it’s too-too late. Take care yrsf bfore take yrsf to see dog-tor!

    : )

    Ps. Gladdddd to know you’re “back to blog” again.

  11. ประทีป จิตติ พูด:

    สวัสดีขอรับท่านขุน

    อันที่จริง แมคฯ มันก็ตั้งของมันอยู่ดี ๆ อย่างท่านว่า แต่เราไปจ่ายเงินซื้อเพื่อบริโภค (เหมือนบุหรี่ มันอยู่ในซองดี ๆ เราไปแกะจุดไฟแล้วสูบ)

    จะเป็นด้วยการกินด่วนก็ทันใจ–บางท่านจำใจฝืนกิน บางท่านกินเป็นสรณะ

    กระบวนการโฆษณานั้นมีส่วนต่อการชักจูง เชิญชวน แน่ละ สีสันของมันน่ากินชะมัด
    ทั้งที่หน่วยงานสาธารณสุขก็ออกมาป่าวประกาศถึงโทษ–หากก้มหน้าก้มตากินมันอย่างเดียว โดยลืมอาหารจานด่วนในวัฒนธรรมของเรา เช่น ข้าวแกง ก๋วยเต๊ยว ฯลฯ

    ด้วยกระแสทุนนิยมบริโภคมาแรง…อีกทั้งมันไม่ใช่แค่เป็นปัจจัยหนึ่งในสี่ของการดำรงชีวิต แต่มันเป็นแฟชั่น-เป็นค่านิยมอย่างหนึ่ง ของคนกลุ่มหนึ่ง

    เมื่อราคาต่อชิ้นครึ่งร้อยขึ้นไป…มันจึงถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ความมั่งมี?
    น่าเสียดายที่ค่านิยมเช่นนี้ เพียงแค่สั่งมา แล้วกินไม่หมด เสียดายของครับ เพราะสุดท้ายมันลงถังขยะ!

    ก็อาหารขยะ จึงต้องลงถัง!!

    กฏของบริโภคนิยม ไม่อนุญาตให้ของเหลือเหล่านั้นเล็ดลอดการทำลาย
    หากเอาขยะเหล่านี้มากองรวมกันต่อวัน ทุกสาขาในโลก คงเป็นตัน ๆ เลย!!!
    แน่ละ ย่อมเลี้ยงคนที่ไม่มีอันจะกินได้หลายต่อหลายคน…

    จะกินด้วยความอะไรก็ตาม อย่างน้อยก็ควรจะกินให้หมดขอรับ…

    ด้วยมิตรภาพครับ.

  12. ไม่เคยดู นะครับ ได้แต่ได้อ่านมาหลายครั้งแล้้ว…. มันน่ากลัวจริงๆแหละ

  13. คุณประทีป …
    จริงขอรับ กุ๊ดพ้อยท์

    คุณทอม
    ผมเพิ่งได้ยินเรื่อง ใหญ่สุดๆ นึ้ ไม่กึ่วันก่อน
    คนอื่นเขา “เม้น” กันไปนานแล้ว

    : )

  14. โอ…ท่านขุนอรรถ

    อะไรกันนี่ท่านส่งภาษาปะกิดมาทักทายหรือ

    Ma-Ma Song แหม…ช่างคิดได้

    เช่นนั้นแล้วช่วยส่งมาม่าให้สักซองเถอะเจ้าค่ะ

  15. กรี๊ดดดดดดดดด

    เพิ่งเห็นท่านขุนเปลี่ยนหัวใจ เอ่อ…หัวบล็อกน่ะท่าน

    โอ้…เบื่อแล้วโลกจินตนาการ

    ตอนนี้กำลังฟัง Oh My Love ของเลนนอน ในเวอร์ชั่น แจ็คสัน บราวน์ อยู่

  16. บรึ๋ย
    กินบ่อยมากเลยงะ ที่นี่มันถูกดี
    มิน่า อ้วนขึ้น เพราะแม็คนี่เอง
    (โยนความผิดเห็นๆ)

Leave a Reply