ระหว่าง ปลดทุกข์ จู่ๆ ผมนึกถึงคำว่า …
“เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา” ขึ้นมา อย่างไม่มีทรัมเป็ด-ไม่มีฟรุด
ใจที่ไม่เคยนิ่ง … ก็ทะลึ่งและพาลคิดไปถึงงานแต่งงาน
บนเวที พิธีกร มักกล่าวคำๆ นี้ เพื่อ “ขอร้อง” ให้แขกผู้มีเกียรติ หยุดเม้าท์ !
แล้วช่วยกัน(ทำมาหากิน)เตรียมตัวยืนขึ้นยกแก้ว
แทม ท่ะล่ะแลม แท่มแทม แทมแท้ม – ไชโย ไชโย ไชโย
(บางงาน คอสุราเยอะหน่อย – ไชๆๆ โยๆๆ)
เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา !
ใครกำลังจะ(จัดงาน)แต่งงาน … ขั้นตอนต่างๆ มีดังนี้
๑. ยืนต้อนรับ(ซองของ)แขกหน้างาน
๒. ปล่อยให้แขกกินอาหารสัก ๒-๓ รายการ (โต๊ะจีน)
๓. พิธีกรขึ้นเวที
- เชิญบ่าวสาว (อย่าลืมมาลัยคล้องคอ)
- เชิญพ่อแม่(บ่าวสาว) ขึ้นเวทีขอบคุณแขกฯ
- เชิญเจ้านายบ่าวสาว ขึ้นเวทีให้โอวาท (ฐานที่ขึ้นเตียงมาก่อน!)
- เชิญบ่าวสาวหอมแก้มกัน ให้คนดู และตบมือ
- เชิญบ่าวสาวตัดเค้กปลอม(๓ ชั้น เค้กจริง ๑ ชั้น)
๔. บ่าวสาวเดินถ่ายรูปตามโต๊ะ(จีน)
๕. ยืนส่งแขก (หน้าโต๊ะทีมงานฝ่ายการเงิน-ในซอง)
๖. เคลียร์บิล
๗. ยกของขวัญ และบัญชีเงินไปทำต่อในห้องหอ(หึๆ) !
ฯลฯ
เบื่อกันหรือยัง “แพทเทิ้น” ทำนองนี้
หนุ่มสาวเสียเงิน เสียเวลา เสียโอกาส
แทบทั้งหมดเพื่อ “หน้าตา” ของตัวเอง หรือไม่ก็ หน้าตาของพ่อแม่
อันเป็นที่มาของคำว่า “บิ๊กเฟส” - หน้าบาน !
ที่สำคัญ หลายงาน … บ่าวสาวเสียความรู้สึกระหว่างกัน
เพราะญาตินินทาญาติ ญาตินินทาบ่าว
ญาติ”เม้าท์”ฝ่ายสาว แขกเม้าท์อาหาร เหล้า และดนตรี
+ + + + +
เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา-จริงๆ
๑. บ่าวสาวลองอยู่ด้วยกันสักปี
… (ถ้าเขายอม) และ ผ่านขั้นตอนนี้ได้ ค่อยไปขั้น ๒.
๒. บ่าวสาวนัดพ่อแม่มานั่งคุยกัน
… (ถ้าเขายอม) และ ผ่านขั้นตอนนี้ได้ ค่อยไปขั้น ๓.
๓. นัดญาติฝ่ายละ ๒ โต๊ะ(จีน) มาทำความรู้จักกัน
(ญาติ)แต่ละฝ่าย ซื้อของขวัญราคาไม่แพง
… มอบให้กัน – และกัน (ที่มาของคำว่า “ญาติดี”)
เมื่อเสร็จจากมื้ออาหาร … แยกย้ายกลับไปทำมาหารับประทาน
เห็นไหม ไม่ต้องพิมพ์การ์ดฯ ไม่ต้องมีเวที(พันธมิตร)
ไม่ต้องทำบัญชี ไม่ต้องมีแขก ! มีแต่คนไทยด้วยกัน
ไม่ต้องมีพิธีกร ไม่ต้องพูดให้เสียเวลาพูดว่า
… “เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา”
ด้วยรักและเคารพ(ญาติทุกคน)
ขุนทรัมเป็ด
โพสอินเดอะพาส :
http://culturegap.wordpress.com/2007/11/23/shark/



