วิชาสุดท้าย … ที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน !

 

การเชิญ คนดัง มากล่าวสุนทรพจน์

ในงานวันรับปริญญา มหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ

เป็น ธรรมเนียม ที่น่าสนใจ และ น่าชื่นชม

 

Steve Jobs

Bill Gates

Bono (U2)

 

 

สฤณี อาชวานันทกุล นำ speech เหล่านั้น

มาแปลและเรียบเรียงไว้ในหนังสือ

 

วิชาสุดท้าย … ที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน

(openbook)

 

เรื่องแบบนี้ ทำให้ผมนึกถึง ฝ่ายแนะแนวฯ

ซึ่งย่อมาจาก แนะแนวการศึกษาและอาชีพ”!!

 

ลองถามไถ่ลูกหลานคุณสิครับ 

… เป็นงง

ทุกปี เด็กไทย(หลายแสน) ไม่รู้จะเรียนอะไรดี

 

วิทย์ … วิทย์อะไร

ศิลป์ … ศิลป์อะไร

ศิลปศาสตร์ … เอกอะไร

 

หนักไปยิ่งกว่านั้น … เด็กๆ ไม่รู้ว่า 

… เรียนไปทำ(มาหา”รับทาน”)อะไร ?

 

วิศวคอมพิวเตอร์ … ทำอะไร

ฟู้ดซาย(แอนซ์) ทำแบบไหน

นิติศาสตร์ … ว่าความ ได้เท่านั้นหรือ

 

ถ้าอยากเป็นบรรณรักษ์ ต้องเรียนอะไร

อยากทำหนังสือ จะเข้าคณะไหน

 

ฯลฯ

 

 

ครั้นจะอาศัยดูในละครทีวี ในหนัง(โรง)  

… พระเอก(man!) ก็ไม่ทำมาหาแขก!อะไร

แต่ทะลึ่งมีเงินใช้ มีรถเท่ๆ ขับรับสาว … เวร !

 

 

 

ถึงเวลาหรือยัง ที่โรงเรียนมัธยมของเรา

ควรจะเชิญรุ่นพี่ หรือ คนเก่ง ในละแวก

มาให้คำแนะนำ … ไม่เฉพาะเรื่องอาชีพการงาน

 

อาจเป็นเรื่องการใช้ชีวิต อุปสรรคที่เขาเจอะเจอ

แง่คิดดีๆ ที่ทำให้เขาหลุดพ้นจากมรสุมมาได้

 

ยังมี เรื่องนอกตำรา อีกมาก ที่(รุ่น)น้องๆ ไม่รู้

 

 

ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงวันรับปริญญาหรอกนะ

อาจเป็น วันปิดภาคเรียน วันพระ วันครู วันเช็งเม้ง ฯลฯ

 

 

ก่อนจบ …

 

หนังสือเล่มเล็กๆ ราคาน่ารัก(น่าหยิก)

… วิถีของธุรกิจขนาดเล็ก

ของ คุณนรินทร์ โอฬารกิจอนันต์ http://1001ii.wordpress.com

 

อ้างถึง คุณนิรนาม (หมายฟามว่า ไม่รู้ ใครเป็นคนคิด)

เขียนทิ้งท้ายไว้อย่าง เจ็บ-คัน-แสบ  

… แปลบๆ อยู่แถวสมองส่วนปลาย 

 

 

ทุกคนถูกบังคับให้ใช้เวลาช่วงแรกของชีวิต

ไปกับการศึกษาเรื่องที่สุดท้ายแล้ว แทบไม่มีใครได้ใช้

… ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ และ วรรณคดี เป็นต้น

 

คนส่วนใหญ่ ใช้เวลาช่วงที่เหลือของชีวิต แทบทุกวัน

… ในโลกของบริษัท

 

อาจารย์ครับ บอกลูกศิษย์หน่อย … คัลคูรัส ตรีโกณมิติ ก็ดี

สะปีชี่ของแมงกุ๊ดจี่ หรือ สารเคมีอะสิโมะ ก็ดี   

 

 

 

… มันดี กับชีวิตเรา ยังไงครับอาจารย์ ???   

 

ขุนเวียน

 

 

 

“Look! … Can you see only PC in this classroom !?!”  

 

 

7 Responses to “วิชาสุดท้าย … ที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน !”

  1. เห็นด้วยแท้ๆ แต่ก่อนตอนผมเรียน ก็บ้าใบ้ตาบอด
    ไม่เคยรู้ว่าไอ้ที่จะเรียนต่อ จะเรียนไปทำอะไร เพื่ออะไร
    แถมไอ้ที่โดนบังคับเรียน ท่องแทบเป็นแทบตาย สุดท้ายไม่เคยได้ใช้…

    ตกลงเขาให้เราจ่ายค่าเรียนเพื่ออะไร

  2. ท่านขุนอรรถคะ

    ข้าเจ้าอยากเฮียนวิชาแม่บ้านแม่เรือน
    จะยะจะได๋ดีเจ้าคะ จ้วยแนะนำที
    แบบว่าไม่เคยเรียน
    พอปฎิบัติทีไรมันตกทุ้กทีไป (ฮา)

  3. จะบอกใครดีล่ะ ให้เด็กไทยเรียนดะซะทุกอย่าง เรียนตั้งแต่เช้ายันเย็น สุดท้าย เรียนไปเพื่อ?

    ระบบการศึกษาก็เปลี่ยนแล้ว เปลี่ยนอีก เอาของเค้าเข้ามา แต่ไม่ได้ดูถึงความสัมพันธ์ในปัจจัยอื่น ทำเอาระบบมั่วไปหมด เนื้อหาที่เคยเรียงเป็นลำดับ ก็สับมั่วหมด โรงเรียนไหนอะไรสอนอะไรก่อน ก็สอนไป

    จับเด็กขังไว้ในโรงเรียนทั้งวัน กว่าจะหลุดออกมา ก็เย็น ก็ค่ำ กิจกรรมก็ไม่มีอยู่แล้ว ยิ่งไม่มีโอกาสทำเข้าไปใหญ่

    แล้วยังเรื่องค่านิยมมหาวิทยาลัยที่ถูกฝังหัวเด็กเอาไว้ ต้องเรียนที่นั่นที่นี่ เด็กก็ต้องแข่งกันจะเป็นจะตาย จะกิจกรรมเต็มที่ก็ไม่ได้ จะเรียนเต็มที่ แล้วจะอยู่ยังไง

    ยิ่งจับเด็กให้อยู่ในกรอบมากเท่าไหร่ เด็กก็จะหวนหาอิสรภาพมากเท่านั้น

    สงสารรุ่นน้องปีหน้าที่ต้องสอบเข้าระบบใหม่อีก

    สงสารตัวเอง รุ่นปิดท้ายทุกทีเลย ^^

  4. เออ นะ …

    ผมลืมให้ข้อมูลสำคัญไปเรื่องหนึ่ง
    น่าตลก เพราะบรรดาคนดังที่รับเชิญมานั่น
    น้อยคนเรียนจบ ครบปีจนได้รับปริญญา !

    เรัยนไม่จบ นั่นแหละ
    อย่างน้อยก็สองชื่อแรก !

    สองชื่อที่ว่า … คนหนึ่ง รวยสุด
    อึกคนหนึ่ง … อินสไปร์สุด

    ตลกจนขำไม่่ออก ก็อีตอน …
    ฮาหวาด ไป(อัญ)เชิญมารับปริญญาขั้นสูงสุด
    สำหรับคนประสบความสำเร็จ แบบไม่ต้องรำ่เรียน !

    เอาไงดีล่ะ ลูกไอ้้กระผม

    เวง!

    : )

  5. แม่เพลง
    อย่างที่ผมว่านั่นแล

    อยากเปนแม่บ้านแม่เรือน ไม่ต้องเรียน
    เปน(แม่บ้าน)ไปเลย เมื่อชำนาญการแล้ว
    ฮาหวาด จะส่งเทียบไปเชิญเอง

    เคล็ดลับมีอยู่ว่า
    ป้อชาย บัดเดี๋ยวนี้ บ่ได้มองหา แม่เรือน เหมือนตะก่อน
    แบบสอบตกแม่เรือน แต่สอบ “แม่เนื้อหอม” ผ่านฉลุย ต่างหาก

    ป้อจายม่วนใจขนาด !!!

    อ้อ ขออย่างเดียว ถ้าเปนแม่บ้านแม่เรือน ไม่สำเร็จ
    อย่าแปลงร่างเปน ผีบ้านผีเรือน เสียล่ะแม่ฯ เอ๋ย

    แวบบบบบบ

  6. [...] khun_aut ได้เขียนไว้ในหัวข้อ วิชาสุดท้าย … ที่มหาวิทยาลัยไม่ได้… คือ “ทุกปี เด็กไทย(หลายแสน) [...]

  7. อืม เราชอบหนังสือเล่มนี้เหมือนกัน
    แม้ยังไม่มีโอกาสได้อ่านเต็มๆแบบจริงจัง ก็ตาม

    ตอนเรียนม.3 เราเคยยกมือถามคุณครูในห้องตอนเรียนวิชาเลขเสริม
    ในชั้นเรียนว่าด้วยเรื่องนี่แหละ ตรีโกณมิติ

    ครูคะ หนูสงสัยว่าไอ่ที่เราเรียนตอนนี้ มันจะมีประโยชน์อะไรกับหนูบ้าง
    ในเมื่อเวลาไปจ่ายตลาด เราก็ใช้แค่ บวก ลบ คูณ หาร แค่นั่นเอง
    ……….ทายซิว่าครูตอบว่าไง

    ครูของเราตอบว่า
    ก็เอาไปใช้ในการสอบเอ็นทรานซ์เข้ามหา’ลัย ในกรณีที่หนูจะเรียนต่อสายวิทย์ไงค่ะ
    อ้อ..หมดเวลาแล้ว เธอไปพบครูที่ห้องพักครูด้วยนะ

    อืม..
    แล้วม.4 เราก็เลือกเรียนสายศิลป์-เยอรมัน
    ความรู้เรื่องตัวเลขของเรา จึงจบลงแค่
    บวก ลบ คูณ หาร…
    เท่านั้นเอง


Leave a Reply