ภาคต่อจาก … http://culturegap.wordpress.com/2008/06/04/kid1/
๕ แนวคิดสำคัญในการเลี้ยงลูก(คน) …
แนวคิดสำคัญอันดับสอง : ลงทุน ลงทุน และ ลงทุน
ในชีวิตเราลงทุนอะไรมากมาย …
ตั้งแต่ ลงทุนในตลาดหุ้น ลงทุนในกิจการส่วนตัว …
รวมไปจนถึง ลงทุน ใช้เวลาเรียนหนังสือ เกือบ ๑ ใน ๓ ของชีวิต
… แน่นอน สิ่งที่เราต้องการในการลงทุน คือ “ผลตอบแทน”
“ลงทุนกับลูก” ก็เช่นเดียวกัน เราเสียเวลาไป เสียเงินเสียทองไป
ก็เพราะ “มองเห็น” ผลตอบแทนบางอย่าง (ไม่ใช่หรือ?)
… อย่างน้อย ก็ความสบายใจ หากลูกของเราเป็นคนดี คนเก่ง
การกำหนดผลตอบแทน …
จึงมีความสำคัญต่อ แนวทางในการลงทุน ด้วยประการฉะนี้
๑. เป็นคนดี
๒. เป็นคนเรียนรู้ และ คนเก่ง
๓. เป็นประชากรที่ดีของสังคม
ขอแค่นี้แหละ …
(แค่นี้ บางคนยังถอดใจ — ส่วนใหญ่ คิดว่ายากเกิน !)
เชื่อไหม มันง่ายเสียยิ่งกว่าง่าย ด้วย ๒ วิธี
๑. ๔ ช. !
๒. เป็นตัวอย่าง(ให้เห็น)
๔ ช.
ชม (ชม ชม ชม … หยุดด่าตั้งแต่วินาทีนี้ !)
ชอบ (ค้นหา “ข้อดี” ในตัวเขา)
เชื่อ (ว่าเขาจะ “เป็นได้”)
ช่วย (เฉพาะที่เขายังทำไม่ได้)
… แค่นี้จริงๆ การบริหารคน ไม่เฉพาะกับเด็ก
และเริ่มทำทันที ยิ่งเด็กยิ่งดี อย่ารอจนโต … ทำไมน่ะเหรอ?
สุดท้าย มีใครคนหนึ่งบอกไว้ว่า
”ชีวิต … ประสบความสำเร็จได้ ๓ ครั้ง เท่านั้น”
ประสบความสำเร็จในการเรียน
ประสบความสำเร็จในการงาน
ประสบความสำเร็จในชีวิต !
ถ้าเลือกได้ คุณอยากประสบความสำเร็จข้อไหน ?
ใช่ … ประสบความสำเร็จในชีวิต
เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง … ตกงาน ไร้รัก เคยรู้จักไหม ?
ผู้บริหารระดับสูง … ยังหาความสุขไม่เจอ มีถมไป
นักธุรกิจร่ำรวยล้นฟ้า … ฆ่าตัวตายไปก็เยอะ
คนๆ เดียวกันนี้ บอกว่า
จริงอยู่ ไม่มีลูก ก็ประสบความสำเร็จได้ … แต่ …
“หากคุณมีลูก (กำลังจะมี หรือ คิดจะมีลูก) การมีลูกที่ดี
รักการเรียนรู้ พึ่งพาตัวเองได้ ช่วยเหลือผู้คน นั่นไง
… เครื่องหมายแห่ง การประสบความสำเร็จในชีวิต”
เจอกันอีกที แนวคิดที่สามฯ
ขุนเบเบ้


10 comments
Comments feed for this article
มิถุนายน 28, 2008 ที่ 10:42 pm
EscRiBiTioNiSt®
ลงทุนไม่หวังผลตอบแทนกับตัว
ขอเพียงลูกเป็นคนดี ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร ไม่ลำบาก
เป็นพอ..
นะคร้าบบบบบบบ
มิถุนายน 29, 2008 ที่ 12:46 am
lek
Thanks for good instructions. Both post are very good. Even I don’t have a kid right now and not in foreseen future, I still like to fill up my brain about this tips.
มิถุนายน 29, 2008 ที่ 4:30 am
Peera
มีเพื่อนหลายคน กลัวที่จะมีลูก ไม่ใช่กลัวเจ็บหรืออย่างไร
แต่กลัวสังคม เค้าบอกว่าไม่อยากให้ลูกโตมาในสังคมอย่างนี้
ิคิดแล้วก็ขำๆ แต่อดสงสัยไม่ได้ว่าลูกยังไม่ทันเกิดมาเลย ก็ตัดสินใจให้เค้าแล้ว ‘เฮ้ยอย่ามาเกิดเลยสังคมอย่างนี้’ ไม่รู้จริงๆแล้ว กลัวว่าเกิดมาแล้วลำบากพ่อเเม่หรือเปล่า?
มิถุนายน 29, 2008 ที่ 6:07 am
khun_aut
ผลของการลงทุนไม่เหมาะสม
มากไป น้อยไป ไม่ให้เวลา
เราต้องเหนื้อยกาย ท้อใจ ไปนาน
เด็กที่โตมาภายใต้การลงทุนห่วยๆ
จะ “เป็นเด็ก” ไม่ยอมโตเสียที
โต คือ มีวุฒิภาวะ
วุฒิภาวะ คือ อาการของผู้ซึ่งเติบใหญ่ ทั้งกาย และ ใจ
ขอบคุณที่ช่วยกัน(ออกความเห็น)
: )
มิถุนายน 30, 2008 ที่ 9:21 pm
ShijiemiS
เห็นด้วยมากคะ บางทีดูข่าวในต่างประเทศ ยังอนุบาลอยู่เลยพ่อแม่ก็ลงทุนวางแผนการให้เสร็จสรรพเลย เห็นแล้วเครียดแทนเด็กเลยคะ :P
มิถุนายน 30, 2008 ที่ 9:53 pm
khun_aut
ตกลงมันดีหรือเปล่านี่เจ๊ (ฮา)
“ลงทุน” เป็น concept น่ะนะ
… มิได้หมายถึง เอาเงินฟาดหัวลูก หรืออะไรทำนองนั้น
การลงทุน (เงิน ความรัก และ เวลา) กับลูกของเรา
เป็นการลงทุนต้องให้ความสำคัญอันดับหนึ่ง (กรณีมีลูก)
เพราะ ROI ไม่อาจคิดเป็นเงิน เวลา หรือ ความรัก
… แต่จะหมายถึง “ความสุข”
: )
อ่านจบ อนุญาตให้อ้วกได้ครับ
มิถุนายน 30, 2008 ที่ 10:36 pm
ShijiemiS
อ้อ เห็นด้วยกับการเลี้ยงลูกตามแนวทางของ khun_aut คะแต่ไม่เห็นด้วยกับการลงทุนแบบแข่งขันแย่งชิงกันก่อนเวลาอันควร เรื่องบางเรื่องควรปล่อยไปตามธรรมชาติของเด็กด้วยไม่ใช่เอะอะก็ยัดเยียดปลูกฝังไว้ตั้งแต่เด็กๆเลยว่า หนูต้องเป็นที่หนึ่ง หนูต้องดีที่สุด หนูต้องอยู่เหนื่อกว่าคนอื่นให้ได้ มันดูไม่รู้จักแบ่งปันยังไงบอกไม่ถูกคะ …แฮ่ะๆ
กรกฎาคม 1, 2008 ที่ 5:57 am
khun_aut
จริงของเจ๊ …
ผมชอบคิดเอาเองว่า การยัดเยียด เป็นเรื่องไม่เวิร์คอยู่แล้ว
เป็นเรื่อง common sense .. แบบไม่ต้องบอกต้องสอนกัน
แต่เอาเข้าจริง พ่อแม่หลายคน ยัดเยียด โดยไม่รู้ตัว
เอาไว้จะ แทรกใน แนวคิดที่เหลือ ดีครับดี
: )
กรกฎาคม 1, 2008 ที่ 7:59 pm
siriluck
มาเห็นด้วยอีกคนค่ะ..ชอบ post นี้ (อีกแล้ว) :)
กรกฎาคม 2, 2008 ที่ 6:30 am
khun_aut
คุณ siriluck … นี่ผมต้องสงสัยอะไรรึเปล่าหนอ ?
: )