บื๊นๆ แป๊ดๆ …
ความจริง ผมไม่คิดว่า มอเตอร์เก่าๆ กับ แตรแห้งๆ ของมัน เสียงจะเป็นแบบนี้
แต่การเขียนคำเลียนเสียง มักฟังดูแปลกๆ ทั้งนั้น
มอเตอร์ไซด์คันที่ว่า เจ้าของเป็นแขก แขกจริงๆ อิมพอร์ตมาจากอินเดีย
หรือไม่ก็ ประเทศอะไรๆ แถวนั้น
ทุกเช้า ขณะเคลิบเคลิ้ม หรือ วะวุ่นทำอะไรอยู่
แขกคนนี้ ทำหน้าที่ ทั้งโปรย ทั้งเสียบ หนังสือพิมพ์ ตามบ้าน
ถ้าจำไม่ผิด ผมคุ้นหูกับเสียงนี้ทุกเช้า … มากกว่าสิบปีแล้ว
เอ วันไหนบ้างไหมที่เขาไม่มา ? จำไม่ได้จริงๆ
ยิ่งเมื่อเทียบกับ “ตั่ดๆๆๆๆ” นั่นเสียงรถกับข้าว !
รถกับข้าว เปลี่ยนหน้ากันไปตามฤดูเก็บเกี่ยว … บางคัน “มาๆ หยุดๆ”
สรุปว่า ตั่ดๆ สู้ บื๊นๆ กับ แป๊ดๆ ไม่ได้
ไม่เฉพาะ บื๊นๆ แป๊ดๆ เท่านั้น
หลายต่อหลายครั้ง หากตั้งใจฟังดีๆ ผมจะได้ยินเสียงเพลงภารตะ
หลุดออกจากปากแขกคนนี้ … ได้อารมณ์ !
น่าสงสัย … งานอาร๊าย จะทำให้มีความสุขได้ถึงขนาดนี้
เรื่องงานกับความสุข ทำให้นึกถึงบทสนทนากับ “นาย” ในวันหนึ่ง
“ผมอยากลาออก”
“ทำไม เครียดเหรอ”
“เปล่า ผม … อยากทำอะไรใหม่ๆ”
“เบื่อสิท่า … หาหนังดูไป หยุดสักสองวัน เดี๋ยวก็หาย”
“ผม … ”
…
“งานที่ดีเป็นยังไง … คำถามแบบนี้ ไม่เคยมีคำตอบ
งานที่ดีไม่มี มีแต่งานที่คุ้มหรือไม่คุ้ม
หยุดสักวันสองวัน แล้วเจอกัน”
ผมนึกถึง เพลงภารตะ ที่น้าแขกร้องตอนเช้าๆ
นึกถึง งานเดิมๆ ของแก … งานที่ทำให้แกทั้งร้องทั้งฮัมเพลงได้
… หลายวันก่อน จำไม่ผิด น้าแขก ขี่นำ มอ’ไซด์ คันหนึ่ง เข้ามาในหมู่บ้าน
สังเกตจากใบหน้า ของ คนทั้งคู่ ดูเหมือนเป็น ลูกหลาน มากกว่า ลูกน้อง
(เอาเข้าจริง แขกหน้าตาคล้ายกันหมด หรือจะเป็นญาติกันทั้งประเทศ ?)
น้าแขก เที่ยวชี้โน่นนี่ให้ หลาน ดู ทำนองว่า
“บ้านโน้น หัวเขียว … บ้านนี้ หัวสีม่วง … บ้านนั้น ‘ชัดลึก”
… หรือนี่จะหมายถึงการ “แตะมือ”
งานใหม่ คงรายได้ดี – เขาว่า แขกขายของและหาเงินเก่ง
หรือ น้าแขก ได้งานใหม่ ที่มีความสุขยิ่งกว่า
หรือ คนอ่านหนังสือพิมพ์น้อยลง
หรือ น้าแขก แกอยากเป็นนักเขียน (ฮั่นแน่ แหล่วๆๆๆ)
แล้ว แกจะร้องเพลงอะไร … ขี่มอ’ไซด์คันเดิม หรือ ถอยซีวิค
แล้ว บื๊นๆ แป๊นๆ “ของเรา” ล่ะ
ฯลฯ
มีใครสักคนไหม ที่คุณแอบมอง หรือ คอยสังเกตุ เมื่อมีโอกาส
นานวันเข้า เขาคนนั้นถูกแอบอ้างเป็น “ญาติข้างเรา”
ดารา พิธีกร นักกีฬา นายกฯ คนส่งหนังสือพิมพ์ เจ้านาย … ญาติข้างเรา !
ขุนฮัมฯ



