วิกฤตเบลอเก้อ … ระวัง! (๑/๒)

 

วิกฤตกิมจิ วิกฤตต้มยำกุ้ง วิกฤตโรตีมะตะบะ! อะไรพวกนี้ ว่าหนักแล้ว

ตอนนี้ นักการเงินพูดกันเป็นเสียงเดียวว่า …

วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ หนักกว่า อย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน !  

 

ในมติชนรายวัน (2 ตค. 51 / ปีที่ 31 / ฉบับที่ 11163)

http://www.nidambe11.net/ekonomiz/2008q4/2008october02p5.htm

อ.วรากรณ์ สามโกเศศ เขียนอธิบายเอาไว้ง่ายสุดๆ แล้ว

แต่ก็ยังอ่านยากอยู่ดี สำหรับคนไม่ได้ทำงานในภาคการเงิน  

 

จึงสรุปมาอ่านคลายเครียดกันเสียหน่อย …

 

๑.

 

ตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งกะโน้น

มะกันมะกร่าง ตั้งตนเป็นพี่เบิ้ม เอาทองมาค้ำฯ พิมพ์ธนบัตรเป็นว่าเล่น

… จากนิสัยกลายเป็นสันขวาน

พวกมะกันไม่ต้องหันมองหา ทองหรือทุนสำรองฯ หลังบ้าน …

อยากได้ ก็พิมพ์เงิน พิมพ์เงิน และ พิมพ์เงิน !

 

เมื่อเงินพิมพ์ได้ไม่ยาก …

มะกันอวดศักดาโดยประกาศตนเองเป็นสมาชิกถาวร ประเทศรวย

เพราะซื้อมากกว่าขายมาหลาย(สิบ)ปี

จนได้รางวัล ขาดดุลฯ ตลอดชาติเหรียญทองฝังเพชร     

 

ขาดดุล/ขาดทุน ช่างปะไร

เงินในประเทศไม่พอ พ่อก็สั่งพิมพ์เงิน ใส่เข้าไป-ใส่เข้าไป

ให้คนในประเทศใช้กันหนุกหนาน!

 

และ เมื่อครบกำหนดจ่ายพ่อค้า(ต่างแดน) เงินไม่พอจ่ายอีก

พ่อก็สั่งให้โรงพิมพ์ธนบัตรง่ายๆ ว่า พิมพ์อีกน้อง พิมพ์อีก

 

 

๒.

 

ว่างๆ มะกันโดดทำสงคราม+ขายอาวุธกับชาวบ้านไปทั่ว

จนถึงเหตุการณ์ 9/11 เศรษฐกิจไม่ดี … ไม่ต้องเป็นห่วง

รัฐบาลมะกัน สมนาคุณ(แอนด์เดอะหลอกรับประทาน)คนของเขา

ด้วยการลดแลกแจกแถม (promotion) ให้กู้เงินง่าย จ่ายเงินคล่อง

… คนในชาติร่าเริง กู้ได้กู้ดี มีเงิน(กู้)ซื้อของกันทั่วหน้า

 

ซื้ออะไรเล่าจะดีเท่า ซื้ออสังหาฯ ซื้อบ้านมีแต่ราคาขึ้น   

 

ซื้อไปซื้อมา จากซื้อบ้านเพื่ออยู่

ก็เป็น ซื้อบ้านเพื่อขาย เพื่อเก็งกำไร โดยมีรัฐบาลหนับหนุน!!

… หนักเข้า พ่อก็ กู้เพื่อเก็ง (Leveraging)

 

… กู้ซื้อหุ้น ซื้อกระดาษ ลงทุนอสังหาฯ ได้เงินชัวร์ !!! 

 

กู้เพื่อเก็ง กู้เพื่อทำกำไร

*** วิกฤตทางการเงินชาติไหนๆ ล้วนเกิดขึ้นจากจุดนี้ ***  

 

เมื่อ เกมสู้เพื่อแม่ หมดไป เกมกู้เพื่อเก็งเริ่มต้น แน่นอนมันมาพร้อมกับความเสี่ยง

ดังนั้น เพื่อลดความเสี่ยง คุณแบงค์ คุณประกัน พวกเขาก็ซื้อประกัน
(จ่ายเบี้ยน้อยๆ ประกันวงเงินสูงๆ)

 

ความเสี่ยงก็ลดลงแล้ว … แทนที่จะพอแค่นั้น

พี่แกกลับ กู้เพื่อเก็ง เพิ่มเข้าไปอีก  

 

กู้มากเข้า เก็งมากขึ้น … บริษัทประกันก็หันไปพึ่ง วานิชธนกิจ

วานิชธนกิจ ทำธุรกิจรับจ้าง ยัก-โยก (ยักเงินไป โยกเงินมา)

และ ทำมาหารับประทานจาก ค่าต๋ง

… โยกมาได้มาก โยกน้อยได้น้อย

 

ใครจะชำนาญการค้าเงินไปมากกว่า วานิชธนกิจ ชื่อก็บอกโต้งๆ

 

บริษัทถนัดยักโยก ก็ยักโน่น โยกนี่ ควักนี่ โปะนั่น ไปเรื่อย

สรุปว่า ทำให้ตัวเลขมั่นคง เข้าไว้ (Securitization)  

 

.

.

.

 

ยากไปไหมพี่ … ทู บี คอนทินิว(เติม อีดี!) 

 

ขุนอรรถ 

 

 

 

 

 

6 Responses ถึง “วิกฤตเบลอเก้อ … ระวัง! (๑/๒)”

  1. [...] Let’s talk about the Culture . . . . . Gap! สุขกันเทอเรา เศร้าปายทำไม @&*%%$+j^w#%% … ปายเปล่า!!! « วิกฤตเบลอเก้อ … ระวัง! (๑/๒) [...]

  2. I just hear that CEO of AIG (not sure) just went to vacation after the bailout. He also spent hundred of thousand dollars on vacation too.

    Company name and number are not accurate. My point is CEOs benefit from this bailout, but middle classes pay.

  3. สวัสดีครับ

    ทราบมาว่า บ้านหลังหนึ่งในอเมริกันแพงมากกกก!

    หลังสงครามโลกทั้งสอง โดยครั้งหลัง มะริกันร่ำรวยเพราะขายอาวุธ อาหาร อีกทั้งสมรภูมิไม่อยู่ที่ประเทศตน

    สงครามจบพี่แกเป็นมหาอำนาจทันที กร่างไปจัดระบบโลก ตั้งตัวเป็นตำรวจเสียเฉย…

    เรื่องธุรกิจ การเงิน ผมไม่มีความรู้เลยขอรับ จึงเอาข้อมูลห้าวมาขาย…

    อ่า…ไปอ่านตอยสองละ

    ด้วยมิตรภาพครับ

    ป.ล. บางท่านว่า นี่มันเป็นผลกรรมอย่างเป็นรูปธรรม (ผลจากการกระทำนะ อย่าไปคิดลึกซึ้ง)

  4. ไม่ค่อยรู้เรื่องจริง ๆ ครับ มารออ่านตอนต่อไป เสริมความรู้ครับ

  5. คุณ Lek … Bailout นี่ คือ ประกันตัว ใช่ไหม
    แปลเป็นไทยๆ ก็ต้องบอกว่า “เข้าไปอุ้ม” นั่นเอง

    ใช่ CEO สถาบันการเงินนี่ล่ะ … ตัวดี !!

    ทั่นประทีป … นี่ล่ะ อเมิรกัน

    คุณเจ้าชายน้อย … นี่ก็พยายามย่น พยายามย่อ และ “ล้อ” มาให้เข้าใจแล้วนะ
    เอาเป็นว่า อ่านแค่ ทฤษฎี 2 เซ็ง ก็พอ …

    : )

  6. @ขุนอรรถ
    yes krub. It’s “เข้าไปอุ้ม”, but not the same as police “อุ้ม” a lawyer. 55

Leave a Reply