“ห้องน้ำหนามบิน”
ลองวีคแอนด์ที่ผ่านมา ได้โอกาสออกเดินทางไปเที่ยวกึ่งทำงานนอกเมืองเชียงใหม่ และยังได้บันทึกช่วยจำกึ่งเขียนบล็อกมาอีกต่างหาก แค่เริ่มต้นก็คุ้มเกินคุ้ม …
บทความแรกในซีรี่ย์นี้ จึงขอเริ่มจากบันทึกที่ว่าด้วย “ห้องน้ำหนามบิน”
ห้องน้ำในสนามบินสุวรรณภูมินั้น ใครจะคิดอย่างไรก็ตาม ส่วนผมคิดว่า มันคือ “ตัวช่วย” ดีๆ นี่เอง เพราะอย่างน้อย มันได้ช่วยให้ข่าวรอยแยกบนทางวิ่ง(รันเวย์*) เงียบหายไปจากหน้าข่าว อย่างไม่มีขลุ่ยไม่มีทรัมเป็ด
ผิดกับครั้งเมื่อ คมช. (ย่อมาจาก ใครมันช่าง…) รับลูกมาเล่นเมื่อปีสองปีที่ผ่านมา เพราะในเวลานั้น จากภาพโคลสอัพธรรมดาๆ ภาพหนึ่ง จากเป็นชนวนไล่บี้ขี้แตกเสียจะเป็นจะตาย อยู่ดีๆ และ อยู่เผลอๆ ข่าวก็เงียบหายไปในกลีบเมฆ รวมถึง กีบเท้าของอะไรสักตัวหนึ่ง
(ก) พูดอย่างนี้ ไม่ได้หมายว่า สนามบินแห่งนี้จะโปร่งใสทำอะไรตรงไปตรงมา … ตรงกันข้าม ต้องขอบอกดังๆ ว่า จนวันนี้ ใครๆ ก็ยอมรับว่า มันกินกันโกงกันจนบรรลัย – ไม่ไล่ไม่เลิกจนถึงนาทีนี้ ! เพียงแต่จับไม่ได้ไล่ไม่ทันเท่านั้น บวกกับ คนไทยสมัยนี้ ยอมรับเสียแล้วว่า “โกงนิดหน่อย ยังดีกว่าไม่มีผลงาน”
(ข) โกง = เลว
ไม่มีผลงาน = ไม่เก่ง
เก่ง กับ เลว เป็นคนละกัน … เก่งก็เก่ง เลวก็เลวครับ
ภาพคนต่างชาติต่างภาษา ยืนต่อแถวรอขี้รอเยี่ยวดูเป็นระเบียบเรียบร้อยก็จริง แต่สะท้อนความห่วยของการออกแบบตั้งแต่ conceptual design จนไปถึง functional design กันเลยทีเดียว … มันช่างเป็นภาพสร้างความอึดอัดขัดตา(ทั้งคนรอ ทั้งคนถ่าย)อย่างแรง เมื่อเทียบกับโครงสร้างสูงโปร่งโล่งสบายของสนามบินแห่งนี้
ผมเพิ่งอ่านหนังสือของสถาปนิกที่ผมรักและเคารพมากๆ คนหนึ่ง คุณนิธิ สถาปิตานนท์ ยิ่งทำให้คิดต่อได้ว่า หาก A49 (บริษัทคนไทย) ได้รับโอกาสให้ทำงานนี้จนจบ เราจะได้ห้องน้ำแค่นี้หรือไม่ น่าคิดครับ น่าคิดจริงๆ
ผมเลือกแก้ปัญหาห้องน้ำ‘หนามบินไม่พอ ด้วยการก้าวเดินออกมาจากห้องน้ำชั้นสาม เดินเลาะลงทางเลื่อนลงมาจนเจอห้องน้ำชั้นสอง (ตั้งอยู่ในแนวท่อน้ำทิ้งเดียวกัน) … ที่นั่น ผมสัมผัสได้กับความสุขแค่เอื้อม !
การแก้ปัญหาห้องน้ำไม่เพียงพอโดยการรื้อผังสนามบินเสียใหม่ มันก็ “ขี่ช้างจับตั๊กแตน” พอๆ กับการตะโกน “ออกไปๆ” เรียกร้องให้รัฐบาลลาออกทั้งคณะ หรือ เล่นงานเฉพาะ รมต.คมนาคม เพราะพยายามเอาใจนายใหญ่ด้วยการอัดฉีด “ฮอร์โมนมันนี่” เร่งผลเร่งดอกจนเกินงาม – คุณจะอ่าน (ก) และ (ข) อีกกี่ครั้งก็ได้ ตามสบาย ไม่คิดเงินเพิ่ม !
อีก 20-30 ปี ข้างหน้า หากข้อมูลเรื่องน้ำท่วมกรุงเทพฯ ไม่โดน “เด็กเต้พ” อัดเข้าปลายคาง เหมือนกรณีคนเมืองกาญจ์อัดสองด๊อกฯ เมื่อเร็วๆ นี้ สิ่งที่เรา(หมายถึงรัฐบาลของเรา)ควรทำอย่างยิ่ง คือเริ่มมองหาทำเลเหมาะๆ สำหรับสร้างสนามบินใหม่ได้แล้ว เพราะกว่าจะได้สนามบินแห่งใหม่ คงใช้เวลาพอๆ กัน
ระหว่างนี้ สิ่งที่เรา(หมายถึง “แก” นั่นแหละ - ฮา)ทำได้ และควรทำอย่างยิ่ง คือ กินข้าวกินน้ำให้น้อยลงในวันเดินทาง หรือ ฝึกอดกลั้นอดออมของเหลวของแข็งในร่างกายให้อึดพอจะนำมันไปถ่ายได้“ป้ายหน้า” แค่นี้ก็เรียกว่า เราเป็นคนแก้ปัญหาใกล้ตัวได้ดีนักหนา
… แอนด์ เดอะ พึ่งพาตัวเอง !
ขุนอรรถ
[ ไปทำ(อะ)ไร? - http://chiangmaitoday.wordpress.com/2008/10/30/angkang/ ]

ตุลาคม 28, 2008 ที่ 1:03 pm
I don’t like the new airport too. But i can’t do anything to change it. I haven’t heard any gov trying to improve it and organize it.
ตุลาคม 30, 2008 ที่ 1:57 pm
ขอบคุณมากเลยค่ะท่าขุน เพราะหนิงกำลังจะเดินทางไปกรุงเทพฯ โดยปกติจะลงดอนเมือง แต่คราวนี้จะไปลงที่สุวรรณภูมิค่ะ จะได้เตรียมตัวเตรียมใจก่อน อิอิ
ตุลาคม 30, 2008 ที่ 9:26 pm
อดกลั้น อดออม … อิอิ
: )