Power Player !
- ๑ -
ขณะสุทัศน์กำลังเก็บข้าวของเพื่อย้ายบ้าน กาน้ำทองเหลืองเก่าๆ รูปร่างแปลกตา ก็ผลัดหล่นลงมาจากด้านในสุดบนชั้นเก็บของ … เหมือนถูกผลัก !
“เกือบไปแล้วไหมเล่า ซื้อจากตลาดเก่าโบ๊เบ๊เชียวนะ” สุทัศน์ บ่นในใจคนเดียว พลางขัดถูทำความสะอาด
“ตุ่ฟฟ์ฟ์ฟ์ฟ์” เสียงดังคล้ายระเบิดควัน กาน้ำทองเหลืองหล่นลงพื้น ควันสีเขียวหนาๆ ทะลักออกมาจากข้างใน
สุทัศน์สะดุดกล่องหนังสือ ล้มก้นกระแทกพื้น เขาพยายามไสตัวออกห่างกลุ่มควัน … ยักษ์ตัวสีเขียว สูงแค่เอว! แต่งตัวแวววาวคล้ายที่เคยเห็นในหนังสือนิทานอะลาดิน ปรากฏตรงหน้า - เสมอสายตาของสุทัศน์พอดิบพอดี
สุทัศน์ร้องเรียกภรรยาเสียงหลง เธอกำลังรื้อโน่นทิ้งนี้อยู่บนชั้นสอง ยักษ์ตัวจิ๋วหัวเราะดังสนั่นลั่นบ้าน แต่ดูเหมือนสุทัศน์จะได้ยินเพียงลำพัง
“ถ้าเจ้าตอบคำถามของข้าฯ ได้ … ข้าฯ จะให้ลิ้นชักทองคำเป็นสิ่งตอบแทน” พูดจบ ลิ้นชักทองคำ ก็ถูกวางไว้ใกล้ๆ … สุทัศน์ ตกใจจนพูดไม่ออกอีกครั้ง
“ลิ้นชักทองคำนี้ เปิดหยิบเงินได้ตลอดชีวิตของเจ้า เงินมีมากเท่าที่เจ้าต้องการ … ตอบข้าฯ สิว่า นอกจากเงินแล้ว เจ้าต้องการสิ่งใดอีก … ตอบข้า 4 อย่าง เจ้าจะได้ลิ้นชักทองคำนี้ไป” เสียงยักษ์ดังก้องๆ คล้ายพูดใส่ตุ่ม
สุทัศน์ขยี้ตา สะบัดศีรษะจนแน่ใจว่า ไม่ได้ฝันไป ก่อนตอบไปว่า “… เออ … เออ … บ้าน … รถ …”
“เดี๋ยว … หยุดก่อน” ยักษ์อ้าปากกว้าง แผดเสียงดังจนสุทัศน์ยกมือทั้งสองขึ้นอุดหู “เจ้ามีเงินมากมายกว่าเศรษฐีใดๆ ใยต้องขอบ้าน ขอรถคันใหม่ … ข้าจะให้โอกาสเจ้าอีกครั้ง”
สุทัศน์รวบรวมสติแล้วพูดว่า “เออ … เงิน … เออ … ผมจะต้องการอะไรอีกเล่า … ไม่รู้สิ ผมคิดไม่ออกจริงๆ”
“ถ้าอย่างนั้น ข้าฯ คงต้องเอาลิ้นชักคืนทองคำคืนมา” ควันสีเขียวยังลอยคว้างอยู่ ยักษ์ยืนท้าวสะเอว เสียงพูดเบาลง … สีหน้ายักษ์เป็นอย่างไร สุทัศน์มองเห็นไม่ถนัด
“เออ … ธุรกิจ ใช่ไหม? … ที่ดิน ก็ได้ … ที่ดินบนถนนสีลมทั้งสาย ได้ไหมท่าน” สุทัศน์น้ำตาคลอด้วยความอึดอัดใจ
“ตุ่ฟฟ์ฟ์ฟ์ฟ์” … ลิ้นชักทองคำ และ ยักษ์จิ๋ว ค่อยๆ จากหายไปพร้อมกับ ควันสีเขียว
“ท่าน … ท่าน …” สุทัศน์ รู้ดีว่า คงมีเฉพาะเขาเท่านั้นที่ได้ยินเสียงเรียกนี้
- ๒ -
“ถ้าคุณมีเงินมากมาย ให้จับจ่ายได้ตลอดชีวิต … คุณยังต้องการอะไรอีก ??” โมติเวเตอร์ชาวมาเลเซีย ถามผู้เข้าประชุมนับร้อย ด้วยการบรรยายไทย – สำเนียงจีน
หลังจากผู้เข้าประชุมยกมือตอบคนแล้วคนเล่า … โมติเวเตอร์สัญชาติมาเลย์คนนี้ เฉลยว่า “สิ่งที่เราต้องการเมื่อทำงานสำเร็จ คือ ห้าเอฟ (5Fs)”
“เอฟแรก คือ ฟอร์จูน (Fortune) คุณจะเข้าใจง่ายๆ ว่า เงิน ก็ได้ คุณนำเงินไปซื้อความสะดวกสบายต่างๆ ซื้อบ้าน ซื้อรถ ซื้อสระว่ายน้ำ อะไรอีกสารพัดที่คุณต้องการ แต่นอกจากเงินแล้ว คุณต้องมี … “อิสรภาพ” (Freedom)
อิสรภาพที่จะคิด อิสรภาพที่จะทำอะไรต่างๆ อิสรภาพที่จะเดินทางท่องเที่ยว อิสรภาพที่จะช่วยเหลือคนอื่น … จะมีประโยชน์อะไร หากเรามีเงินมากมาย แต่กลับต้องไปใช้ชีวิตอยู่ในคุก …
นอกจากนั้น เราควรต้องมี Friends คือ มีเพื่อนฝูง คนรอบข้าง และ คนรู้จัก ที่รักกัน ที่เข้าใจกัน อาจเป็นครอบครัว (Family) หรือ แค่เพื่อนที่ดีต่อกัน ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน ก็ได้ … คนมีเงินแต่ขาดอิสรภาพ ยังไม่แย่เท่ากับ คนมีอิสรภาพและไร้มิตรที่จริงใจ
อีกสองอย่างที่สำคัญ คือ Fame … Fame นี่จะเรียกว่า การมีชื่อเสียงก็ได้ แต่สำหรับคนไทย ผม(ชาวมาเลย์ผู้นี้)อยากเรียกว่า การยอมรับนับถือ มากกว่า
… คุณรู้จัก ขุนส่า ไหม ขุนส่ามีเงินมากมาย แต่ขาดอิสรภาพ ไปไหนมาไหนต้องหลบๆ ซ่อนๆ … มีคนรู้จักรายล้อมมากมาย แต่สำหรับคนจริงใจด้วยนั้น คงมีน้อยคนเต็มที ยิ่งไปกว่านั้น ขุนส่า มีชื่อเสีย! มากกว่า ชื่อเสียง คุณอยากมีเงินอย่างขุนส่าไหม ?
สุดท้าย หากมีเงิน มีอิสรภาพ มีเพื่อนฝูงที่ดี เป็นที่ยอมรับของสังคม แล้ว … แต่ชีวิตไม่มีความสนุกสนาน มีแต่ความไม่สงบสุข หรือ ถ้าสุขภาพของคุณแย่มาก จะไปเที่ยวเมืองนอก หรือ ชายทะเล ก็ทุลักทุเลเกินไป … ถ้าเป็นอย่างนั้น เสียงหัวเราะของคุณคงน้อยเต็มทน
หรือ บางทีพวกคุณอาจเรียกว่า ความสุข หรือ ความสงบ ก็ได้ แต่สำหรับผม ขอเรียกสิ่งสำคัญสุดท้ายว่า Fun แล้วกัน ง่ายดี
- ๓ -
(ในทางโลก) นอกจาก Fortune แล้ว … Freedom, Friends, Fame และ Fun นั้น ล้วนเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนควร “สลัก” ไว้ในใจเป็นเป้าหมาย หลายคนยิ่งหาเงิน (F-แรก) ยิ่งห่างไกลจาก 4Fs ที่เหลือมากขึ้นเรื่อยๆ
คิดถึงคนที่อยู่ไกลๆ แต่(ยัง)กลับประเทศไม่ได้, so far.
ขุนอรรถ

พฤศจิกายน 10, 2008 ที่ 3:15 pm
He doesn’t have freedom anymore. Jail time.
Unless he can defeat PAD.
พฤศจิกายน 10, 2008 ที่ 3:36 pm
ตอนนี้ยังไม่มีเงินเลย ง่ะ
พฤศจิกายน 13, 2008 ที่ 2:25 pm
Catch me if you can.