ห้องปฏิบัติชา_รวม (๓)
“อาจารย์ครับอาจารย์ เหตุใดสมาธิ ต้องนั่งนิ่งๆ … ยืนๆ วิ่งๆ ไม่ได้หรือ ?”
ศิษย์ถามเป็นกลอน ๔ สุภาพ
“จะบันจี้จัมพ์ หรือ จะดำน้ำ ก็ไม่พรือ … อั๊วะเกรงว่าลื้อ จะอยู่ในสมาธิ ได้ไม่นาน”
อาจารย์ตอบเป็นกลอน ๘ - ไม่สุภาพ !
ข้อดีของการนั่งนานๆ คือ เมื่อย ปวดขา เหน็บชา (koo ว่าแล้ว !)
… ลองสังเกตดูสิว่า เมื่อคุณเมื่อย ปวดขา โดนเหน็บชารับประทาน บรรดาความรู้สึกไม่พอใจเกิดขึ้นเมื่อใด จิตก็จะผลักไส(ความไม่พอใจ)ออกไปด้วยความรังเกียจ
และทันทีที่ขยับตัวแก้เมื่อย แม้เพียงเล็กน้อย เมื่ออาการปวดต่างๆ เบาคลาย ความสบายก็บังเกิด จิตจะพยายามดึง(ความพอใจ)เอาไว้นานๆ ด้วยความยินดี
“จิต” ทำงานแบบนี้ ทุกข์ก็ปรุงให้ผลัก สุขก็ปรุงให้รัก - ให้ดึงเข้ามา จิตปรุงแต่งตอบสนองอารมณ์(ชอบ-ชัง)ด้วยการ “ผลัก-ดึง” โดยไม่รู้(สึก)ตัว – ไร้สติ
ทั้งเมื่อย ปวดขา และโดนเหน็บชารับประทาน จึงเป็นยานพานะให้เห็นจริง ๒ เรื่อง …
ธรรมชาติของสมอง คือ (ลูกอี)ช่างคิด
ธรรมชาติของจิต คือ ช่างปรุงแต่ง
จิต(ใจ)ที่ไม่ผ่านการฝึกฝน เหมือนลิงไม่เรียนหนังสือ วันๆ เอาแต่โดดไปมา อารมณ์ดีๆ ก็แล้วไป อารมณ์ร้ายเป็นฟืนไฟ น่ากลัวยิ่งกว่าลิงกินยาบ้า
นั่งดูกาย ดูใจได้สักพัก ปัญญาจะเกิดขึ้นเองอย่างไม่มีทรัมปี่ ไม่มีทรัมเป็ด !
สำหรับ ปัญญา หรือ การพิจารณาให้เห็นจริงนี่ หากผู้ไม่เคยปฏิบัติ ก็เป็นการยากที่จะอธิบายออกมาเป็นคำพูด … เต๋าอธิบายไม่ได้ อธิบายได้ไม่ใช่เต๋า
สถานปฏิบัติฯ แห่งนี้ นึกจะนั่งสมาธิตรงไหน ตามใจ koo นั้นไม่ด๊ายไม่ได้ ศิษย์เก่าผู้พี่จะติดเบอร์ไว้ตามอาสนะ ให้ง่ายต่อการดูแล และ ส่งหมายเรียก !
อาสนะ ออริจินัลลี่ สถานปฏิบัติฯ แห่งนี้ จัดไว้ให้ ๒ ชิ้น
อาสนะชิ้นใหญ่สุด เป็นเบาะหนา ๔ นิ้ว กว้างยาวด้านละ ๒๐ นิ้ว ส่วนขนาดรองลงมา เอามาวางบนชิ้นใหญ่ สำหรับคนนิยมออฟโรด ! เอาไว้ยกก้นสูง นั่งนานได้สบายตูด
แต่ไม่ว่าเบาะจะหนานุ่ม นั่งสบายสักเพียงใด มันไม่พอ และไม่เคยพอ สำหรับมนุษย์ตูดสำอางค์อย่างพวกเรา พวกเขาจึงจัดเตรียมหมอนเสริมอีก ๒ ขนาด และ พนักพับได้ ทำจากไม้ และทำจากท่อโลหะ
หมอนเสริมแรก ทรงเหลี่ยมเท่า กว้างหนายาวคล้ายสมุดไดอะรี่ ส่วน หมอนเสริมอีกอัน เหมือนหมอนข้างแต่เล็กกว่า กว้าง ๔ ยาว ๑๕ นิ้ว หนานิ้วเศษ - คล้ายหมอนข้างหมาฟุดดิ้ง เอ้ย หมาฟุดเดิ้น
ทั้งหมอนเสริม และ พนักพับได้ มีให้อย่างจำกัด(และอย่างมีเหตุผล) หมายฟามว่า หากจะนำไปใช้ ต้องกระซิบกระซาบอธิบายเหตุผลให้ศิษย์เก่าฟังเสียก่อน
“ผมปวดเข่า จนตูดระบม ไม่ไหวจริงๆ”
“หลังผมมีปัญหา เป็นอย่างนี้ทุกครั้งเมื่อใช้หลัง”
“ผมเป็นเหน็บทั้งขา นั่งหลับตา เหมือนขาโดนขโมย”
ฯลฯ
หมอนเสริมและพนักพับได้ถูกทยอยเบิก บางคนก็นำไปรองเข่า บ้างก็เอาไปรองตูด อีกคนเอาไปรองหลัง อาสนะของศิษย์ใหม่ มองไปเหมือนเลโก้ ชุด ASSANANICA (อาสนะนิก้า)
บางคนยัดอาสนะเล็กเข้าไปใน(ปลอก)อาสนะใหญ่ บางคนก็อัดหมอนเสริมเข้าไปในอาสนะเล็ก พวกนี้คงเข้าใจผิด คิดว่ากำลัง “แต่งรถ” ต่อโน่น เสริมนี่ ตีโป่ง
วันที่ ๘-๙ ห้องปฏิบัติรวมกลายสภาพเป็นงานมอเตอร์โชว์ แต่ไร้เงาพริตตี้ มีแต่อาสนะติดสเกิร์ต เสริมสปอยเล่อร์ลดความเมื่อยหลายแบบให้เลือกชม นี่มันจะมาค้นหาหลักธรรม หรือ กำลังแข่งความเร็ว - ไม่ทราบ
วันสุดท้าย ก่อนออกจากบ้านเอเอฟ พวกเราจึงขอคำแนะนำ “เทคนิคนั่งนาน” … “พี่ตุ๋ย” ได้โอกาสเล่านิทานเต๋าให้ฟังเรื่องหนึ่ง
“ชายคนหนึ่ง กำลังไถนา เห็นกระต่ายตัวหนึ่งวิ่งผ่านมาอย่างรวดเร็ว มันวิ่งชนตอไม้แล้วตาย ทันใดนั้นเขาก็ทิ้งไถ ไปยืนรออยู่ที่ตอไม้นั้น ด้วยหวังว่ากระต่ายตัวอื่นๆ คงจะวิ่งมาชนตอไม้ตายอีก แล้วตนจะได้เก็บไปเป็นอาหาร
… แต่เขาไม่ได้กระต่ายตัวที่สองอีกเลย คนอื่นรู้เรื่องเข้า ต่างพากันหัวเราะเยาะในความคิดอันโง่เขลา … ”
“เออ … จบแล้วเหรอพี่”
“…” พี่ตุ๋ยพยักหน้า
ครับ … เต๋าอธิบายไม่ได้ ถ้าอธิบายได้ ให้เรียก “ตุ๋ย”
ขุนอรรถ

มกราคม 13, 2009 ที่ 4:34 pm
พวกที่หัวเราะเยาะมันกระซิบบอกข้าพเจ้าว่า..”ไอ้บ้านั่นมันโง่ ทะลึ่งไปยืนรอ โง่ซะไม่มี มันต้องนั่งรอเฟ้ย!’
ข้าพเจ้าผงกหัวหงึกๆ
มกราคม 13, 2009 ที่ 9:16 pm
ซะงั้น พี่ทั่น ฮ่าๆ
: )
มกราคม 13, 2009 ที่ 11:36 pm
คำอธิบายของคุณตุ๋ยล้ำลึกจริงๆ ค่ะ พี่เป็ดโง่เลยค่ะ …ไม่เข้าใจ แต่พอจะเข้าใจที่คุณขุนอรรถอธิบายเรื่องจิตปรุงแต่งน่ะค่ะ เห็นด้วยค่ะว่าธรรมชาติของจิตเป็นเอย่างนั้นจริงๆ ค่ะ รออ่านเหมือนเดิมค่ะ
มกราคม 14, 2009 ที่ 5:20 pm
“ปรุงแต่ง” key word of the year!
: )