วาเลนไทย์ … วาเลนทวย ตอน ๑

 

ในรายการตาสว่าง อาจารย์หญิงท่านหนึ่ง (ขออภัยจำชื่อไม่ได้*) เผยโรคสำคัญระดับชาติ ไม่แพ้โรคมะเร็ง นั่นคือ … โรคขาดรัก

 

(*iampranitee กรุณาแจ้งให้ทราบ อาจารย์มีชื่อว่า ผศ.ดร.อุษณีย์ อนุรุทธ์วงศ์ … ขอบคุณมากครับ สำหรับข้อมูล)   

 

ใครจะรู้บ้างว่า สังคมล่มสลายที่เห็นๆ กันอยู่ทุกวัน เกิดขึ้นเพราะโรคขาดรัก … ใกล้ๆ เวลานี้ ก็ ปัญหาวางแผนเสียตัวครั้งแรกในวันวาเลนไทน์นี่ก็ใช่ ช่างกลตีกันนั่นก็ใช่อีก

 

รวมถึงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แอนด์ เรื่อง(ผู้)ใหญ่ๆ อย่างเรื่องน้ำเน่าในการเมือง โกงกิน คอร์รัปชั่น ด่าทอ โจมตี สาดโคลน ชกต่อยในสภา นี่ก็ใช่ครับ

 

… เพราะขาดรักทั้งสิ้น !

 

บททดสอบอาการขาดรัก ๑๑ ข้อ (ตั้งสติเล็กน้อย ตอบด้วยความเป็นธรรม ลองดู)

 

๑. เหงาบ่อยๆ ? (คุณรู้คำตอบข้อนี้ดีที่สุด เป็นธรรมกับตัวเองนะครับ)

๒. ต้องการให้คนอื่นสนใจบ่อยๆ ?

๓. ต้องการเป็นซัมวัน เป็นจุดเด่น (บ่อยๆ) ?

๔. รู้สึกว่าต่ำต้อยด้อยค่าบ่อยๆ ?

๕. อยากทำลายคนเด่นกว่า (บ่อยๆ) ?

๖. อิจฉาคนประสบความสำเร็จ (บ่อยๆ) ?

๗. ไม่กล้ารักใคร รักไม่เป็น เปลี่ยนรักบ่อยๆ ?

๘. ไม่เชื่อในรัก ไม่เชื่อว่าความรักนั้นมีอยู่จริง (บ่อยๆ) ?  

๙. ไม่เชื่อว่ามีใครรักเราจริง (บ่อยๆ) ?

๑๐. ไม่รู้จักวิธีแสดงออกเมื่อรัก (บ่อยๆ) ?

๑๑. แสดงความรุนแรง (บ่อยๆ) ?

 

เชื่อว่าคุณคงมีคำถามถึง ดีกรีหรือ ความอ่อนแก่ของแบบสอบถาม เช่นว่า เหงา…มันต้องมากน้อยแค่ไหน อิจฉาฯ ก็เป็นบ้างแต่ไม่มาก จะให้ตอบอย่างไร รุนแรง ไม่เคยทำร้ายใจ แต่ใจมันอยากทำ(ร้าย) แบบนี้ให้ตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ ฯลฯ

 

ตอบไปเถอะครับ ผมคิดว่า อย่างไรเสีย แบบทดสอบนี้มันสะท้อนว่า คุณขาดรักมากน้อยแค่ไหนตาม ดีกรี ที่สงสัยอยู่นี่ล่ะครับ

 

หากตอบ ใช่เกิน ๕ ข้อ นั่นเป็นตัวชี้ว่า คุณเป็นโรคขาดรัก ยิ่งมากข้อยิ่งมีปัญหาจากโรคนี้มากเท่านั้น … (อาจารย์หญิง บอกว่า) การรักษาโรคนี้ ทำได้ แต่ต้องผ่านเงื่อนไขข้อแรก คือ ยอมรับว่าตนเองเป็นโรคขาดรัก !

 

เพราะที่เห็นเป็นปัญหาอย่างที่ว่าไป ถามว่าแก้ไขได้ไหม ตอบว่าได้ แต่ทำไมยังไม่แก้ไข หรือ ทำไมไม่แก้ไข  ตอบอีกทีก็ได้ว่า เพราะไม่ยอมรับว่าขาดรัก

 

ก่อนรู้วิธีรักษาโรค ต้องรู้(สา)เหตุของโรคเสียก่อน โรคนี้ คุณได้มาตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ อาจารย์หญิงท่านว่า ตั้งแต่ปฏิสนธิ จนถึง ๓ ขวบ

 

มีงานวิจัยมากมาย พิสูจน์ได้ว่า ตอนแม่ตั้งท้อง หากแม่ร้องไห้ ลูกในท้องจะร้องไห้ด้วย หากแม่เครียด แม่เบื่อเซ็ง แม่กระสับกระส่าย … ลูกก็ทุรนทุรายเหมือนแม่

 

เมื่อคลอดออกมา ไม่ว่าพ่อแม่จะรักมากแค่ไหน ไม่ว่าจะแสดงออกอย่างไร หากลูกรับรู้ (Perception)  ไม่ได้ถึงความรักนั้น … ปัญหาก็เริ่มต้น

 

พ่อแม่บอกว่ารัก หรือเข้าใจว่า แบบนี้เรียกว่ารักแล้ว หรือ บ้านอื่นรักลูกน้อยกว่าบ้านเราด้วยซ้ำ และไม่ว่า พ่อแม่จะยืนยันหนักแน่นอย่างไร หากลูกไม่สามารถรับรู้ได้(ว่าถูกรัก) ความรักที่มอบให้(แบบนั้น) ก็ไม่เป็นผล

 

ลูกรับรู้อย่างไรก็ถูกต้องอย่างนั้นหมายความว่า ให้ดูที่ Output ไม่ว่าพ่อแม่จะบอกว่า Input จะมากมายเลิศเลออย่างไร หากเด็กนำไป Process ไม่ได้ และ Output (ที่ตัวเด็ก) รับรู้ว่า ไม่รัก … Input ที่พ่อแม่ประเคนให้ มันไร้ประโยชน์ ยูสเลส !

 

ขอญาตแจงวิธีแก้ไข(จากอาจารย์หญิง) พร้อมความขยายในบทความหน้า … ไปแระ !  

 

ขุนอรรถ

p2010800_resize