<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>Let&#039;s talk about . . . . .</title>
	<atom:link href="http://culturegap.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://culturegap.wordpress.com</link>
	<description>สุขกันเถอะเรา เศร้าไปทำไม !@#$%&#38;*+*&#38;^$ ... ปายเปล่า</description>
	<lastBuildDate>Thu, 26 Jan 2012 05:25:17 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
<cloud domain='culturegap.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://s2.wp.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>Let&#039;s talk about . . . . .</title>
		<link>http://culturegap.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://culturegap.wordpress.com/osd.xml" title="Let&#039;s talk about . . . . ." />
	<atom:link rel='hub' href='http://culturegap.wordpress.com/?pushpress=hub'/>
		<item>
		<title>วิชา*</title>
		<link>http://culturegap.wordpress.com/2012/01/26/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://culturegap.wordpress.com/2012/01/26/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 26 Jan 2012 01:42:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>khun_aut</dc:creator>
				<category><![CDATA[no gap]]></category>
		<category><![CDATA[ลูก]]></category>
		<category><![CDATA[สอน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/?p=2369</guid>
		<description><![CDATA[6:50 น.  &#8220;หน้าหนาวนี่มืดเร็วสว่างช้า หรือมืดเร็วสว่างเร็ว&#8221; พ่อตั้งคำถามก่อนบิดกุญแจสตาร์ท  &#8220;&#8230; มืดเร็ว &#8230; (หยุดคิด) สว่างเร็วมั้ง หรือไม่ใช่&#8221; ลูกตอบเสียงงัวเงีย  ความพยายามที่จะแหวกหนังตาตัวเองในตอนเช้ามืด เร่งอาบน้ำแปรงฟันคล้ายกำลังเข้าค่ายฝึกวิชาทหารแบบนี้ ไม่ได้เป็นภาระกิจเฉพาะสำหรับนักเรียนเท่านั้น!  ควอลิตี้ทามที่พ่อหรือแม่ถามหา ถ้าไม่ใช่เวลานี้แล้วจะเป็นเวลาไหน?  &#8220;อาชีพที่ลูกอยากเป็นตอนเด็กๆ กับเวลานี้ยังเหมือนเดิมไหม&#8221; พ่อเปิดประเด็น  เด็กชายวัยกำลังใช้เงินเงียบเสียงคิดครู่หนึ่งก่อนตอบว่า &#8220;อืมมม ลูกยังอยากเป็นนักเขียนการ์ตูน หรือไม่ก็สถาปนิกเหมือนเดิมนะ&#8221; ลูกตอบ  &#8220;แล้วเพื่อนๆ ล่ะ เด็กเดี๋ยวนี้โตขึ้นอยากเป็นอะไรกัน&#8221; พ่อหมุนพวงมาลัยไปตามทางลัดก่อนตัดเข้าถนนใหญ่  &#8220;สถาปนิกก็มี อยากเปิดร้านอาหารก็มี พวกเกรียนๆ อยากเป็นครูก็มี &#8230;&#8221; ลูกตั้งใจจะพูดต่อแต่พ่อสงสัย &#8220;ทำไมต้องเกรียน&#8221;  &#8220;มันบอกว่าโดนครูด่า งั้นโตขึ้นเป็นครู จะได้ไปด่านักเรียนบ้าง&#8221; ลูกพูดจบ ทั้งสองก็ประสานเสียงหัวเราะให้กับความเกรียนของเด็กยุคนี้  &#8220;เวลาเด็กบอกอยากเป็นสถาปนิกนี่ รู้เหรอว่าสถาปนิกต้องอะไรบ้าง&#8221; พ่อพยายามหาทางเข้าเรื่อง  &#8220;ก็เขียนแบบ ออกแบบ ลูกชอบตรงที่มันใช้วิทยาศาสตร์อย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องใช้ศิลปะด้วย อะไรแบบนั้น&#8221; ลูกตั้งใจอธิบาย  &#8220;อืม ฟังดูเหมือนว่าสถาปนิกทำหน้าที่เชื่อมความฝันกับความจริงนะ ว่ามั้ย&#8221; พ่อชวนคิดตาม ลูกพยักหน้า [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&amp;blog=1264318&amp;post=2369&amp;subd=culturegap&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>6:50 น. </p>
<p>&#8220;หน้าหนาวนี่มืดเร็วสว่างช้า หรือมืดเร็วสว่างเร็ว&#8221; พ่อตั้งคำถามก่อนบิดกุญแจสตาร์ท </p>
<p>&#8220;&#8230; มืดเร็ว &#8230; (หยุดคิด) สว่างเร็วมั้ง หรือไม่ใช่&#8221; ลูกตอบเสียงงัวเงีย </p>
<p>ความพยายามที่จะแหวกหนังตาตัวเองในตอนเช้ามืด เร่งอาบน้ำแปรงฟันคล้ายกำลังเข้าค่ายฝึกวิชาทหารแบบนี้ ไม่ได้เป็นภาระกิจเฉพาะสำหรับนักเรียนเท่านั้น! </p>
<p>ควอลิตี้ทามที่พ่อหรือแม่ถามหา ถ้าไม่ใช่เวลานี้แล้วจะเป็นเวลาไหน? </p>
<p>&#8220;อาชีพที่ลูกอยากเป็นตอนเด็กๆ กับเวลานี้ยังเหมือนเดิมไหม&#8221; พ่อเปิดประเด็น </p>
<p>เด็กชายวัยกำลังใช้เงินเงียบเสียงคิดครู่หนึ่งก่อนตอบว่า &#8220;อืมมม ลูกยังอยากเป็นนักเขียนการ์ตูน หรือไม่ก็สถาปนิกเหมือนเดิมนะ&#8221; ลูกตอบ </p>
<p>&#8220;แล้วเพื่อนๆ ล่ะ เด็กเดี๋ยวนี้โตขึ้นอยากเป็นอะไรกัน&#8221; พ่อหมุนพวงมาลัยไปตามทางลัดก่อนตัดเข้าถนนใหญ่ </p>
<p>&#8220;สถาปนิกก็มี อยากเปิดร้านอาหารก็มี พวกเกรียนๆ อยากเป็นครูก็มี &#8230;&#8221; ลูกตั้งใจจะพูดต่อแต่พ่อสงสัย &#8220;ทำไมต้องเกรียน&#8221; </p>
<p>&#8220;มันบอกว่าโดนครูด่า งั้นโตขึ้นเป็นครู จะได้ไปด่านักเรียนบ้าง&#8221; ลูกพูดจบ ทั้งสองก็ประสานเสียงหัวเราะให้กับความเกรียนของเด็กยุคนี้ </p>
<p>&#8220;เวลาเด็กบอกอยากเป็นสถาปนิกนี่ รู้เหรอว่าสถาปนิกต้องอะไรบ้าง&#8221; พ่อพยายามหาทางเข้าเรื่อง </p>
<p>&#8220;ก็เขียนแบบ ออกแบบ ลูกชอบตรงที่มันใช้วิทยาศาสตร์อย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องใช้ศิลปะด้วย อะไรแบบนั้น&#8221; ลูกตั้งใจอธิบาย </p>
<p>&#8220;อืม ฟังดูเหมือนว่าสถาปนิกทำหน้าที่เชื่อมความฝันกับความจริงนะ ว่ามั้ย&#8221; พ่อชวนคิดตาม ลูกพยักหน้า</p>
<p>&#8220;ลูกรู้ใช่ไหม คุณปัญญาเวิร์คพ้อยท์นั่นก็สถาปนิก สถาปนิกเมืองไทยหลายคนทำงานในวงการโทรทัศน์ (ลูกพยักหน้าหงึกๆ) </p>
<p>&#8230; ถ้าลองสังเกตุดูดีๆ แต่ละสาขาวิชามีวิธีคิดที่แตกต่างกันนะพ่อว่า คือเราไม่ได้เรียนแค่วิชาตามหลักสูตรเท่านั้น วิธีคิดหรือกรอบคิดของวิชานั้นๆ เป็นสิ่งที่เราซึมซับมาด้วยแบบไม่รู้ตัว&#8221; พ่อหันไปเช็คระดับความสนใจ </p>
<p>&#8220;&#8230;.&#8221; ลูกเลิกคิ้วถาม </p>
<p>พ่อลดกระจกหน้าต่างจ่ายเงินค่าทางด่วนแล้วพูดต่อ &#8220;อย่างสถาปนิกไม่ได้สอนวิชาออกแบบบ้าน เขียนแบบบ้านเท่านั้น เขาสอนให้เราทำความฝันให้เป็นความจริง เชื่อมโลกวิทยาศาสตร์กับโลกศิลปะเข้าหากัน ลูกว่่าไหม &#8230; </p>
<p>นิติศาสตร์ สอนให้เรารู้จักกติกา รู้ว่าทุกอย่างมีองค์ประกอบ มีเงื่อนไข และทำให้เรารู้ด้วยว่าทุกกติกามีช่องโหว่เสมอ </p>
<p>&#8230; หรือวิชาเศรษฐศาสตร์ เขาไม่ได้สอนให้เราเป็นพนักงานธนาคาร หรือทำงานเกี่ยวกับเงินๆ ทองๆ ที่ไหน เขาสอนให้เรารู้ว่าไม่มีของฟรีในโลก ทุกอย่างมีต้นทุนเสมอ คำว่าราคาเป็นคำเดียวกับราคะ ยิ่งเราอยากได้อะไร เรายิ่งต้องจ่ายหนักขึ้นเพื่อให้ได้สิ่งนั้นมาครอบครอง&#8221; </p>
<p>&#8220;วิธีคิดหรือกรอบคิดเหล่านี้ต่างหากที่ลูกต้องทำความเข้าใจ และถ้าเราโยงการเขียนการ์ตูนกับวิชาความถนัดทางสถาปัตย์ได้ หรือถ้าเราโยงช่องว่างทางการตลาดกับเงื่อนไขความสำเร็จได้ </p>
<p>หรือถ้าเราโยงกิเลส ความอยาก ความต้องการของมนุษย์เข้ากับสินค้าที่ลูกจะผลิตออกขาย วันหนึ่งลูกอาจเป็นสถาปนิก นักเขียนการ์ตูน นักฏหมาย หรือแม้กระทั่งจะกลายเป็นนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ภายในวันเดียวก็ยังได้ </p>
<p>&#8230; ใครจะรู้&#8221; </p>
<p>ขุนอรรถ </p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/culturegap.wordpress.com/2369/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/culturegap.wordpress.com/2369/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/culturegap.wordpress.com/2369/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/culturegap.wordpress.com/2369/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/culturegap.wordpress.com/2369/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/culturegap.wordpress.com/2369/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/culturegap.wordpress.com/2369/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/culturegap.wordpress.com/2369/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/culturegap.wordpress.com/2369/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/culturegap.wordpress.com/2369/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/culturegap.wordpress.com/2369/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/culturegap.wordpress.com/2369/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/culturegap.wordpress.com/2369/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/culturegap.wordpress.com/2369/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&amp;blog=1264318&amp;post=2369&amp;subd=culturegap&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://culturegap.wordpress.com/2012/01/26/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">khun_aut</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>(ต้น)เหตุ*</title>
		<link>http://culturegap.wordpress.com/2012/01/12/root/</link>
		<comments>http://culturegap.wordpress.com/2012/01/12/root/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 12 Jan 2012 05:09:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>khun_aut</dc:creator>
				<category><![CDATA[work gap]]></category>
		<category><![CDATA[งาน]]></category>
		<category><![CDATA[นิสัย]]></category>
		<category><![CDATA[ลูกพี่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/?p=2362</guid>
		<description><![CDATA[7:28 น.  เมื่อวานเพื่ิอนร่วมงานถามว่า &#8220;ลูกพี่ไร้คุณธรรม ทำไงพี่&#8221;  &#8220;ลาออก&#8221; ผมตอบ  &#8220;โห แรงไปไหม&#8221; เธอถาม  &#8220;แล้วไร้คุณธรรมที่ว่ามันร้ายแรงหรือเปล่า&#8221; ผมเสนอ เห็นเธอเงียบ เลยขอให้เล่ารายละเอียดมา  &#8220;ชีโปรดแต่ลูกน้องชาย ชอบเอารถบริษัทไปใช้ เอาแต่ใจไม่ค่อยฟังเหตุผล โดยเฉพาะเหตุผลของลูกน้องฝ่ายหญิง (เธอหายใจเฮือกใหญ่แล้วซัดต่อ)  ระเบียบขั้นตอนที่มีก็เปลี่ยนหมด จริงๆ คือไม่ชอบอยู่ในกฏระเบียบ อ้างโตมาจากสายการตลาดเลยต้องคิดนอกกรอบ กรอบบ้าอะไรพี่อย่่างนี้เรียกนอกคอก  พอทีพนักงานคนอื่นเราอยากให้อยู่ในระเบียบ อ้อ แต่ยกเว้นพนักงานชายที่ชีควงไปไหนมาไหนด้วย ชีออกตัวแทนว่าลักษณะงานต่างกัน &#8230;&#8221;  เธอกำลังจะอ้าปากจัดหนักมาอีกชุดทำอย่างกับหายใจทางเหงือก ผมเลยยกมือห้ามไว้ก่อนแล้วขอแทรกว่า &#8220;ให้เอาผลมาเป็นเหตุ&#8221;  เธองง!  ผมชี้แจงต่อ &#8220;คืองี้ การแก้ปัญหาโดยไม่รู้เหตุของปัญหานั่นแหละคือปัญหา และยิ่งที่เราคิดว่าเรื่องนั้นเรื่องนี้เป็นเหตุของปัญหาน่ะ แต่จริงๆ มันยังเป็นแค่ผลของปัญหายิ่งเป็นปัญหาเข้าไปใหญ่&#8221;  คราวนี้ตาลอย งงหนักกว่าเก่า!!  ผมเปลี่ยนวิธีอธิบายดีกว่า &#8220;สมมุติว่า ชีจะชอบเอารถบริษัทไปใช้ยังไงก็ช่างชี แต่เมื่อเกิดผลกระทบกับงานตรงๆ อย่างเช่น ไม่มีรถต้องไปเช่ารถ ทำให้ยอดเงินจ่ายค่าเช่ารถสูงขึ้นจนฝ่ายการเงินทักท้วง(หรือด่า)มาเมื่อไหร่ ก็ให้หยิบยกขึ้นมาเป็นเหตุให้แก้ไขกันไปตามเหตุ&#8221;  เมื่อเรานำผลมาเป็นเหตุชั้นแรก แล้วค่อยๆ แก้ไขตามเหตุทีละชั้นค่อยๆ ลึกลงไป ในที่สุดก็จะเจอต้นเหตุเอง &#8230; [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&amp;blog=1264318&amp;post=2362&amp;subd=culturegap&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>7:28 น. </p>
<p>เมื่อวานเพื่ิอนร่วมงานถามว่า &#8220;ลูกพี่ไร้คุณธรรม ทำไงพี่&#8221; </p>
<p>&#8220;ลาออก&#8221; ผมตอบ </p>
<p>&#8220;โห แรงไปไหม&#8221; เธอถาม </p>
<p>&#8220;แล้วไร้คุณธรรมที่ว่ามันร้ายแรงหรือเปล่า&#8221; ผมเสนอ เห็นเธอเงียบ เลยขอให้เล่ารายละเอียดมา </p>
<p>&#8220;ชีโปรดแต่ลูกน้องชาย ชอบเอารถบริษัทไปใช้ เอาแต่ใจไม่ค่อยฟังเหตุผล โดยเฉพาะเหตุผลของลูกน้องฝ่ายหญิง (เธอหายใจเฮือกใหญ่แล้วซัดต่อ) </p>
<p>ระเบียบขั้นตอนที่มีก็เปลี่ยนหมด จริงๆ คือไม่ชอบอยู่ในกฏระเบียบ อ้างโตมาจากสายการตลาดเลยต้องคิดนอกกรอบ กรอบบ้าอะไรพี่อย่่างนี้เรียกนอกคอก </p>
<p>พอทีพนักงานคนอื่นเราอยากให้อยู่ในระเบียบ อ้อ แต่ยกเว้นพนักงานชายที่ชีควงไปไหนมาไหนด้วย ชีออกตัวแทนว่าลักษณะงานต่างกัน &#8230;&#8221; </p>
<p>เธอกำลังจะอ้าปากจัดหนักมาอีกชุดทำอย่างกับหายใจทางเหงือก ผมเลยยกมือห้ามไว้ก่อนแล้วขอแทรกว่า &#8220;ให้เอาผลมาเป็นเหตุ&#8221; </p>
<p>เธองง! </p>
<p>ผมชี้แจงต่อ &#8220;คืองี้ การแก้ปัญหาโดยไม่รู้เหตุของปัญหานั่นแหละคือปัญหา และยิ่งที่เราคิดว่าเรื่องนั้นเรื่องนี้เป็นเหตุของปัญหาน่ะ แต่จริงๆ มันยังเป็นแค่ผลของปัญหายิ่งเป็นปัญหาเข้าไปใหญ่&#8221; </p>
<p>คราวนี้ตาลอย งงหนักกว่าเก่า!! </p>
<p>ผมเปลี่ยนวิธีอธิบายดีกว่า &#8220;สมมุติว่า ชีจะชอบเอารถบริษัทไปใช้ยังไงก็ช่างชี แต่เมื่อเกิดผลกระทบกับงานตรงๆ อย่างเช่น ไม่มีรถต้องไปเช่ารถ ทำให้ยอดเงินจ่ายค่าเช่ารถสูงขึ้นจนฝ่ายการเงินทักท้วง(หรือด่า)มาเมื่อไหร่ ก็ให้หยิบยกขึ้นมาเป็นเหตุให้แก้ไขกันไปตามเหตุ&#8221; </p>
<p>เมื่อเรานำผลมาเป็นเหตุชั้นแรก แล้วค่อยๆ แก้ไขตามเหตุทีละชั้นค่อยๆ ลึกลงไป ในที่สุดก็จะเจอต้นเหตุเอง &#8230; </p>
<p>จริงอยู่ เราอาจเป็นคนทำงานเก่งมากจนสามารถรู้&#8221;ต้นเหตุ&#8221;ได้ทันที่เกิดปัญหา และเสนอให้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุทันที แต่วิธีที่ว่ามักแก้ปัญหาไม่ได้เพราะไม่มีใครยอมรับว่าเป็นตัวปัญหา โบ้ยกันไปเป็นทอดๆ ก็ลองเปลี่ยนวิธีแก้ปัญหาแบบค่อยๆ ย้อนหาเหตุลงไป </p>
<p>แม้วิธีนี้อาจไม่ทันใจ แต่ถ้ามันแก้ปัญหาได้ก็น่าลอง </p>
<p>ขุนอรรถ    </p>
<p>    </p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/culturegap.wordpress.com/2362/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/culturegap.wordpress.com/2362/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/culturegap.wordpress.com/2362/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/culturegap.wordpress.com/2362/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/culturegap.wordpress.com/2362/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/culturegap.wordpress.com/2362/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/culturegap.wordpress.com/2362/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/culturegap.wordpress.com/2362/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/culturegap.wordpress.com/2362/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/culturegap.wordpress.com/2362/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/culturegap.wordpress.com/2362/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/culturegap.wordpress.com/2362/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/culturegap.wordpress.com/2362/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/culturegap.wordpress.com/2362/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&amp;blog=1264318&amp;post=2362&amp;subd=culturegap&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://culturegap.wordpress.com/2012/01/12/root/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">khun_aut</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>กันสมิธ (7)</title>
		<link>http://culturegap.wordpress.com/2011/12/31/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-7/</link>
		<comments>http://culturegap.wordpress.com/2011/12/31/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-7/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 31 Dec 2011 04:24:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>khun_aut</dc:creator>
				<category><![CDATA[movie gap]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/?p=2360</guid>
		<description><![CDATA[ฉาก 15 : ขบวนแห่พระแม่มารีต้องหยุดชะงักอย่างกะทันหัน ถนนปูด้วยหินรอบโบสถ์สับสนอลหม่านไปด้วยผู้คนนับร้อยที่ต่างวิ่งหนีเอาชีวิตรอดหลังเสียงปืนดัง เสียงผู้คนดังเอะอะด้วยความตระหนก เมืองคาสเทลเวคกิโอไม่เคยมีเหตุการณ์ใดให้ต้องแตกตื่นตกใจเช่นนี้มาก่อน แจ๊คล้มตัวลงเหนือคาร่า เขาพยายามสาดสายตาหาจุดกำเนิดเสียง เมื่อแน่ใจว่าจุดกำเนิดเสียงอยู่ไกลและนั่นไม่ใช่เสียงจากปลายกระบอกปืนซุ่มยิงอย่างที่ควรจะเป็น เขาหันกลับมาหาคนรักเธอด้วยสายตาเป็นห่วง “คุณโอเคนะ” คาร่าและแจ๊คลุกขึ้นยืนในขณะที่ผู้คนยังวิ่งผ่านหน้าคนละทิศทาง “แจ๊ค เกิดอะไรขึ้น” คาร่าถาม แววตาของเธอเหมือนไม่มั่นใจอะไรสักอย่าง “ผมก็ไม่รู้เหมือนกันที่รัก ช่างเถอะ ผมต้องไปทำงานให้เสร็จ คุณไปรอผมที่เดิม ไปรีบไป” แจ๊คเขย่าตัวคาร่าเบาๆ แต่หนักแน่น คาร่ารู้ว่าชีวิตของแจ๊คเต็มไปด้วยความลับ แต่เธอเชื่อในความรักครั้งนี้มากกว่า แจ๊คมองคาร่านิ่งจนเชื่อว่าสามารถเรียกสติของเธอกลับคืนมาได้แล้ว เขาจึงเร่งเท้าออกเดินไปบนถนนข้างโบสถ์ด้วยความระมัดระวัง ฉาก 16 : มุมโบสถ์โบราณเป็นอาคารสูง 2 ชั้น กระเบื้องหลังคาหลายแผ่นตกลงมาแตกกระจายบนทางเดิน ร่างหญิงสาวใส่โอเวอร์โค้ทสีน้ำตาลอ่อนนอนบิดเบี้ยวห่างจากประตูโบสถ์ไม่ถึง 2 เมตร ไม่ไกลจากร่างของเธอมีปืนซุ่มยิงเก็บเสียงกระบอกยาวตกอยู่! แจ๊คมองเห็นร่างนั้นจากระยะไกล เขารู้ว่าเธอคนนั้นคือมธิลดา! นั่นทำให้เขาหยิบปืนพกพร้อมยิงออกมาแล้วรุดเข้าไปถึงร่างหญิงสาวก่อนใคร ใบหน้าด้านขวาของมธิลดาแหลกเละจนแทบจะไม่น่ามีใครจดจำได้ เธอนอนนิ่งแทบไม่เคลื่อนไหว สังเกตุได้เพียงลมหายใจรินๆ แผ่วลงทุกที นักสังหารมือสองอย่างมธิลดาย่อมรู้ดีว่า สักวันไม่เขาก็เธอต้องตายจากคมกระสุนด้วยกันทั้งนั้น แต่ไม่นึกว่าเธอจะเสียท่าโดนแจ๊คตบตาสลับกลไกภายในปืนซุ่มยิงก่อนส่งมอบ วิถีกระสุนทะลวงย้อนกลับด้านกลายเป็นระเบิดขนาดเล็กที่มีพิษสงมากเพียงพอต่อการสังหารผู้เล็งยิงเสียเอง เสียงฝีเท้าของผู้คนยังคงดังผ่านไปมาโดยไม่สนใจใยดีต่อเหตุการณ์ต่างๆ เบื้องหน้า แจ๊คและมธิลดามองตากันด้วยเข้าใจในธรรมชาติและความเป็นไปของสายอาชีพนี้ “ใคร?” แจ๊คย่อตัวลงถามข้างๆ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&amp;blog=1264318&amp;post=2360&amp;subd=culturegap&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ฉาก 15 : ขบวนแห่พระแม่มารีต้องหยุดชะงักอย่างกะทันหัน ถนนปูด้วยหินรอบโบสถ์สับสนอลหม่านไปด้วยผู้คนนับร้อยที่ต่างวิ่งหนีเอาชีวิตรอดหลังเสียงปืนดัง </p>
<p>เสียงผู้คนดังเอะอะด้วยความตระหนก เมืองคาสเทลเวคกิโอไม่เคยมีเหตุการณ์ใดให้ต้องแตกตื่นตกใจเช่นนี้มาก่อน </p>
<p>แจ๊คล้มตัวลงเหนือคาร่า เขาพยายามสาดสายตาหาจุดกำเนิดเสียง เมื่อแน่ใจว่าจุดกำเนิดเสียงอยู่ไกลและนั่นไม่ใช่เสียงจากปลายกระบอกปืนซุ่มยิงอย่างที่ควรจะเป็น เขาหันกลับมาหาคนรักเธอด้วยสายตาเป็นห่วง “คุณโอเคนะ” </p>
<p>คาร่าและแจ๊คลุกขึ้นยืนในขณะที่ผู้คนยังวิ่งผ่านหน้าคนละทิศทาง “แจ๊ค เกิดอะไรขึ้น” คาร่าถาม แววตาของเธอเหมือนไม่มั่นใจอะไรสักอย่าง </p>
<p>“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันที่รัก ช่างเถอะ ผมต้องไปทำงานให้เสร็จ คุณไปรอผมที่เดิม ไปรีบไป” แจ๊คเขย่าตัวคาร่าเบาๆ แต่หนักแน่น คาร่ารู้ว่าชีวิตของแจ๊คเต็มไปด้วยความลับ แต่เธอเชื่อในความรักครั้งนี้มากกว่า แจ๊คมองคาร่านิ่งจนเชื่อว่าสามารถเรียกสติของเธอกลับคืนมาได้แล้ว เขาจึงเร่งเท้าออกเดินไปบนถนนข้างโบสถ์ด้วยความระมัดระวัง </p>
<p>ฉาก 16 : มุมโบสถ์โบราณเป็นอาคารสูง 2 ชั้น กระเบื้องหลังคาหลายแผ่นตกลงมาแตกกระจายบนทางเดิน  ร่างหญิงสาวใส่โอเวอร์โค้ทสีน้ำตาลอ่อนนอนบิดเบี้ยวห่างจากประตูโบสถ์ไม่ถึง 2 เมตร ไม่ไกลจากร่างของเธอมีปืนซุ่มยิงเก็บเสียงกระบอกยาวตกอยู่! </p>
<p>แจ๊คมองเห็นร่างนั้นจากระยะไกล เขารู้ว่าเธอคนนั้นคือมธิลดา! นั่นทำให้เขาหยิบปืนพกพร้อมยิงออกมาแล้วรุดเข้าไปถึงร่างหญิงสาวก่อนใคร </p>
<p>ใบหน้าด้านขวาของมธิลดาแหลกเละจนแทบจะไม่น่ามีใครจดจำได้ เธอนอนนิ่งแทบไม่เคลื่อนไหว สังเกตุได้เพียงลมหายใจรินๆ แผ่วลงทุกที </p>
<p>นักสังหารมือสองอย่างมธิลดาย่อมรู้ดีว่า สักวันไม่เขาก็เธอต้องตายจากคมกระสุนด้วยกันทั้งนั้น แต่ไม่นึกว่าเธอจะเสียท่าโดนแจ๊คตบตาสลับกลไกภายในปืนซุ่มยิงก่อนส่งมอบ </p>
<p>วิถีกระสุนทะลวงย้อนกลับด้านกลายเป็นระเบิดขนาดเล็กที่มีพิษสงมากเพียงพอต่อการสังหารผู้เล็งยิงเสียเอง  </p>
<p>เสียงฝีเท้าของผู้คนยังคงดังผ่านไปมาโดยไม่สนใจใยดีต่อเหตุการณ์ต่างๆ เบื้องหน้า แจ๊คและมธิลดามองตากันด้วยเข้าใจในธรรมชาติและความเป็นไปของสายอาชีพนี้  </p>
<p>“ใคร?” แจ๊คย่อตัวลงถามข้างๆ ร่างของมธิลดา </p>
<p>พิษของบาดแผลทำให้มธิลดาไม่สามารถพูดออกมาเป็นคำๆ ได้ แจ๊คโน้มตัวลงเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ เขาได้ยินเพียงเสียงตะกุกตะกักจากลำคอที่เต็มไปด้วยเลือดข้น  </p>
<p>แจ๊คเงยหน้าขึ้นแล้วถอนใจ “พัลล์อยู่ที่นี่ด้วยใช่ไหม” มธิลดากระพริบตาแทนคำตอบ </p>
<p>“ขอบคุณ” แจ๊คกล่าวพลางพยักหน้าเหมือนต้องการให้มธิลดารู้ว่าเขานับถือทั้งฝีมือและหัวใจของนักสังหารอย่างเธอ &#8230; นี่อาจเป็นเสมือนเสียงสวรรค์สุดท้ายที่มธิลดาได้ยิน </p>
<p>แจ๊คละจากมธิลดาแล้วมุ่งหน้าผ่านผู้คนที่มุงดูไปทางหอนาฬิกาอย่างรวดเร็ว เขาไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองเขาจากทางเดินในที่สูง </p>
<p>ฉาก 17 : ทางเดินและบันไดแคบๆ ปูด้วยหินลัดเลาะไปตามบ้านเรือน เสียงฝีเท้ากึกกักสะท้อนไปมายากต่อการกำหนดทิศทางของเสียง แต่สำหรับนักสังหารแล้ว มันไม่ยากเกินคาดเดาอารมณ์จากฝีเท้าได้ </p>
<p>แจ๊คเร่งหนีเสียงฝีเท้าหนึ่งอย่างตั้งใจ เขาดูเป็นกังวลและมีอาการกระสับกระส่ายเมื่อเสียงฝีเท้าขยับใกล้เข้ามาทุกที โดยเฉพาะเมื่อแจ๊ครู้ว่าเสียงฝีเท้านั้นเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำอะไรสักอย่างไม่ต่างจากเขา </p>
<p>เส้นทางแคบๆ ทำให้รู้สึกคล้ายกับกำลังเดินเข้าไปในซอยตัน แจ๊คหันมาตรวจสอบเสียงฝีเท้าเป็นระยะๆ แล้วจู่ๆ เสียงฝีเท้าของผู้ติดตามก็เงียบลงกะทันหัน แจ๊คหยุดเดินแล้วหันไปดูรอบตัว  </p>
<p>แทนที่เป็นด้านหลัง แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น เงาดำของผู้ชายคนหนึ่งปรากฏขึ้นตรงเชิงบันไดด้านหน้า ห่างจากแจ๊คไม่เกิน 20 ก้าว </p>
<p>“โป้ โป้” แจ๊คยกปืนขึ้นยิงโดยไม่ลังเล ชายในเงาดำล้มลง เสียงจากปืนของแจ๊คก้องกลบเสียงกระสุน 2 นัดจากปืนเก็บเสียงที่ดังมาจากด้านหลัง! </p>
<p>แจ๊ครู้ว่าเขาพลาดท่าเสียแล้ว สัญชาติญาณบอกเขาว่าต้องจัดการกับต้นเหตุให้ได้เสียก่อน “โป้ โป้” แจ๊คหันกลับมายิงพัลล์ที่ปรากฏตัวอย่างเงียบๆ พร้อมปลายกระบอกปืนเก็บเสียงที่ส่องมาทางแจ๊ค </p>
<p>เสียงปืนยังสะท้อนก้องไปรอบบริเวณ แจ๊คทรุดตัวลงนั่งบนเข่าในมือเขายังกำปืนเล็งไปที่เป้าหมาย ส่วนพัลล์ล้มกลิ้งนอนพับไปต่อหน้า </p>
<p>เมื่อมั่นใจว่าคมกระสุนเข้าจุดสำคัญของเป้าหมาย แจ๊คค่อยๆ ประคองตัวลุกเดินหนีไปจากที่เกิดเหตุ</p>
<p>ฉาก 18 : ในรถเฟียตเก่าๆ ของแจ๊ค เขากำลังมุ่งหน้าไปยังสถานที่นัดหมาย มือขวาของเขากำพวงมาลัย ในขณะที่มือซ้ายกุมท้องชุ่มเลือด ระยะทางที่เคยใกล้กลับยิ่งไกลกว่าความเป็นจริง แจ๊คมองตั๋วเครื่องบิน 2 ใบวางอยู่บนเบาะด้านขวา  </p>
<p>แจ๊คนึกถึงภาพสุดท้ายที่เขาเห็นพัลล์ นึกถึงคำพูดหลายอย่างของพัลล์ซึ่งครั้งหนึ่งแทบจะเป็นเพื่อนคนเดียวของเขา </p>
<p>“แจ๊ค คุณก็รู้ว่า การก้าวออกจากงานนี้เป็นเพียงแค่การก้าวจากมุมมืดหนึ่งไปสู่อีกมุมมืดหนึ่งเท่านั้น” </p>
<p>“งานแบบนี้ไม่เหมาะให้เราสร้างความสัมพันธ์กับใครหรอกแจ๊ค” </p>
<p>“ผู้คนทั่วไปมองว่านักสังหารคือคนร้าย แต่พวกเขาไม่รู้หรอกว่าเราไม่ได้ฆ่าคน เรากำลังลงมือฆ่าความชั่วร้ายที่ไม่มีใครจัดการมันได้มากกว่า” </p>
<p>ภาพของเป้าหมายสังหารหลายรายหลุดผ่านเข้ามาในสมอง สำหรับแจ๊ค การสังหารไม่ใช่เรื่องส่วนตัว หากแต่มันมีเหตุผลมากมายยิ่งกว่าการมองเพียงชั้นเดียว </p>
<p>แจ๊คกัดฟันแน่นแล้วทุบพวงมาลัยหลายต่อหลายครั้งเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด ภาพพล่ามัวที่เขาเห็นเบื้องหน้าไม่ใช่เส้นทางลัดเลาะเนินเขา แต่หากเป็นภาพหญิงสาวคนรักที่กำลังรออยู่ริมลำธาร – ที่เดิมที่นั่น </p>
<p>รถเฟียตสีน้ำเงินเลี้ยวตัดออกจากถนนหลวงผ่านป่าโปร่งเข้าไปยังลำธารธรรมชาติที่อยู่ข้างหน้า แจ๊คเห็นคาร่ายืนรออยู่ ท่าทางเป็นกังวล </p>
<p>“แจ๊ค” เขาอ่านคำจากริมฝีปากของคาร่า </p>
<p>ภาพที่เห็นช่างพล่ามัวราวกับมีม่านหมอกหนาขวางเขาและคาร่าไว้ ผีเสื้อตัวใหญ่ขยับปีกใสสีขาวโบกตัวบินขึ้นไปเหนือทุ่งหญ้าเชิงเขา </p>
<p>เสียงคาร่าดังมาจากริมลำธาร แจ๊คมองเห็นเธอไกลๆ เขาเห็นเธอกวักน้ำสาดมาทางแจ๊ค “แจ๊ค แจ๊ค มาเล่นน้ำกัน” คาร่าและสายน้ำธรรมชาติที่ปรากฏตรงหน้าเป็นภาพจริงที่สวยงามกว่าภาพฝัน </p>
<p>แจ๊คไม่ตอบอะไร สายตาที่เขามองคาร่าเต็มไปด้วยความเข้าใจ โลกกว้างใบนี้ไม่ได้มีสถานที่ปลอดภัยไปเสียทั้งหมด </p>
<p>จบบริบูรณ์ </p>
<p>(End title) </p>
<p>ขุนอรรถ  </p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/culturegap.wordpress.com/2360/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/culturegap.wordpress.com/2360/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/culturegap.wordpress.com/2360/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/culturegap.wordpress.com/2360/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/culturegap.wordpress.com/2360/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/culturegap.wordpress.com/2360/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/culturegap.wordpress.com/2360/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/culturegap.wordpress.com/2360/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/culturegap.wordpress.com/2360/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/culturegap.wordpress.com/2360/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/culturegap.wordpress.com/2360/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/culturegap.wordpress.com/2360/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/culturegap.wordpress.com/2360/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/culturegap.wordpress.com/2360/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&amp;blog=1264318&amp;post=2360&amp;subd=culturegap&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://culturegap.wordpress.com/2011/12/31/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">khun_aut</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>กันสมิธ (6)</title>
		<link>http://culturegap.wordpress.com/2011/12/29/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-6/</link>
		<comments>http://culturegap.wordpress.com/2011/12/29/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-6/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Dec 2011 06:29:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>khun_aut</dc:creator>
				<category><![CDATA[movie gap]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/?p=2355</guid>
		<description><![CDATA[ฉาก 13 : ไกลจากตัวเมืองออกมาประมาณ 30 นาที แจ๊คขับรถเฟียตมาจอดหน้าลานกว้าง บริเวณนี้เป็นจุดพักรถระหว่างการเดินทาง มีปั๊มน้ำมันขนาดเล็ก และร้านอาหาร 2-3 ร้านเป็นอาคารติดๆ กัน แจ๊คเลือกโต๊ะค่อนไปทางด้านท้ายร้านอาหาร ด้านหลังเป็นผนังห้องน้ำ จากจุดนี้แจ๊คสามารถมองเห็นบริเวณร้านได้เกือบทั้งหมด ทำเลที่เขาเลือกทำให้รู้ว่านัดหมายเช้านี้คงไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ทั่วไป “สวัสดีแจ๊ค” มธิลดาเปิดประตูกระจกด้านหน้าร้านอาหารเดินเข้ามาและกล่าวทักทาย แจ๊คยกกระเป๋าแซมโซไนท์สีดำขึ้นมาวางบนโต๊ะ เขามีสีหน้าเคร่งเครียดกว่าการพบกันครั้งก่อน “ระยะเหนี่ยวไกกับศูนย์เล็งผมปรับให้เรียบร้อยแล้ว” เขาบอก เสียงพนักงานพูดคุยกันอยู่ไกลๆ หลังเครื่องทำกาแฟ ผู้คนในร้านอาหารบางตา มธิลดามองหน้าแจ๊คเหมือนต้องการถามอะไรสักอย่าง แจ๊คมองนักสังหารหมายเลขสองเหมือนกำลังนั่งอยู่กับมธิลดาเพียงลำพัง “ฉันขอตัวสักครู่!” มธิลดาคว้ากระเป๋าแซมโซไนท์แล้วลุกขึ้นเดินไปทางห้องน้ำหญิง แจ๊คเลิกคิ้วด้วยความสงสัย เวลาสุ่มเสี่ยงแบบนี้เหตุการณ์อะไรก็เกิดขึ้นได้ แจ๊คกระสับกระส่ายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เขาตัดสินใจหยิบปืนพกประจำตัวจากกระเป๋าด้านในออกมาซุกไว้ในกระเป๋าเสื้อสูทด้านนอก มธิลดาวางกระเป๋าแซมโซไนท์ลงบนเคาเตอร์อ่างล้างหน้าแล้วใส่รหัส 014 กระเป๋าถูกเปิด เธอหยิบแผงวางอุปกรณ์หลอกตาออก ปืนซุ่มยิงถอดเป็นส่วนๆ วางเรียงอย่างดีอยู่ในนั้น เมื่อเห็นว่าอุปกรณ์ทุกอย่างเรียบร้อยดี มาธิลดาปิดฝากระเป๋าแซมโซไนท์แล้วล้วงหยิบปืนพกออโตเมติกในกระเป๋าสะพายออกมา เธอหมุนกระบอกเก็บเสียงแน่นแล้วเก็บปืนเข้าที่ เธอมองตัวเองในกระจกด้วยสายตานิ่งเรียบและถอนใจ … “ทุกอย่างเรียบร้อยดี” มธิลดาบอกขณะยืนอยู่หน้าโต๊ะ แจ๊คยืนขึ้น มือล้วงกระเป๋าสูทแล้วพยักหน้า มธิลดาเดินนำแจ๊คไปที่รถของเธอ ประตูรถถูกเปิดออกเพื่อวางกระเป๋าพร้อมกับก้มหยิบซองสีน้ำตาลในรถออกมา ส่วนแจ๊คกำปืนไว้ เขาเหลือบตาไปรอบๆ บริเวณพร้อมกับภาวนาให้ทุกอย่างจบลงโดยดี ลมกระโชกผ่านเขาและเธอ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&amp;blog=1264318&amp;post=2355&amp;subd=culturegap&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ฉาก 13 : ไกลจากตัวเมืองออกมาประมาณ 30 นาที แจ๊คขับรถเฟียตมาจอดหน้าลานกว้าง บริเวณนี้เป็นจุดพักรถระหว่างการเดินทาง มีปั๊มน้ำมันขนาดเล็ก และร้านอาหาร 2-3 ร้านเป็นอาคารติดๆ กัน</p>
<p>แจ๊คเลือกโต๊ะค่อนไปทางด้านท้ายร้านอาหาร ด้านหลังเป็นผนังห้องน้ำ จากจุดนี้แจ๊คสามารถมองเห็นบริเวณร้านได้เกือบทั้งหมด ทำเลที่เขาเลือกทำให้รู้ว่านัดหมายเช้านี้คงไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ทั่วไป</p>
<p>“สวัสดีแจ๊ค” มธิลดาเปิดประตูกระจกด้านหน้าร้านอาหารเดินเข้ามาและกล่าวทักทาย</p>
<p>แจ๊คยกกระเป๋าแซมโซไนท์สีดำขึ้นมาวางบนโต๊ะ เขามีสีหน้าเคร่งเครียดกว่าการพบกันครั้งก่อน “ระยะเหนี่ยวไกกับศูนย์เล็งผมปรับให้เรียบร้อยแล้ว” เขาบอก</p>
<p>เสียงพนักงานพูดคุยกันอยู่ไกลๆ หลังเครื่องทำกาแฟ ผู้คนในร้านอาหารบางตา มธิลดามองหน้าแจ๊คเหมือนต้องการถามอะไรสักอย่าง แจ๊คมองนักสังหารหมายเลขสองเหมือนกำลังนั่งอยู่กับมธิลดาเพียงลำพัง</p>
<p>“ฉันขอตัวสักครู่!” มธิลดาคว้ากระเป๋าแซมโซไนท์แล้วลุกขึ้นเดินไปทางห้องน้ำหญิง</p>
<p>แจ๊คเลิกคิ้วด้วยความสงสัย เวลาสุ่มเสี่ยงแบบนี้เหตุการณ์อะไรก็เกิดขึ้นได้ แจ๊คกระสับกระส่ายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เขาตัดสินใจหยิบปืนพกประจำตัวจากกระเป๋าด้านในออกมาซุกไว้ในกระเป๋าเสื้อสูทด้านนอก</p>
<p>มธิลดาวางกระเป๋าแซมโซไนท์ลงบนเคาเตอร์อ่างล้างหน้าแล้วใส่รหัส 014 กระเป๋าถูกเปิด เธอหยิบแผงวางอุปกรณ์หลอกตาออก ปืนซุ่มยิงถอดเป็นส่วนๆ วางเรียงอย่างดีอยู่ในนั้น </p>
<p>เมื่อเห็นว่าอุปกรณ์ทุกอย่างเรียบร้อยดี มาธิลดาปิดฝากระเป๋าแซมโซไนท์แล้วล้วงหยิบปืนพกออโตเมติกในกระเป๋าสะพายออกมา เธอหมุนกระบอกเก็บเสียงแน่นแล้วเก็บปืนเข้าที่ เธอมองตัวเองในกระจกด้วยสายตานิ่งเรียบและถอนใจ  </p>
<p>…</p>
<p>“ทุกอย่างเรียบร้อยดี” มธิลดาบอกขณะยืนอยู่หน้าโต๊ะ แจ๊คยืนขึ้น มือล้วงกระเป๋าสูทแล้วพยักหน้า</p>
<p>มธิลดาเดินนำแจ๊คไปที่รถของเธอ ประตูรถถูกเปิดออกเพื่อวางกระเป๋าพร้อมกับก้มหยิบซองสีน้ำตาลในรถออกมา ส่วนแจ๊คกำปืนไว้ เขาเหลือบตาไปรอบๆ บริเวณพร้อมกับภาวนาให้ทุกอย่างจบลงโดยดี</p>
<p>ลมกระโชกผ่านเขาและเธอ วินาทีเผชิญหน้ามาถึงแล้ว มธิลดายื่นซองใส่เงินสีน้ำตาลให้แจ๊ค เขารับมันไว้ด้วยมือซ้าย ทั้งสองยืนมองหน้าเหมือนรอเวลาเหมาะสม</p>
<p>ครืดดด &#8230;</p>
<p>เสียงรถบัสสีส้มจอดห่างไปสัก 10 เมตร นักเรียนหลายสิบคนเดินลงมาผ่านหน้าเขาทั้งสองเข้าไปในร้านขายอาหาร</p>
<p>การยิงต่อสู้กันต่อหน้าเด็กๆ แม้ไม่ใช่ข้อห้ามของนักสังหาร แต่ถ้าเลือกได้พวกเขาเลือกไม่ </p>
<p>“ขอให้โชคดี” มธิลดาเปิดประตูรถและเข้าไปนั่งทั้งที่มือขวายังซุกอยู่ในกระเป๋าสะพาย แจ๊คยืนมองเธอขับรถห่างไปจนลับตา</p>
<p>ฉาก 14 : หน้าโบสถ์กลางเมืองคาสเทลเวคกิโอ เทศกาลแห่พระแม่มารีประจำปีดึงดูดผู้คนในเมืองและนักท่องเที่ยวหนาตากว่าเวลาปกติ คาร่าชะเง้อรอแจ๊คที่ยังไม่มาตามเวลานัดหมาย  </p>
<p>“แจ๊ค” คาร่าส่งเสียงดีใจเมื่อเขาเดินเข้ามาสัมผัสไหล่เธอจากด้านหลัง</p>
<p>“คุณไปไหนมา” คาร่ากระชับปกเสื้อสูทของแจ๊คเพื่อโน้มตัวเขาลงมาก่อนประทับจูบอบอุ่น</p>
<p>แจ๊คยื่นซองสีน้ำตาลใส่มือคาร่าแล้วบอกว่า “เราจะไปอเมริกาด้วยกัน”</p>
<p>“คุณหมายถึงเราสองคน เราจะไปด้วยกันใช่ไหม” คาร่าพูดติดๆ ขัดๆ เธอจ้องมองแจ๊คด้วยใบหน้าสงสัยและน้ำตารื้น แจ๊คพยักหน้านิ่งแล้วกอดคาร่าไว้  </p>
<p>แจ๊ครู้ดีว่าตอนจบไม่ใช่เรื่องง่ายๆ อย่างที่บอกคาร่าไป เขาจับไหล่ของเธอไว้แน่นพร้อมกับแหงนมองขึ้นไปทางหลังคาโบสถ์และบริเวณรอบๆ เหมือนกำลังมองหาใครสักคน</p>
<p>“คุณเก็บซองนี้ไว้แล้วไปรอผมที่เดิม ผมยังมีงานที่ต้องทำให้เรียบร้อย เสร็จแล้วผมจะตามไปหาคุณทันที” แจ๊คเขย่าตัวคาร่าเบาๆ</p>
<p>ศูนย์เล็งของปืนซุ่มยิงจากมุมสูงทาบลงตรงท้ายทอยแจ๊คขณะเขาจูบคาร่าเนิ่นนาน </p>
<p>ปัง!</p>
<p>โปรดติดตามตอนต่อไป</p>
<p>ขุนอรรถ</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/culturegap.wordpress.com/2355/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/culturegap.wordpress.com/2355/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/culturegap.wordpress.com/2355/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/culturegap.wordpress.com/2355/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/culturegap.wordpress.com/2355/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/culturegap.wordpress.com/2355/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/culturegap.wordpress.com/2355/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/culturegap.wordpress.com/2355/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/culturegap.wordpress.com/2355/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/culturegap.wordpress.com/2355/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/culturegap.wordpress.com/2355/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/culturegap.wordpress.com/2355/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/culturegap.wordpress.com/2355/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/culturegap.wordpress.com/2355/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&amp;blog=1264318&amp;post=2355&amp;subd=culturegap&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://culturegap.wordpress.com/2011/12/29/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-6/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">khun_aut</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>กันสมิธ (5)</title>
		<link>http://culturegap.wordpress.com/2011/12/25/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-5/</link>
		<comments>http://culturegap.wordpress.com/2011/12/25/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-5/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 24 Dec 2011 20:58:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>khun_aut</dc:creator>
				<category><![CDATA[movie gap]]></category>
		<category><![CDATA[บทหนัง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/?p=2352</guid>
		<description><![CDATA[ฉาก 11 : ห้องหมายเลข 102 เลิฟโฮเต็ลในเมืองคาสเทลเวคกิโอ เสียงดังเปาะแปะจากห้องน้ำปลุกแจ๊คตื่น บนเตียงผ้าปูยู่ยี่มีเขาเพียงลำพัง แจ๊คหยีตามองไปในทิศทางที่แสงสาดเข้ามาจากหน้าต่าง อาชีพของเขาทำให้หลายครั้งตื่นขึ้นมาโดยจำสถานที่หลับนอนไม่ได้ คาร่ากำลังอาบน้ำอย่างสุขใจ ขณะที่แจ๊คยังซุกตัวอยู่ในผ้าห่มพลิกตัวนอนหงาย เขาถอนใจปล่อยอารมณ์พัดพาย้อนไปในบทรักเมื่อคืน จู่ๆ สัญชาติญาณของเขาก็ฉุดให้คิดอะไรบางอย่าง ระหว่างเสียงเปาะแปะจากห้องน้ำยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง แจ๊คเขยิบตัวข้ามไปที่โต๊ะหัวเตียงอีกฝั่งหนึ่ง เขาเอื้อมมือเปิดลิ้นชักเล็กๆ ออกพร้อมเหลือบมองไปทางห้องน้ำเพื่อตรวจสอบความแน่ใจ ในลิ้นชักมีกระเป๋าไหมพรมถักสลับสีหนึ่งใบ ข้างๆ กระเป๋าถักคือนาฬิกาข้อมือผู้หญิงดูเรียบง่ายในแบบของคาร่าวางอยู่ แจ๊คยกกระเป๋าขึ้นแล้วรูดซิบเปิดมันออกมาขณะที่เงี่ยหูฟังเสียงอาบน้ำอย่างระมัดระวัง แผงยาสีขาว เงินรูโยพับเล็กๆ และ &#8230;. ปืนพกขนาดจิ๋ว จากประสบการณ์ แจ๊ครู้ว่ามันมีศักยภาพเพียงพอต่อการปลิดชีวิตใครสักคน แววตาของแจ๊คปรับเปลี่ยนไปทันทีที่เขาเห็นเครื่องมือสังหาร! เสียงลูกบิดเชาวเวอร์น้ำดังเอียดๆ ลอดออกมาจากห้องน้ำ แจ๊คจัดสิ่งของทั้งหมดกลับเข้าไว้ที่เดิมของมันและค่อยๆ ปิดลิ้นชักอย่างรู้จังหวะ เขาพลิกตัวกลับมาเปิดลิ้นชักฝั่งด้านที่เขานอน หยิบปืนพกประจำตัวออกมาซุกไว้ใต้หมอนหนุนแล้วแสร้งหลับตานอนด้วยความพร้อมและสับสน คาร่าเปิดประตูห้องน้ำเดินออกมา ร่างกายเปียกชุ่มถูกปกปิดไว้ด้วยผ้าเช็ดตัวผืนน้อย แจ๊คเอี้ยวตัวหรี่ตามองคาร่าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “อรุณสวัสดิ์ คุณบัตเตอร์ฟลาย” เธอส่งยิ้มกล่าวทักทายพร้อมเช็ดผมและพันไว้ด้วยผ้าเช็ดตัวอีกผืน แจ๊คทำทีนอนสอดมือประสานท้ายทอยไว้ ในมือของเขากำปืนไว้อย่างเตรียมพร้อม คาร่าหยิบเสื้อผ้าที่แขวนไว้ในตู้ออกมาโยนลงบนเตียง เธอปลดผ้าเช็ดตัวออกแล้วเอื้อมหยิบชุดชั้นในตัวบางมาใส่ “แจ๊ค คุณเป็นอะไรรึเปล่า” คาร่าไม่คุ้นเคยกับสายตาอย่างนี้ “เปล่านี่” น้ำเสียงของแจ๊คเร่งให้เกิดบรรยากาศหวาดระแวงอย่างบอกไม่ถูก “แจ๊ค คุณกังวลคะที่รัก” คาร่าในชุดชั้นในนั่งลงข้างเตียงแล้วเปิดลิ้นชักหัวโต๊ะเพื่อหยิบนาฬิกาข้อมือมาใส่ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&amp;blog=1264318&amp;post=2352&amp;subd=culturegap&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ฉาก 11 : ห้องหมายเลข 102 เลิฟโฮเต็ลในเมืองคาสเทลเวคกิโอ </p>
<p>เสียงดังเปาะแปะจากห้องน้ำปลุกแจ๊คตื่น บนเตียงผ้าปูยู่ยี่มีเขาเพียงลำพัง แจ๊คหยีตามองไปในทิศทางที่แสงสาดเข้ามาจากหน้าต่าง อาชีพของเขาทำให้หลายครั้งตื่นขึ้นมาโดยจำสถานที่หลับนอนไม่ได้ </p>
<p>คาร่ากำลังอาบน้ำอย่างสุขใจ ขณะที่แจ๊คยังซุกตัวอยู่ในผ้าห่มพลิกตัวนอนหงาย เขาถอนใจปล่อยอารมณ์พัดพาย้อนไปในบทรักเมื่อคืน  </p>
<p>จู่ๆ สัญชาติญาณของเขาก็ฉุดให้คิดอะไรบางอย่าง ระหว่างเสียงเปาะแปะจากห้องน้ำยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง แจ๊คเขยิบตัวข้ามไปที่โต๊ะหัวเตียงอีกฝั่งหนึ่ง เขาเอื้อมมือเปิดลิ้นชักเล็กๆ ออกพร้อมเหลือบมองไปทางห้องน้ำเพื่อตรวจสอบความแน่ใจ </p>
<p>ในลิ้นชักมีกระเป๋าไหมพรมถักสลับสีหนึ่งใบ ข้างๆ กระเป๋าถักคือนาฬิกาข้อมือผู้หญิงดูเรียบง่ายในแบบของคาร่าวางอยู่ แจ๊คยกกระเป๋าขึ้นแล้วรูดซิบเปิดมันออกมาขณะที่เงี่ยหูฟังเสียงอาบน้ำอย่างระมัดระวัง </p>
<p>แผงยาสีขาว เงินรูโยพับเล็กๆ และ &#8230;. ปืนพกขนาดจิ๋ว </p>
<p>จากประสบการณ์ แจ๊ครู้ว่ามันมีศักยภาพเพียงพอต่อการปลิดชีวิตใครสักคน แววตาของแจ๊คปรับเปลี่ยนไปทันทีที่เขาเห็นเครื่องมือสังหาร! </p>
<p>เสียงลูกบิดเชาวเวอร์น้ำดังเอียดๆ ลอดออกมาจากห้องน้ำ แจ๊คจัดสิ่งของทั้งหมดกลับเข้าไว้ที่เดิมของมันและค่อยๆ ปิดลิ้นชักอย่างรู้จังหวะ เขาพลิกตัวกลับมาเปิดลิ้นชักฝั่งด้านที่เขานอน หยิบปืนพกประจำตัวออกมาซุกไว้ใต้หมอนหนุนแล้วแสร้งหลับตานอนด้วยความพร้อมและสับสน  </p>
<p>คาร่าเปิดประตูห้องน้ำเดินออกมา ร่างกายเปียกชุ่มถูกปกปิดไว้ด้วยผ้าเช็ดตัวผืนน้อย แจ๊คเอี้ยวตัวหรี่ตามองคาร่าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น </p>
<p>“อรุณสวัสดิ์ คุณบัตเตอร์ฟลาย” เธอส่งยิ้มกล่าวทักทายพร้อมเช็ดผมและพันไว้ด้วยผ้าเช็ดตัวอีกผืน แจ๊คทำทีนอนสอดมือประสานท้ายทอยไว้ ในมือของเขากำปืนไว้อย่างเตรียมพร้อม  </p>
<p>คาร่าหยิบเสื้อผ้าที่แขวนไว้ในตู้ออกมาโยนลงบนเตียง เธอปลดผ้าเช็ดตัวออกแล้วเอื้อมหยิบชุดชั้นในตัวบางมาใส่  </p>
<p>“แจ๊ค คุณเป็นอะไรรึเปล่า” คาร่าไม่คุ้นเคยกับสายตาอย่างนี้ </p>
<p>“เปล่านี่” น้ำเสียงของแจ๊คเร่งให้เกิดบรรยากาศหวาดระแวงอย่างบอกไม่ถูก </p>
<p>“แจ๊ค คุณกังวลคะที่รัก” คาร่าในชุดชั้นในนั่งลงข้างเตียงแล้วเปิดลิ้นชักหัวโต๊ะเพื่อหยิบนาฬิกาข้อมือมาใส่  เธอทำแบบนี้เสมอ แต่สำหรับแจ๊ค สถานการณ์แบบนี้ทำให้เขาตัดสินใจปลดล็อคปืนที่อยู่ใต้หมอน &#8211; คลิ้ก!  </p>
<p>คาร่าล้วงหยิบนาฬิกาข้อมือออกมาจากลิ้นชักแล้วหันมาหา ภาพที่เห็นคือแจ๊คกำลังเล็งปืนมาที่เธอ </p>
<p>“อะไรแจ๊ค! เกิดอะไรขึ้น!” คาร่าสะดุ้งสุดตัวแล้วถอยพลาดๆ ลงจากเตียงไป นาฬิกาข้อมือของเธอหล่นลงบนพื้นห้อง </p>
<p>แจ๊ครู้ทันทีว่าเขากำลังทำผิดต่อคาร่าอย่างไม่น่าให้อภัย เขาเก็บปืนพกไว้ในลิ้นชักแล้วผลุงเข้ากอดคาร่าที่กำลังขวัญเสีย “ผมขอโทษ ผมขอโทษ” แจ๊คกระซิบบอก </p>
<p>“คุณทำอย่างนี้ทำไม ทำไมแจ๊ค” คาร่าปาดน้ำตาถามด้วยความโกรธ </p>
<p>“ผมเข้าใจคุณผิด แต่คุณพกปืนทำไม” แจ๊คยังกอดคาร่าไว้ </p>
<p>“ข่าวไงแจ๊ค คุณไม่เห็นหรือไง พวกเราถูกฆ่าแทบวันเว้นวัน ฉันต้องมีมันไว้ป้องกันตัวบ้าง” คาร่าพูดถึงข่าวที่เกิดขึ้นกับเพื่อนร่วมอาชีพเดียวกับเธอ </p>
<p>เส้นแสงเช้าสาดถึงกลางห้อง แจ๊คยังกอดคาร่าแน่น เขาทำได้เท่านั้นพลางคิดหนักว่าอาชีพของเขาอาจกำลังเพิ่มความไม่ปลอดภัยกับคาร่าได้เช่นกัน </p>
<p>และทั้งที่รู้ว่าคำพูดที่กำลังจะเอ่ยจะทำร้ายเธอและตัวเขาเอง แต่แจ๊คก็กัดฟันพูดออกไปว่า “คาร่า ผมจะไม่อยู่ที่นี่ตลอดไป เมื่อเสร็จงานผมจะกลับอเมริกา” </p>
<p>ทั้งห้องเงียบจนได้เสียงนาฬิกาแขวนอยู่ครู่หนึ่ง &#8230; “แจ๊ค คุณพาฉันไปด้วยนะ นะ คุณพาฉันไปด้วย” คาร่าพูดทั้งน้ำตา เธอบรรจงจูบแจ๊คอย่างหมดหัวใจ เธอมั่นใจว่าแจ๊คไม่ใช่แค่โอกาสดีๆ ที่ผ่านมา หากแต่คือชายที่เธอเฝ้าหามาทั้งชีวิต </p>
<p>ถึงนาทีนี้น้ำตาของคาร่าก็พร่างพรู แจ๊คนิ่งเงียบด้วยความเจ็บปวด เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า สำหรับคาร่าแล้ว สิ่งที่อยากพูดไปเหมือนเธอกำลังเปิดไพ่ใบสุดท้าย &#8211; ถ้าไม่ได้ก็คือเสีย </p>
<p>แจ๊คไม่ตอบอะไร </p>
<p>&#8230; </p>
<p>ฉาก 12 : ช่วงบ่ายคล้อยในเมืองคาสเทลเวคกิโอเหมือนภาพวาดแอบสแตรกโทนสีน้ำชาอังกฤษใส่นม ผู้คนเดินไปมาตามถนนพร้อมกับนกบนท้องฟ้าที่กำลังบินกลับบ้าน แจ๊คยืนอยู่ในตู้โทรศัพท์มุมอาคารปูนสีขาวเรียงรายไล่เป็นขั้นบันได </p>
<p>“พัลล์ ผมนัดส่งของพรุ่งนี้” แจ๊คโทร.แจ้งความคืบหน้าแก่ผู้ดูแล </p>
<p>เสียงจากปลายสายฟังดูอารมณ์ดีกว่าปกติ “ผมทราบแล้ว มธิลดาบอกว่าเธอพอใจผลงานของคุณมาก ผมมีงานใหม่ให้คุณ &#8230;” </p>
<p>“พัลล์” แจ๊คขัดจังหวะเหมือนต้องการให้พัลล์หยุดตั้งใจฟังอะไรบางอย่าง </p>
<p>“ว่าไงแจ๊ค” พัลล์รู้สึกแปลก </p>
<p>แจ๊คถอนหายใจสั้นๆ ก่อนพูด “ผมต้องการชีวิตผมคืน ผมขอหยุดเมื่อส่งงานครั้งนี้แล้ว” </p>
<p>แจ๊คและพัลล์ต่างปล่อยให้ลมหายใจของเขาทั้งสองผ่านไปสักระยะ ทั้งสองตระหนักดีว่าการลาออกจากสายงานอาชีพแบบนี้ไม่มีทางเป็นจริงได้จนกว่าลมหายใจของใครสักคนต้องหยุดลงเท่านั้น </p>
<p>“ได้สิแจ๊ค” พัลล์พูดเนิ่บๆ </p>
<p>“ขอบคุณ” แจ๊ควางหูแล้วหยุดคิด เขากวาดสายตามองรอบตัวอย่างระมัดระวัง ตั้งแต่นาทีนี้ไป ทั้งความเป็นและความตายอาจหมายถึงการได้ชีวิตของเขาคืน </p>
<p>โปรดติดตามตอนต่อไป </p>
<p>ขุนอรรถ   </p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/culturegap.wordpress.com/2352/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/culturegap.wordpress.com/2352/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/culturegap.wordpress.com/2352/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/culturegap.wordpress.com/2352/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/culturegap.wordpress.com/2352/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/culturegap.wordpress.com/2352/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/culturegap.wordpress.com/2352/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/culturegap.wordpress.com/2352/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/culturegap.wordpress.com/2352/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/culturegap.wordpress.com/2352/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/culturegap.wordpress.com/2352/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/culturegap.wordpress.com/2352/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/culturegap.wordpress.com/2352/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/culturegap.wordpress.com/2352/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&amp;blog=1264318&amp;post=2352&amp;subd=culturegap&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://culturegap.wordpress.com/2011/12/25/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">khun_aut</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>กันสมิธ (4)</title>
		<link>http://culturegap.wordpress.com/2011/12/19/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-4/</link>
		<comments>http://culturegap.wordpress.com/2011/12/19/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-4/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Dec 2011 13:47:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>khun_aut</dc:creator>
				<category><![CDATA[movie gap]]></category>
		<category><![CDATA[บทหนัง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/?p=2349</guid>
		<description><![CDATA[ฉาก 8 : ห้องพักของแจ๊คมีเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น ไม่มีทีวี ไม่มีแม้กระทั่งโทรศัพท์หรือเครื่องมือสื่อสารอื่นใด แสงเช้าจากหน้าต่างปาดทแยงลงมาบนผ้าม่านลินินเนื้อบาง นอกจากเตียงนอนและตู้เสื้อผ้าเข้ามุมแล้ว กลางห้องเห็นโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ บนโต๊ะมีสว่านแบบตั้งศูนย์ คีบประแจ 2-3 ตัว และชิ้นงานโลหะขัดด้านหลายชิ้นถูกวางเรียงอย่างเป็นระเบียบ คงเพราะงานที่แจ๊คทำเสี่ยงเกินกว่าจะปล่อยให้ร่างกายขาดความคล่องตัว อีกทั้งเขาเองก็เป็นหนุ่มใหญ่พ้นวัยกลางคนมานานแล้ว เวลากว่าเกือบชั่วโมงหลังตื่นนอน เขาใช้มันไปกับการบริหารร่างกายง่ายๆ ด้วยการวิดพื้น ซิทอัพ ดัดตัว รวมถึงยึดดึงตัวกับแกนเหล็กขวางเหนือประตูภายในห้อง ระหว่างสองสัปดาห์ที่ผ่านมา แจ๊คเดินเข้าออกระหว่างไปรษณีย์ประจำเมืองและอู่รถยนต์บ้านๆ ที่บาทหลวงเบเนเดตโตแนะนำ เขากำลังรวบรวมอุปกรณ์และชิ้นส่วนต่างๆ เพื่อประกอบขึ้นเป็นสินค้าเตรียมส่งมอบ 7:59 น. &#8211; แจ๊คยกข้อมือขวาขึ้นมองนาฬิกา มือซ้ายยกค้อนเหล็กขึ้นเตรียมไว้ “แต้ง แต้ง &#8230;” แจ๊คตีตรงลงไปกลางแผ่นโลหะขนาดเหรียญห้าสิบเซนต์ที่ยึดไว้กับแท่นคีมจับ จังหวะเสียงค้อนเป็นหนึ่งเดียวกับเสียงจากหอนาฬิกา อุปกรณ์บางอย่างจากไปรษณีย์สามารถนำมาประกอบได้ทันที แต่บางชิ้นต้องทำขึ้นมาอย่างประณีตราวกับงานเจียรอัญมณี จากท่อเหล็กสู่ปืนซุ่มยิงเก็บเสียง แจ๊คใช้เวลาช่วงกลางวันที่ผู้คนไม่อยู่ในที่พักเพื่อทำงานของเขาอย่างเงียบๆ ตราบใดที่แจ๊คทำให้ผู้คนมองเขาในฐานนักท่องเที่ยวได้ ตราบนั้นเมืองเล็กๆ แห่งนี้ยังคงเป็นที่ที่ปลอดภัยสำหรับเขา ขณะที่แจ๊คค่อยๆ สร้างสภาพรอบตัวให้เป็น“พื้นที่ปลอดอันตราย” แต่สำหรับพื้นที่ภายใน เขาก็ค่อยๆ สร้างความไว้วางใจและความปลอดภัยระดับสูงสุดแม้ในยามหลับตา คาร่า เธอคือหญิงบริการที่เขาตกหลุมรักอย่างตั้งใจ &#8230; ฉาก 9 : [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&amp;blog=1264318&amp;post=2349&amp;subd=culturegap&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ฉาก 8 : ห้องพักของแจ๊คมีเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น ไม่มีทีวี ไม่มีแม้กระทั่งโทรศัพท์หรือเครื่องมือสื่อสารอื่นใด แสงเช้าจากหน้าต่างปาดทแยงลงมาบนผ้าม่านลินินเนื้อบาง   </p>
<p>นอกจากเตียงนอนและตู้เสื้อผ้าเข้ามุมแล้ว กลางห้องเห็นโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ บนโต๊ะมีสว่านแบบตั้งศูนย์ คีบประแจ 2-3 ตัว และชิ้นงานโลหะขัดด้านหลายชิ้นถูกวางเรียงอย่างเป็นระเบียบ</p>
<p>คงเพราะงานที่แจ๊คทำเสี่ยงเกินกว่าจะปล่อยให้ร่างกายขาดความคล่องตัว อีกทั้งเขาเองก็เป็นหนุ่มใหญ่พ้นวัยกลางคนมานานแล้ว เวลากว่าเกือบชั่วโมงหลังตื่นนอน เขาใช้มันไปกับการบริหารร่างกายง่ายๆ ด้วยการวิดพื้น ซิทอัพ ดัดตัว รวมถึงยึดดึงตัวกับแกนเหล็กขวางเหนือประตูภายในห้อง</p>
<p>ระหว่างสองสัปดาห์ที่ผ่านมา แจ๊คเดินเข้าออกระหว่างไปรษณีย์ประจำเมืองและอู่รถยนต์บ้านๆ ที่บาทหลวงเบเนเดตโตแนะนำ เขากำลังรวบรวมอุปกรณ์และชิ้นส่วนต่างๆ เพื่อประกอบขึ้นเป็นสินค้าเตรียมส่งมอบ</p>
<p>7:59 น. &#8211; แจ๊คยกข้อมือขวาขึ้นมองนาฬิกา มือซ้ายยกค้อนเหล็กขึ้นเตรียมไว้</p>
<p>“แต้ง แต้ง &#8230;” แจ๊คตีตรงลงไปกลางแผ่นโลหะขนาดเหรียญห้าสิบเซนต์ที่ยึดไว้กับแท่นคีมจับ จังหวะเสียงค้อนเป็นหนึ่งเดียวกับเสียงจากหอนาฬิกา</p>
<p>อุปกรณ์บางอย่างจากไปรษณีย์สามารถนำมาประกอบได้ทันที แต่บางชิ้นต้องทำขึ้นมาอย่างประณีตราวกับงานเจียรอัญมณี จากท่อเหล็กสู่ปืนซุ่มยิงเก็บเสียง</p>
<p>แจ๊คใช้เวลาช่วงกลางวันที่ผู้คนไม่อยู่ในที่พักเพื่อทำงานของเขาอย่างเงียบๆ</p>
<p>ตราบใดที่แจ๊คทำให้ผู้คนมองเขาในฐานนักท่องเที่ยวได้ ตราบนั้นเมืองเล็กๆ แห่งนี้ยังคงเป็นที่ที่ปลอดภัยสำหรับเขา</p>
<p>ขณะที่แจ๊คค่อยๆ สร้างสภาพรอบตัวให้เป็น“พื้นที่ปลอดอันตราย” แต่สำหรับพื้นที่ภายใน เขาก็ค่อยๆ สร้างความไว้วางใจและความปลอดภัยระดับสูงสุดแม้ในยามหลับตา</p>
<p>คาร่า เธอคือหญิงบริการที่เขาตกหลุมรักอย่างตั้งใจ</p>
<p>&#8230;</p>
<p>ฉาก 9 : ภายในร้านกาแฟเล็กๆ ติดกับหอนาฬิกา แจ๊คยกมอคคิอาโตในถ้วยใบจิ๋วขึ้นจิบ สายตายังจดจ้องข้อความบนหนังสือพิมพ์ </p>
<p>“ว่าไง คุณบัตเตอร์ฟลาย วันนี้เราไปที่ไหนดี” คาร่าเดินอ้อมเข้ามาจากด้านหลัง เธอเขย่งปลายเท้ายกตัวขึ้นจูบทักทายแจ๊คอย่างอบอุ่น</p>
<p>“ที่เก่าดีไหม” สายตาแจ๊คยิ้มน้อยๆ เหมือนทุกครั้งที่พบคาร่า</p>
<p>“ที่ไหนล่ะที่เก่า” ประกายตาของคาร่าทำแจ๊คยอมให้เธอกวาดต้อนความมั่นใจไปจนหมด</p>
<p>“งั้นผมพาคุณไปที่ใหม่แล้วกัน” แจ็คบอก</p>
<p>&#8230; </p>
<p>ฉาก 10: แจ๊คขับรถเฟียตคันเดิมพาคาร่าไกลออกไปจากตัวเมือง ลัดเลาะตามเนินเขาแห้งแล้งขนาดย่อมๆ  เกือบหนึ่งชั่วโมง จู่ๆ เขาหมุนพวงมาลัยเลี้ยวซ้ายออกจากถนนหลวง บนทางดินกว้างเท่ารถคันเดียวผ่านได้เขาขับรถยนต์ตัดผ่านป่าโปร่งเข้าไปเพียงครู่เดียว เบื้องหน้าเป็นลำธารธรรมชาติทอดยาวลงมาจากภูเขาที่มองเห็นอยู่ไกลๆ</p>
<p>แจ๊คไม่ได้บอกคาร่าว่าที่นี่เป็นที่ที่เขาใช้ทดสอบสินค้า คาร่าหรือแม้แต่บาทหลวงเบเนเดตโตเข้าใจว่าแจ๊คเดินทางออกมาเพื่อเก็บภาพธรรมชาตินอกเมือง</p>
<p>“แจ๊ค เล่นน้ำกันเถอะ” เสียงคาร่าดังมาจากริมลำธาร แจ๊คมองเห็นเธอไกลๆ คาร่ากำลังถอดเข็มขัดและเสื้อผ้าของเธอออกจนเหลือเพียงกางเกงในตัวจิ๋ว เธอเดินลงไปในลำธารตื้นแค่เอวเหมือนเด็กน้อยเล่นน้ำด้วยความสดใส</p>
<p>เธอกวักน้ำสาดมาทางแจ๊ค “แจ๊ค แจ๊ค มาเล่นน้ำกัน” คาร่าและภาพธรรมชาติที่ปรากฏตรงหน้าสะกดแจ๊คหยุดนิ่งในภวังค์   </p>
<p>แจ๊คไม่ตอบอะไร สายตาที่เขามองคาร่าเต็มไปด้วยความเข้าใจ โลกกว้างใบนี้ไม่ได้มีสถานที่ปลอดภัยไปเสียทั้งหมด อาชีพของเขาเสี่ยงกับอันตรายจากปลายกระปืนในแทบจะทุกพื้นที่ สำหรับคาร่า อาชีพของเธอมักได้รับอันตรายจากสายตาดูแคลนของผู้คน</p>
<p>แจ๊คหยิบเสื่อที่ม้วนในหลังรถออกมาคลี่ แซนวิช ผลไม้ และขวดไวน์ทยอยนำออกจากตะกร้าสาน &#8230; แจ๊คหวนคิดไปเมื่อ 2 วันก่อน มธิลดาและเขามาทดสอบปืนซุ่มยิงกันที่นี่เช่นกัน  </p>
<p>มธิลดาพอใจผลงานของแจ๊คเป็นอย่างมาก หลังการทดสอบ มธิลดาเห็นแจ๊คถอดปืนยาวออกเป็นส่วนๆ เขาห่อแต่ละชิ้นส่วนด้วยผ้าลินินอย่างดี ทั้งหมดค่อยๆ ถูกจัดวางลงไปในตะกร้าสานอันเดียวกับที่เขานำมาวันนี้</p>
<p>แจ๊ควางห่ออาหารที่เหลือกลบหน้าไว้ และก่อนวางขวดไวน์ปิดท้าย เขาเปิดออกเทมันทิ้งครึ่งหนึ่ง</p>
<p>“คุณนี่รอบคอบดีจัง” มธิลดานอนตะแคงบนผ้าปูนั่งสีสวย เธออยู่ในชุดสวยกว่าใครจะรู้ว่านี่คือนักสังหารอันดับสอง</p>
<p>“ตำรวจเมืองนี้จมูกไว” แจ๊คตอบข้อสงสัยของมธิลดา</p>
<p>“ช่วยขันศูนย์เล็งให้อีกหน่อย นอกนั้นสมบูรณ์แบบสมกับที่พัลล์ไว้วางใจให้คุณเป็นคนแรกเสมอ … เราจะนัดส่งกันเมื่อไหร่ดี” มธิลดาช้อนตาเอ่ยถาม</p>
<p>“สัปดาห์หน้า ทุกอย่างจะถูกบรรจุในแซมโซไนท์สีดำ คุณอยากให้ผมใส่รหัสอะไร” แจ๊คถามพลางปิดฝาตะกร้าสาน</p>
<p>“014” </p>
<p>โปรดติดตามตอนต่อไป</p>
<p>ขุนอรรถ </p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/culturegap.wordpress.com/2349/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/culturegap.wordpress.com/2349/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/culturegap.wordpress.com/2349/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/culturegap.wordpress.com/2349/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/culturegap.wordpress.com/2349/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/culturegap.wordpress.com/2349/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/culturegap.wordpress.com/2349/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/culturegap.wordpress.com/2349/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/culturegap.wordpress.com/2349/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/culturegap.wordpress.com/2349/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/culturegap.wordpress.com/2349/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/culturegap.wordpress.com/2349/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/culturegap.wordpress.com/2349/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/culturegap.wordpress.com/2349/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&amp;blog=1264318&amp;post=2349&amp;subd=culturegap&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://culturegap.wordpress.com/2011/12/19/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">khun_aut</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>กันสมิธ (3)</title>
		<link>http://culturegap.wordpress.com/2011/12/17/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-%e0%b9%93/</link>
		<comments>http://culturegap.wordpress.com/2011/12/17/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-%e0%b9%93/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 17 Dec 2011 04:06:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>khun_aut</dc:creator>
				<category><![CDATA[movie gap]]></category>
		<category><![CDATA[บทหนัง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/?p=2337</guid>
		<description><![CDATA[ฉาก 6 : ร้านกาแฟเล็กๆ ในเมืองคาสเทลเวคกิโอ โต๊ะกาแฟขนาดพอดีกับสองคนตั้งเรียงรายด้านนอก ผู้คนเดินไปมาบนท้องถนนจับจ่ายหาซื้อของตามแผงขายในตลาดนัดบนถนนฝั่งตรงข้ามร้าน แจ๊คสังเกตเห็นหญิงสาวสวยแต่งตัวแปลกตากำลังต่อรองราคาสินค้า สัญชาติญาณการระวังตัวทำให้เธอมองมาทางแจ๊คก่อนวางสินค้าลงกับแผงขาย เธอเดินตรงไปหาที่นั่งหน้าร้านกาแฟ แจ๊คเดินตามไปนั่งโต๊ะติดกัน กล่าวถามว่า “คุณจะรับกาแฟอะไร” “ฉันต้องการไรเฟิลเก็บเสียงระยะใกล้ ยิงชุดต่อเนื่องได้สี่นัดขึ้นไป ถอดประกอบพร้อมยิงใน 20 วิ น้ำหนัก 6 กิโลกรัมต้องไม่เกินกว่านี้ &#8230;” เธอหยุดพูดเมื่อเห็นพนักงานเดินเข้ามารับออเดอร์ “มอคคิอาโต้ 2 ที่” แจ๊คสั่งกาแฟแทนนักสังหารสาวสวย เมื่อพนักงานเสิร์ฟเดินจากไป แจ๊คเอ่ยถามว่า “ผมแจ๊ค คุณชื่ออะไร” “มธิลดา (เธอบอกชื่อแล้วพูดถึงความต้องการของเธอต่อ) งานนี้ฉันมีพื้นที่และเวลาจำกัดกว่าทุกครั้ง เรื่องเก็บเสียงต้องดีมาก ต้องแน่ใจว่าพวกมันจะไม่สามารถระบุแหล่งกำเนิดเสียง ไม่อย่างนั้นฉันเสร็จพวกมันแน่” มธิลดาพูดเป็นชุดด้วยน้ำเสียงมั่นใจในตัวเองสูง ลมเย็นพัดมาเบาๆ จนสังเกตุเห็นใบไม้ไหว แจ๊คจิตนาการเห็นเขากำลังประกอบปืนซุ่มยิงพร้อมศูนย์เล็งและกระบอกเก็บเสียง ลูกปืนขนาด 7.62 x 51mm เนโต้ถูกโหลดเข้าแมกกาซีนขนาด 20 นัดอย่างคล่องแคล่ว “สิ่งที่คุณต้องการคือปืนกลเก็บเสียงแบบถอดประกอบได้ภายใน 20 วินาที” แจ๊คย้ำ ส่วนมธิลดามองกลับมาด้วยสายตาเย็นเฉียบแทนคำตอบ ทั้งคู่จ้องมองตากันเหมือนต้องการสร้างจุดวางใจ เพียงอึดใจหนึ่ง [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&amp;blog=1264318&amp;post=2337&amp;subd=culturegap&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ฉาก 6 : ร้านกาแฟเล็กๆ ในเมืองคาสเทลเวคกิโอ โต๊ะกาแฟขนาดพอดีกับสองคนตั้งเรียงรายด้านนอก ผู้คนเดินไปมาบนท้องถนนจับจ่ายหาซื้อของตามแผงขายในตลาดนัดบนถนนฝั่งตรงข้ามร้าน  </p>
<p>แจ๊คสังเกตเห็นหญิงสาวสวยแต่งตัวแปลกตากำลังต่อรองราคาสินค้า สัญชาติญาณการระวังตัวทำให้เธอมองมาทางแจ๊คก่อนวางสินค้าลงกับแผงขาย เธอเดินตรงไปหาที่นั่งหน้าร้านกาแฟ</p>
<p>แจ๊คเดินตามไปนั่งโต๊ะติดกัน กล่าวถามว่า “คุณจะรับกาแฟอะไร”</p>
<p>“ฉันต้องการไรเฟิลเก็บเสียงระยะใกล้ ยิงชุดต่อเนื่องได้สี่นัดขึ้นไป ถอดประกอบพร้อมยิงใน 20 วิ น้ำหนัก 6 กิโลกรัมต้องไม่เกินกว่านี้ &#8230;” เธอหยุดพูดเมื่อเห็นพนักงานเดินเข้ามารับออเดอร์</p>
<p>“มอคคิอาโต้ 2 ที่” แจ๊คสั่งกาแฟแทนนักสังหารสาวสวย เมื่อพนักงานเสิร์ฟเดินจากไป แจ๊คเอ่ยถามว่า “ผมแจ๊ค คุณชื่ออะไร”</p>
<p>“มธิลดา (เธอบอกชื่อแล้วพูดถึงความต้องการของเธอต่อ) งานนี้ฉันมีพื้นที่และเวลาจำกัดกว่าทุกครั้ง เรื่องเก็บเสียงต้องดีมาก ต้องแน่ใจว่าพวกมันจะไม่สามารถระบุแหล่งกำเนิดเสียง ไม่อย่างนั้นฉันเสร็จพวกมันแน่” มธิลดาพูดเป็นชุดด้วยน้ำเสียงมั่นใจในตัวเองสูง </p>
<p>ลมเย็นพัดมาเบาๆ จนสังเกตุเห็นใบไม้ไหว แจ๊คจิตนาการเห็นเขากำลังประกอบปืนซุ่มยิงพร้อมศูนย์เล็งและกระบอกเก็บเสียง ลูกปืนขนาด 7.62  x 51mm เนโต้ถูกโหลดเข้าแมกกาซีนขนาด 20 นัดอย่างคล่องแคล่ว  </p>
<p>“สิ่งที่คุณต้องการคือปืนกลเก็บเสียงแบบถอดประกอบได้ภายใน 20 วินาที” แจ๊คย้ำ ส่วนมธิลดามองกลับมาด้วยสายตาเย็นเฉียบแทนคำตอบ</p>
<p>ทั้งคู่จ้องมองตากันเหมือนต้องการสร้างจุดวางใจ เพียงอึดใจหนึ่ง แจ๊คพูดกับมธิลดาว่า “อีก 2 สัปดาห์ ผมจะติดต่อคุณไป ถ้าโชคดีเราจะไปทดสอบไรเฟิลกัน”</p>
<p>“ขอบคุณ” มธิลดวางซองกระดาษสีน้ำตาลไว้ แล้วลุกเดินสวนพนักงานเสิร์ฟที่กำลังวางแก้วกาแฟขนาดจิ๋วลงบนโต๊ะ</p>
<p>&#8230;</p>
<p>ฉาก 7 : ห้องพักในเลิฟโฮเตล นอกหน้าต่างเห็นหลังคาอาคารติดกัน ไฟจากป้ายนีออนสีแปร๋นสาดเข้ามาถึงบนที่นอน กรอบไฟสีส้มสลับฟ้าอ่อนซ่อนอยู่หลังหัวเตียงสร้างความตื่นเต้นมากกว่าความสงบ</p>
<p>“ฉันชื่อคาร่า” หญิงให้บริการพูดขณะกำลังถอดเสื้อผ้าออกจนหมด เธอเขี่ยกองผ้าไว้หน้าประตูทางเข้าและเดินมาหาแจ๊คที่กำลังนั่งอยู่ขอบเตียง</p>
<p>คาร่าพูดขณะพิงร่างกายเปลือยเปล่ากับไหล่แจ๊คแล้วลูบผมของเขาไปมาอย่างแผ่วเบา “คืนนี้ฉันเป็นของคุณ  คุณต้องการแบบไหน”</p>
<p>แจ๊คเงยมองหน้าคาร่าแล้วบอกว่า “แบบทุกครั้ง แบบที่คุณเป็น คุณไม่ต้องแสดงอะไร ผมต้องการแค่นั้น”</p>
<p>ด้วยความที่ต้องระวังตัวอยู่ตลอดเวลา แจ๊คไม่ได้มาพบคาร่าบ่อยนัก แต่ทุกครั้งได้พบกัน แจ๊คแสดงทีท่าว่าเขาพอใจคาร่าอยู่ไม่น้อย คาร่าเป็นเป็นหญิงสาวผมหยิกเสมอต้นคอ รูปร่างดี หน้าตาได้รูป เมื่อเธอยิ้มจะเห็นเขี้ยวเล็กๆ ดูสะดุดตากว่าสาวเมืองคาสเทลเวคกิโอทั่วไป</p>
<p>สำหรับคาร่าแล้ว หญิงบริการอย่างเธอย่อมรู้ดีว่าแจ๊คปรารถนาและพึงใจในตัวเธอเป็นพิเศษ เธอเองก็รู้สึกพิเศษกับแจ๊ค คงเพราะแจ๊คใส่ใจกับรายละเอียดต่างๆ ในตัวเธอ บทรักของแจ๊คทำให้คาร่าแอบคิดเสมอว่า แจ๊คต้องการมอบความสุขแก่เธอ ในขณะที่ลูกค้าคนอื่นมาหาเธอเพื่อตักตวงความสุขให้กับตัวเอง</p>
<p>เขาและเธอกอดก่ายกันหลังบทรักเสร็จสม คาร่าสังเกตเห็นรอยสักรูปผีเสื้อปีกสวยบนแผ่นหลังของแจ๊คตั้งแต่ครั้งแรกแต่ไม่กล้าเอ่ยถาม จนครั้งนี้ เมื่อความสนิทใจระหว่างเธอและเขามีมากขึ้น &#8230; </p>
<p>“ทำไมคุณสักรูปนี้ คุณต้องการเป็นอิสระจากอะไร” คาร่าลูบไล้ผมของแจ๊คขณะที่เขากำลังนอนคว่ำหน้าข้าง ตัวเธอ แจ๊คถอนหายใจนิ่งเงียบก่อนลุกขึ้นหยิบกางเกงมาใส่</p>
<p>“คุณรู้ไหม คุณไม่เหมือนใคร” คาร่าบอก แจ๊คล้วงหยิบเงินจากในกระเป๋าแล้ววางลงบนโต๊ะเตียงอย่างเงียบๆ</p>
<p>คาร่าลุกขึ้นนั่งชันเข่าเปลือย<del datetime="2011-12-17T15:35:12+00:00">แผ่น</del>อกอิ่มอูมแลดูอบอุ่นมากกว่าอนาจาร เธอเหลือบเห็นธนบัตรพับหนากว่าลูกค้าทุกคนที่เธอเคยบริการ “คุณให้เงินฉันมากกว่าให้ผู้หญิงบริการคนอื่นใช่ไหม” คาร่าถาม</p>
<p>“ผมไม่เคยนอนกับผู้หญิงบริการคนอื่น” แจ๊คพูดเบาๆ โดยไม่สบตา คาร่าอึ้งเงียบงันกับคำตอบก่อนฉุดตัวเองขึ้นจากภวังค์ เธอยิ้มมีนัยแล้วพูดว่า “วันเสาร์ที่จะถึงนี้ ฉันไม่ต้องทำงาน คุณว่างไหม?”  </p>
<p>“ดี พบกันที่ร้านกาแฟหน้าโบสถ์” แจ๊คพูดเสียงต่ำเก็บความรู้สึก</p>
<p>โปรดติดตามตอนต่อไป</p>
<p>ขุนอรรถ</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/culturegap.wordpress.com/2337/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/culturegap.wordpress.com/2337/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/culturegap.wordpress.com/2337/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/culturegap.wordpress.com/2337/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/culturegap.wordpress.com/2337/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/culturegap.wordpress.com/2337/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/culturegap.wordpress.com/2337/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/culturegap.wordpress.com/2337/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/culturegap.wordpress.com/2337/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/culturegap.wordpress.com/2337/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/culturegap.wordpress.com/2337/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/culturegap.wordpress.com/2337/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/culturegap.wordpress.com/2337/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/culturegap.wordpress.com/2337/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&amp;blog=1264318&amp;post=2337&amp;subd=culturegap&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://culturegap.wordpress.com/2011/12/17/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-%e0%b9%93/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">khun_aut</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>กันสมิธ (2)</title>
		<link>http://culturegap.wordpress.com/2011/12/13/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-%e0%b9%92/</link>
		<comments>http://culturegap.wordpress.com/2011/12/13/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-%e0%b9%92/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 13 Dec 2011 14:49:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>khun_aut</dc:creator>
				<category><![CDATA[movie gap]]></category>
		<category><![CDATA[บทหนัง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/?p=2332</guid>
		<description><![CDATA[ฉาก 3 : ถนนสู่คาสเทลเวคกิโอ เมืองเล็กๆ ในหุบเขาอะบรัสโซ มองเห็นบ้านสีขาวหน้าที่มีต่างขนาดเล็กเรียงรายไล่เลียบสันเขาอยู่ไกลๆ แจ๊คขับรถเฟียตรุ่นกลางเก่ากลางใหม่นานเกือบสามชั่วโมง เมื่อถึงตัวเมืองที่หมาย สายตานับสิบเหลือบมองมาที่คนแปลกหน้าเชื้อสายอเมริกันอย่างสังเกตสังกา เมื่อได้ที่พักในมุมปลอดภัยแล้ว แจ๊คจึงเดินออกมาสำรวจพื้นที่และผู้คน &#8230; หน้าร้านอาหารเล็กๆ บาทหลวงเบเนเดตโต้ทักทายเขาเป็นคนแรก “ลูกไม่ใช่คนแถวนี้ ลูกมาเที่ยวหรือมาทำงาน” บาทหลวงชวนคุย “ทำงานครับ ผมมาทำงาน” แจ๊คพยักหน้าเล็กน้อย บาทหลวงเบเนเดตโตยังจับมือแจ๊คแน่น “งานอะไร” “เออ &#8230; ผมเป็นช่างภาพครับ” แจ๊คค่อยๆ เลื่อนมือออกและเริ่มมองไปรอบๆ บริเวณตามสัญชาติญาณ “ถ่ายรูปเหรอ หนังสืออะไร บอกพ่อได้ไหม” บาทหลวงเลิกคิ้วถาม ไม่ว่าวินาทีนี้หรือวินาทีไหน แจ๊คไม่อาจวางใจใครได้แม้แต่พัลล์ผู้ดูแลนักสังหารเองก็ตาม แจ็คมองหน้าบาทหลวงด้วยสายตาคมกริบ จากสายตาของแจ๊ค บาทหลวงรับรู้ถึงบางสิ่งบางอย่างได้จากประสบการณ์ชีวิต แต่คงเป็นเพราะสายตาของบาทหลวงไม่มีวี่แววอันตรายใดๆ แจ๊คตอบและชิงถามกลับ “หลายเล่มครับคุณพ่อ หลายเล่ม … คุณพ่อกำลังจะไปไหน” “พ่อกำลังจะกลับวัด แต่เผอิญรถพ่อเสียตอนอยู่ตรงโน้น” บาทหลวงเบเนเดตโตชี้ให้ดูรถกระบะที่นั่งเดียวสภาพเก่าโทรม ด้านหลังบรรทุกลังไม้และถังนมโลหะ “ผมคงพอช่วยคุณพ่อได้” แจ๊คหยิบอุปกรณ์ช่างแบบพับได้ออกมาจากกระเป๋า สบตาบาทหลวงให้เดินนำ ครู่เดียวหลังเปิดฝากระโปรงรถกระบะปุโรทั่ง แจ๊คมุดลงไปงัดท่อขนาดเล็กออกมาเป่าเศษฝุ่นทรายและจัดแจงประกอบกลับเข้าในที่ของมันอีกครั้ง ก่อนบอกให้บาทหลวงทดลองติดเครื่อง “ตัดๆ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&amp;blog=1264318&amp;post=2332&amp;subd=culturegap&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ฉาก 3 : ถนนสู่คาสเทลเวคกิโอ เมืองเล็กๆ ในหุบเขาอะบรัสโซ มองเห็นบ้านสีขาวหน้าที่มีต่างขนาดเล็กเรียงรายไล่เลียบสันเขาอยู่ไกลๆ   </p>
<p>แจ๊คขับรถเฟียตรุ่นกลางเก่ากลางใหม่นานเกือบสามชั่วโมง เมื่อถึงตัวเมืองที่หมาย สายตานับสิบเหลือบมองมาที่คนแปลกหน้าเชื้อสายอเมริกันอย่างสังเกตสังกา</p>
<p>เมื่อได้ที่พักในมุมปลอดภัยแล้ว แจ๊คจึงเดินออกมาสำรวจพื้นที่และผู้คน &#8230; </p>
<p>หน้าร้านอาหารเล็กๆ บาทหลวงเบเนเดตโต้ทักทายเขาเป็นคนแรก “ลูกไม่ใช่คนแถวนี้ ลูกมาเที่ยวหรือมาทำงาน” บาทหลวงชวนคุย </p>
<p>“ทำงานครับ ผมมาทำงาน” แจ๊คพยักหน้าเล็กน้อย </p>
<p>บาทหลวงเบเนเดตโตยังจับมือแจ๊คแน่น “งานอะไร” </p>
<p>“เออ &#8230; ผมเป็นช่างภาพครับ” แจ๊คค่อยๆ เลื่อนมือออกและเริ่มมองไปรอบๆ บริเวณตามสัญชาติญาณ  </p>
<p>“ถ่ายรูปเหรอ หนังสืออะไร บอกพ่อได้ไหม” บาทหลวงเลิกคิ้วถาม </p>
<p>ไม่ว่าวินาทีนี้หรือวินาทีไหน แจ๊คไม่อาจวางใจใครได้แม้แต่พัลล์ผู้ดูแลนักสังหารเองก็ตาม แจ็คมองหน้าบาทหลวงด้วยสายตาคมกริบ จากสายตาของแจ๊ค บาทหลวงรับรู้ถึงบางสิ่งบางอย่างได้จากประสบการณ์ชีวิต </p>
<p>แต่คงเป็นเพราะสายตาของบาทหลวงไม่มีวี่แววอันตรายใดๆ แจ๊คตอบและชิงถามกลับ “หลายเล่มครับคุณพ่อ หลายเล่ม … คุณพ่อกำลังจะไปไหน” </p>
<p>“พ่อกำลังจะกลับวัด แต่เผอิญรถพ่อเสียตอนอยู่ตรงโน้น” บาทหลวงเบเนเดตโตชี้ให้ดูรถกระบะที่นั่งเดียวสภาพเก่าโทรม ด้านหลังบรรทุกลังไม้และถังนมโลหะ </p>
<p>“ผมคงพอช่วยคุณพ่อได้” แจ๊คหยิบอุปกรณ์ช่างแบบพับได้ออกมาจากกระเป๋า สบตาบาทหลวงให้เดินนำ </p>
<p>ครู่เดียวหลังเปิดฝากระโปรงรถกระบะปุโรทั่ง แจ๊คมุดลงไปงัดท่อขนาดเล็กออกมาเป่าเศษฝุ่นทรายและจัดแจงประกอบกลับเข้าในที่ของมันอีกครั้ง ก่อนบอกให้บาทหลวงทดลองติดเครื่อง </p>
<p>“ตัดๆ ตัดๆ &#8230; บรืนนนน” เสียงดังของเครื่องยนต์ค่อยๆ หมุนจนครบรอบของมัน มวลควันขาวพรูออกจากท่อไอเสียจนมองไม่เห็นอาคารที่อยู่ฝั่งตรงข้าม </p>
<p>“ขอบใจมากนะลูก” บาทหลวงเบเนเนตโต้ชะโงกหน้ามาออกสบตาแจ๊ค แจ๊คพยักหน้ารับช้าๆ </p>
<p>ก่อนบาทหลวงเหยียบคันเร่งขับรถออกไป เขาจับมือจับไม้แจ๊คอีกครั้งและทำท่าเหมือนจะบอกอะไรสักอย่างจนแจ๊คต้องก้มหน้าเงี่ยหูฟัง </p>
<p>“บางทีลูกอาจต้องการไปสารภาพบาปที่วัด เมื่อพระเป็นเจ้ารับรู้ ลูกจะเป็นสุข และพ่อคงยินดีมาก” บาทหลวงกล่าวด้วยจิตเมตตา </p>
<p>“ขอบคุณ แต่ผมคงไม่” แจ๊คตอบไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย </p>
<p>บาทหลวงยิ้มน้อยๆ เหมือนยืนยันว่าสิ่งที่เขาคาดคิดไว้-ถูกต้อง แล้วพูดด้วยสายตาอบอุ่นว่า “ทักษะของลูกค่อนไปทางช่างมากกว่าจะเป็นศิลปิน” บาทหลวงพูดจบแล้วขับรถออกไป </p>
<p>รถกระบะคันจิ๋วเคลื่อนตัวห่างไปเรื่อยๆ แจ๊คยืนมองบาทหลวงยื่นแขนโบกมือไปมาแทนคำว่า “ขอบคุณ” </p>
<p>บางทีแจ๊คอาจโหยหาชีวิตเป็นสุขอย่างบาทหลวงว่า หรือเขาเพียงแค่รอเวลา &#8230; รอใครสักคน </p>
<p>(ภาพ : แจ๊คเดินข้ามถนนกลับไปที่ร้านอาหาร) </p>
<p>…</p>
<p>ฉาก 4 : บนเส้นทางกลับที่พัก แจ๊คเดินผ่านตู้โทรศัพท์สาธารณะริมถนนขนาดรถคันเดียววิ่งได้ ถนนหนทางในเมืองเล็กๆ แห่งนี้เต็มไปด้วยมุมเล็กมุมน้อย ทางเลี้ยวมีบันไดสูงชันคดเคี้ยวหักศอก  </p>
<p>“กัก กัก &#8230; กัก” เขาสังเกตเสียงรองเท้าพื้นหนังกระทบถนนที่ทำจากก้อนหินที่ดังจากข้างหลัง เสียงฝีเท้านั่นเดี๋ยวช้าเดี๋ยวเร็ว บางครั้งเสียงเงียบหายเมื่อเขาหยุดหายใจเพื่อรับฟัง  </p>
<p>แจ๊คเร่งเท้าเพื่อให้พ้นแนวกำแพงแคบข้างหน้า ทันทีทันใดเขาหลบผลุบตัวเข้าไปในซอกประตูหน้าอาคารแถวหลังหนึ่งแล้วถอดรองเท้าออกซุกไว้ในซอกอิฐ </p>
<p>ประสบการณ์ของเขาบอกว่า ทีท่าของการสังหารหาจำเป็นต้องงดงามอย่างในหนังสืบสวนสอบสวนไม่ เพียงแค่มันสามารถสังหารเป้าหมายได้ นั่นคือความจำเป็นเพียงพอ </p>
<p>“กัก กัก &#8230; กัก” ในมือแจ๊คกำอาวุธปืนขนาดเล็กและสอดนิ้วรอลั่นไกไว้อย่างดี เขารอจนเสียงฝีเท้าต้องสงสัยผ่านไปได้เพียงเสี้ยววินาทีจึงรุดเดินด้วยถุงเท้าเปล่า </p>
<p>นั่นทำให้ฝีเท้าของเขาไร้เสียง </p>
<p>“ปรืนนนนน ปัง ปัง” เสียงแรงอัดจากท่อไอเสียรถมอเตอร์ไซด์ดังสวนทางมาจากอีกซอกซอยหนึ่ง … </p>
<p>โป้! โป้! เสียงปืนดังขึ้นสองนัด ชายบนรถมอเตอร์ไซด์ล้มลงใกล้ๆ จุดที่แจ๊คยืน แจ๊คหลบทัน แต่เสียงฝีเท้าต้องสงสัยวิ่งห่างออกไปในซอยมืดเบื้องหน้า </p>
<p>แจ๊คพบว่าชายบนรถมอเตอร์ไซด์นอนจมกองเลือดเสียชีวิต เขาคว้ามอเตอร์ไซด์ขึ้นมาขี่ตามเสียงฝีเท้าศัตรูไปติดๆ  </p>
<p>ทันทีที่แจ๊คขี่มอเตอร์ไซด์ออกมาจนถึงถนนใหญ่ เขาเห็นรถยนต์ขนาดเล็กกวาดวงตีโค้งอย่างรวดเร็วตัดหน้า รถคันนั้นมุ่งหน้าไปบนถนนเปลี่ยว </p>
<p>แจ๊คประคองมอเตอร์ไซด์บนถนนหินก้อนใหญ่อย่างยากเย็นก่อนยิง “โป้ &#8230; โป้”  </p>
<p>กระจกหลังแตกกระจาย รถคันเล็กที่กำลังขับหนีสบัดโดนมอเตอร์ไซด์ที่จอดข้างทางล้มลงหลายคัน </p>
<p>“โป้” คราวนี้แจ๊คตั้งใจยิงยางรถยนต์ที่ค่อยๆ วิ่งห่างออกไป – ได้ผล! </p>
<p>รถคันเล็กยางหน้าแตกเสียหลักพุ่งเข้าชนเกาะกลางถนน มอเตอร์ไซด์ของเขาล้มลงพาแจ๊คไถลไปข้างหน้าเกือบสองเมตร </p>
<p>เขายังกำปืนอยู่และยกจ่อไปที่ชายในรถคันนั้น เสี้ยววินาทีเป็นตายผ่านเข้ามาอีกครั้ง แจ๊คเข้าถึงตัวศัตรูก่อนและล็อคคอชายคนนั้นจากด้านนอกตัวรถ </p>
<p>“กึก” แจ็คโยนตัวหักกระดูกต้นคอของชายลึกลับกับขอบประตูรถอย่างแรง ชายในรถแน่นนิ่งไป เขามุดเข้าไปหยิบปืนของชายคนนั้นออกมาจากรถยนต์แล้วเดินกระเผก*ออกจากที่เกิดเหตุอย่างใจเย็น </p>
<p>“ระหว่างอุบัติเหตุกับฆาตกรรม อย่างแรกดีกว่าแน่ๆ” แจ็คคิด </p>
<p>&#8230; </p>
<p>ฉาก 5 : บนเส้นทางกลับที่พัก แจ๊คยืนอยู่ในตู้โทรศัพท์สาธารณะตู้เดิมก่อนเกิดเหตุ </p>
<p>“ทำไมพวกมันถึงรู้ว่าผมอยู่ที่นี่ ทำไม” แจ๊คถามพัลล์ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว  </p>
<p>พัลล์มีน้ำเสียงงัวเงียจากการปลุกให้ตื่น “ไม่รู้สิ คงเพราะคุณไม่เหมือนเดิมแล้วแจ๊ค (แจ๊คยืนฟังอยู่เงียบๆ ก่อนพัลล์จะพูดต่อว่า) โทร.มาก็ดีแล้ว ผมมีงานให้ทำ งานนี้คุณแทบไม่ต้องกระดิกนิ้วลั่นไกด้วยซ้ำ” </p>
<p>แจ๊คเงียบไปก่อนพูดว่า “ผมขอคิดดูก่อน” </p>
<p>พัลล์เหมือนรู้ว่าแจ๊คกำลังจะวางหู จึงรีบพูดว่า “แจ๊ค ทำไมคุณไม่ใช้โทรศัพท์ในซองที่ผมให้ไป” </p>
<p>“แค่ไม่คุ้นเคย คุณก็รู้ ผมไม่ชอบอะไรที่เป็นเทคโนโลยีแบบนั้น” แจ๊คพูดจบแล้ววางหูโทรศัพท์กับที่แขวน </p>
<p>โปรดติดตามตอนต่อไป </p>
<p>ขุนอรรถ    </p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/culturegap.wordpress.com/2332/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/culturegap.wordpress.com/2332/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/culturegap.wordpress.com/2332/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/culturegap.wordpress.com/2332/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/culturegap.wordpress.com/2332/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/culturegap.wordpress.com/2332/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/culturegap.wordpress.com/2332/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/culturegap.wordpress.com/2332/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/culturegap.wordpress.com/2332/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/culturegap.wordpress.com/2332/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/culturegap.wordpress.com/2332/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/culturegap.wordpress.com/2332/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/culturegap.wordpress.com/2332/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/culturegap.wordpress.com/2332/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&amp;blog=1264318&amp;post=2332&amp;subd=culturegap&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://culturegap.wordpress.com/2011/12/13/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-%e0%b9%92/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>8</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">khun_aut</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>กันสมิธ (1)</title>
		<link>http://culturegap.wordpress.com/2011/12/12/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-%e0%b9%91/</link>
		<comments>http://culturegap.wordpress.com/2011/12/12/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-%e0%b9%91/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 12 Dec 2011 05:21:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>khun_aut</dc:creator>
				<category><![CDATA[movie gap]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/?p=2325</guid>
		<description><![CDATA[ฉาก 1 : เคบิ้นไม้สน สภาพแวดล้อมภายนอกปกคลุมเวิ้งว้างด้วยหิมะขาวโพรน ต้นไม้โผล่พ้นเส้นแนวหิมะเป็นจังหวะอยู่ไกลๆ แจ๊คเดินย่ำไปบนพื้นหิมะกับหญิงสาวแล้วหยุดดูรอยเท้าตัดขวางฝ่าแนวหิมะที่พวกเขากำลังเดิน “นายพราน” หญิงสาวบอก ส่วนแจ๊คหรี่ตามองรอบบริเวณก่อนจูงมือหญิงสาววิ่งหลบหลังต้นไม้ขนาดเท่าตัวคนติดกับเนินใหญ่ “เร็ว &#8230; วิ่ง” แจ๊คบอก ทันทีที่ทั้งสองพักหลังกับต้นไม้ขนาดเท่าตัว &#8230; “ฟิ้บ ฟิ้บ” เสียงปืนเก็บเสียงดังขึ้นสองนัด แฉลบกิ่งไม้ใหญ่เหนือหัวแจ๊คจนหิมะร่วงกระจายเข้าหน้า “แจ๊ค เกิดอะไรขึ้น &#8230; แจ็ค” หญิงสาวร้องด้วยความตกใจ แจ๊คแนบนิ้วชี้บนริมฝีปากส่งสัญญาณบอกหญิงสาวให้เงียบเสียง แจ๊คค่อยๆ โผล่หน้าขึ้นมาจากเนินที่ปกคลุมไปด้วยหิมะเพื่อมองหาจุดต้นเหตุ ก่อนล้วงหยิบปืนขนาดเท่าฝ่ามือออกมาจากเสื้อกันหนาวสีเขียวหม่น … “ฟิ้บ ฟิ้บ” เสียงปืนดังอีกครั้ง กระทบหิมะแตกกระจายห่างจากไหล่แจ๊คไม่ถึงฟุต “คุณพกปืนด้วยเหรอแจ๊ค ทำไม &#8230; แจ๊ค” หญิงสาวอยู่ในอาการตื่นตระหนกอย่างที่สุด แจ๊คส่งสัญญาณมืออีกครั้งให้หญิงสาวหมอบลง ส่วนเขาอ้อมเนินเตี้ยเข้าหาคู่กรณี “โป้ โป้ &#8230; ผลุบ” เสียงปืนดังขึ้นสองนัด ชายในชุดพรางหล่นลงมาจากเหลี่ยมผาสูงประมาณสองคนต่อ สีแดงของกองเลือดตัดกับสีขาวโพรนของหิมะปรากฏให้เห็นข้างตัวชายในชุดพราง แจ๊คยังคงชี้ปลายกระบอกปืนไปที่ร่างไร้วิญญาณเพื่อความแน่ใจ วินาทีแบบนี้ใครพลาดย่อมหมายถึงความตาย ก่อนเข้าพลิกตัวพร้อมใช้เท้าเขี่ยปืนให้พ้นระยะเอื้อมตามประสบการณ์ “แจ๊ค เขาตายไหม เขาเป็นอย่างไร แจ๊คพูดกับฉันสิ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&amp;blog=1264318&amp;post=2325&amp;subd=culturegap&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ฉาก 1 : เคบิ้นไม้สน สภาพแวดล้อมภายนอกปกคลุมเวิ้งว้างด้วยหิมะขาวโพรน ต้นไม้โผล่พ้นเส้นแนวหิมะเป็นจังหวะอยู่ไกลๆ</p>
<p>แจ๊คเดินย่ำไปบนพื้นหิมะกับหญิงสาวแล้วหยุดดูรอยเท้าตัดขวางฝ่าแนวหิมะที่พวกเขากำลังเดิน</p>
<p>“นายพราน” หญิงสาวบอก ส่วนแจ๊คหรี่ตามองรอบบริเวณก่อนจูงมือหญิงสาววิ่งหลบหลังต้นไม้ขนาดเท่าตัวคนติดกับเนินใหญ่ “เร็ว &#8230; วิ่ง” แจ๊คบอก</p>
<p>ทันทีที่ทั้งสองพักหลังกับต้นไม้ขนาดเท่าตัว &#8230; “ฟิ้บ ฟิ้บ” เสียงปืนเก็บเสียงดังขึ้นสองนัด แฉลบกิ่งไม้ใหญ่เหนือหัวแจ๊คจนหิมะร่วงกระจายเข้าหน้า</p>
<p>“แจ๊ค เกิดอะไรขึ้น &#8230; แจ็ค” หญิงสาวร้องด้วยความตกใจ แจ๊คแนบนิ้วชี้บนริมฝีปากส่งสัญญาณบอกหญิงสาวให้เงียบเสียง</p>
<p>แจ๊คค่อยๆ โผล่หน้าขึ้นมาจากเนินที่ปกคลุมไปด้วยหิมะเพื่อมองหาจุดต้นเหตุ ก่อนล้วงหยิบปืนขนาดเท่าฝ่ามือออกมาจากเสื้อกันหนาวสีเขียวหม่น</p>
<p>… “ฟิ้บ ฟิ้บ” เสียงปืนดังอีกครั้ง กระทบหิมะแตกกระจายห่างจากไหล่แจ๊คไม่ถึงฟุต  </p>
<p>“คุณพกปืนด้วยเหรอแจ๊ค ทำไม &#8230; แจ๊ค” หญิงสาวอยู่ในอาการตื่นตระหนกอย่างที่สุด แจ๊คส่งสัญญาณมืออีกครั้งให้หญิงสาวหมอบลง ส่วนเขาอ้อมเนินเตี้ยเข้าหาคู่กรณี</p>
<p>“โป้ โป้ &#8230; ผลุบ” เสียงปืนดังขึ้นสองนัด ชายในชุดพรางหล่นลงมาจากเหลี่ยมผาสูงประมาณสองคนต่อ สีแดงของกองเลือดตัดกับสีขาวโพรนของหิมะปรากฏให้เห็นข้างตัวชายในชุดพราง</p>
<p>แจ๊คยังคงชี้ปลายกระบอกปืนไปที่ร่างไร้วิญญาณเพื่อความแน่ใจ วินาทีแบบนี้ใครพลาดย่อมหมายถึงความตาย ก่อนเข้าพลิกตัวพร้อมใช้เท้าเขี่ยปืนให้พ้นระยะเอื้อมตามประสบการณ์</p>
<p>“แจ๊ค เขาตายไหม เขาเป็นอย่างไร แจ๊คพูดกับฉันสิ แจ๊ค” หญิงสาวร้องถามก่อนวิ่งสวบๆ ผ่านหิมะสูงเกือบเข่าเข้ากอดแขนของแจ๊คไว้แน่น</p>
<p>“กลับบ้าน โทรเรียกตำรวจ ไป &#8230; ไปสิ” แจ๊คส่งเสียงดังปลุกหญิงสาวจากความตระหนก</p>
<p>หญิงสาวผละจากแจ๊คเดินมุ่งหน้ากลับบ้าน คล้อยหลังได้เพียงสามก้าว “โป้ &#8230; โป้” ร่างไร้วิญญาณของหญิงสาวล่วงฟุบลงกับพื้นหิมะ!</p>
<p>แจ๊คลดปากกระบอกปืนลง เขาถอนใจแรงก่อนเดินมุ่งหน้ากลับเคบิ้นไม้สน</p>
<p>ด้านหลังเคบิ้น ชายอีกคนในชุดพรางลงจากรถขับเคลื่อนสี่ล้อกำลังหมุนกระบอกเก็บเสียงเข้ากับปืนอัตโนมัติ เขามีอาการเหมือนอยู่ในการระวังตัวสูงสุด</p>
<p>“โป้ โป้ &#8230; โป้ง” แจ๊คยิงชายคนนั้นสองนัดแรกจากด้านหลังรถ นัดสุดท้ายเขาเดินเข้าไปยิงเมื่อเป้าหมายแน่นิ่งอยู่กับพื้นหิมะขาว</p>
<p>&#8230;</p>
<p>ฉาก 2 : ร้านกาแฟกลางเมืองในอิตาลี</p>
<p>&#8220;สองคนนั่นคือใคร&#8221; แจ๊คถามพัลล์ เขาเป็นผู้ดูแลนักสังหารใ้นสังกัด &#8220;ไม่รู้สิ แต่นายต้องหลบไปสักพัก หลังร้านมีรถเฟียตสีน้ำเงินจอดอยู่ แผนที่บนเบาะจะพานายไปยังที่ปลอดภัย อยู่ที่นั่นและอย่าพูดกับใคร ใช้โทรศัพท์มือถือในซองกระดาษสำหรับการติดต่อหาฉัน” พัลล์ผู้ดูแลนักสังหารประจำสังกัดพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พร้อมไสกุญแจรถให้แจ๊ค</p>
<p>&#8220;ผู้หญิงคนนั้นล่ะแจ๊ค เธอใช่ไหม&#8221; พัลล์ถามบ้าง</p>
<p>แจ๊คก้มหน้าตอบเหมือนกำลังเรียบเรียงบางสิ่งบางอย่าง &#8220;ไม่ เธอไม่เกี่ยวข้องอะไรเลย เธอเป็นแค่เพื่อนคนหนึ่ง&#8221; </p>
<p>&#8220;เพื่อน?&#8221; พัลล์เน้นเสียงต่ำ </p>
<p>แจ๊คเลื่อนมือหยิบกุญแจรถ วางหนังสือพิมพ์ที่พับไว้ลงบนโต๊ะโลหะผิวขัดมันวาวแล้วลุกขึ้นเดินจากไป</p>
<p>ซูมอิน : หนังสือพิมพ์เสนอข่าวฆาตกรรม 3 ศพในป่าลึกตอนใต้ของสวีเดน</p>
<p>(โปรดติดดามตอนต่อไป)</p>
<p>ขุนอรรถ</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/culturegap.wordpress.com/2325/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/culturegap.wordpress.com/2325/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/culturegap.wordpress.com/2325/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/culturegap.wordpress.com/2325/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/culturegap.wordpress.com/2325/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/culturegap.wordpress.com/2325/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/culturegap.wordpress.com/2325/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/culturegap.wordpress.com/2325/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/culturegap.wordpress.com/2325/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/culturegap.wordpress.com/2325/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/culturegap.wordpress.com/2325/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/culturegap.wordpress.com/2325/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/culturegap.wordpress.com/2325/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/culturegap.wordpress.com/2325/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&amp;blog=1264318&amp;post=2325&amp;subd=culturegap&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://culturegap.wordpress.com/2011/12/12/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%98-%e0%b9%91/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">khun_aut</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ดื้อ*</title>
		<link>http://culturegap.wordpress.com/2011/11/27/resist/</link>
		<comments>http://culturegap.wordpress.com/2011/11/27/resist/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 27 Nov 2011 14:00:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>khun_aut</dc:creator>
				<category><![CDATA[mind gap]]></category>
		<category><![CDATA[จอดรถ]]></category>
		<category><![CDATA[ดื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[หมู่บ้าน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/?p=2306</guid>
		<description><![CDATA[17:33 น. &#8220;ขอโทษนะครับ ผมอยากให้คุณช่วยจอดรถหลบๆ หน่อย&#8221; ผมหันไปมองรถยกสูงไฮโซสีน้ำตาลผู้ดีของเขาสลับกับรถคันอื่นๆ แถวนั้น &#8220;เหรอครับ เอ ผมว่าผมก็จอดแนวเดียวกับคันหลังนั่นนะครับ” สำเนียงทองแดงอ่อนๆ ทำให้ผมเบาใจและหนักใจยังไงพิกล คงเพราะคุณพ่อผมเป็นคนปักษ์ใต้ ส่วนคุณตาผมสืบสายสกุลมาจากขุนนางใหญ่เมืองถลาง แม่บอกว่าพวกเราเป็นตระกูลหัวดื้อ &#8220;ไม่หรอกครับ คันหลังนั่นเขาจอดชิดฟุตบาธ แต่หน้าบ้านคุณไม่มีฟุตบาธ ช่วยจอดแอบหน้าบ้านเหมือนคันอื่นๆ สักหน่อยดีไหมครับ&#8221; แดดร่มลมตกอย่างนี้ บนถนนสองเลนหน้าทาวเฮ้าส์มีคนออกมาเดินคุยกัน จ๊อกกิ้ง จูงหมา แล้วก็มีคนแอบเหลือบตาดูผมสนทนากับคู่กรณีที่เพื่อนบ้านหลายคนรับรู้ &#8220;แล้วทำไมคุณจอดห่างหน้าบ้านล่ะครับ&#8221; เขาถามยิ้มๆ พร้อมชี้ให้ดูหลักฐานคันสีดำ ผมรู้ว่าเขาต้องเล่นงานผมประเด็นนี้ตั้งแต่ก่อนเดินมาคุยแล้ว &#8220;เออ คือขอพูดตรงๆ นะครับ ผมจอดประชดคุณนั่นแหละ&#8221; ผมเปิดใจไปก่อน เขาหัวเราะเบาๆ แล้วพูดว่า &#8220;คุณคิดมากนะ ผมว่า&#8221; &#8220;คิดมากสิครับ คิดตั้งนานก่อนจะเดินมาพูดกับคุณนี่ไง (ผมยิ้มไม่สุด) ความจริงก็อยากพูดด้วยนานแล้ว แต่จังหวะไม่ตรงกันซักที&#8221; เขาหันไปมองสภาพถนนในโครงการฯ ก่อนพูดขึ้นว่า &#8220;&#8230; คือผมจอดห่างประตูรั้วหน้าบ้านเพราะบางทีต้องเข็นมอเตอร์ไซด์ออกมาใช้ เอาอย่างนี้ดีไหมครับ ใครจอดหลบได้ก็หลบ หลบไม่ได้คันมาทีหลังก็ช่วยๆ กันจอดหลบ&#8221; &#8220;ไม่ดีครับ (ผมตอบทันที) ผมกลับเข้าบ้านดึกกว่าคุณ นี่ก็จะสองปีแล้วไม่เคยเห็นคุณจอดหลบเลย [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&amp;blog=1264318&amp;post=2306&amp;subd=culturegap&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>17:33 น.</p>
<p>&#8220;ขอโทษนะครับ ผมอยากให้คุณช่วยจอดรถหลบๆ หน่อย&#8221;</p>
<p>ผมหันไปมองรถยกสูงไฮโซสีน้ำตาลผู้ดีของเขาสลับกับรถคันอื่นๆ แถวนั้น </p>
<p>&#8220;เหรอครับ เอ ผมว่าผมก็จอดแนวเดียวกับคันหลังนั่นนะครับ” สำเนียงทองแดงอ่อนๆ ทำให้ผมเบาใจและหนักใจยังไงพิกล</p>
<p>คงเพราะคุณพ่อผมเป็นคนปักษ์ใต้ ส่วนคุณตาผมสืบสายสกุลมาจากขุนนางใหญ่เมืองถลาง แม่บอกว่าพวกเราเป็นตระกูลหัวดื้อ </p>
<p>&#8220;ไม่หรอกครับ คันหลังนั่นเขาจอดชิดฟุตบาธ แต่หน้าบ้านคุณไม่มีฟุตบาธ ช่วยจอดแอบหน้าบ้านเหมือนคันอื่นๆ สักหน่อยดีไหมครับ&#8221;</p>
<p>แดดร่มลมตกอย่างนี้ บนถนนสองเลนหน้าทาวเฮ้าส์มีคนออกมาเดินคุยกัน จ๊อกกิ้ง จูงหมา แล้วก็มีคนแอบเหลือบตาดูผมสนทนากับคู่กรณีที่เพื่อนบ้านหลายคนรับรู้</p>
<p>&#8220;แล้วทำไมคุณจอดห่างหน้าบ้านล่ะครับ&#8221; เขาถามยิ้มๆ พร้อมชี้ให้ดูหลักฐานคันสีดำ </p>
<p>ผมรู้ว่าเขาต้องเล่นงานผมประเด็นนี้ตั้งแต่ก่อนเดินมาคุยแล้ว  &#8220;เออ คือขอพูดตรงๆ นะครับ ผมจอดประชดคุณนั่นแหละ&#8221; ผมเปิดใจไปก่อน </p>
<p>เขาหัวเราะเบาๆ แล้วพูดว่า &#8220;คุณคิดมากนะ ผมว่า&#8221;</p>
<p>&#8220;คิดมากสิครับ คิดตั้งนานก่อนจะเดินมาพูดกับคุณนี่ไง (ผมยิ้มไม่สุด) ความจริงก็อยากพูดด้วยนานแล้ว แต่จังหวะไม่ตรงกันซักที&#8221;</p>
<p>เขาหันไปมองสภาพถนนในโครงการฯ ก่อนพูดขึ้นว่า &#8220;&#8230; คือผมจอดห่างประตูรั้วหน้าบ้านเพราะบางทีต้องเข็นมอเตอร์ไซด์ออกมาใช้ เอาอย่างนี้ดีไหมครับ ใครจอดหลบได้ก็หลบ หลบไม่ได้คันมาทีหลังก็ช่วยๆ กันจอดหลบ&#8221;</p>
<p>&#8220;ไม่ดีครับ (ผมตอบทันที) ผมกลับเข้าบ้านดึกกว่าคุณ นี่ก็จะสองปีแล้วไม่เคยเห็นคุณจอดหลบเลย ผมก็ขี้เกียจจอดหลบแล้วด้วย &#8230;&#8221;</p>
<p>(เขากำลังจะอ้าปากพูดแต่ผมแทรกว่า) &#8220;&#8230; บ้านคุณมีรถสองคัน มอเตอร์ไซด์อีกหนึ่ง ตั้งแต่คุณมาอยู่นี่ ผมยังไม่เคยเห็นคุณเอารถจอดในบ้านเลยนะครับ&#8221;</p>
<p>ผมมองเข้าไปในลานจอดรถของเขา โครงการนี้ออกแบบให้มีที่จอดรถได้สองคัน แต่บ้านเขาวางชุดเก้าอี้สนาม กระถางต้นไม้มากมายกับเอาไว้จอดมอเตอร์ไซด์คันที่ว่า</p>
<p>ผมคงเสียงดัง เพื่อนบ้านอีกหลังจึงเดินเข้ามาสบทบ</p>
<p>&#8220;ไม่มีอะไรหรอกครับ กำลังตกลงกันว่าจะจอดกันอย่างไรดี&#8221; เขาสนิทกับเพื่อนบ้านที่เพิ่งเดินเข้ามา รู้ได้จากภาษาถิ่นที่เขาสื่อสารกัน  </p>
<p>&#8220;ตกลงคุณช่วยจอดหลบหน่อยนะครับ คุณจอดหลบผมก็หลบด้วย  แต่ถ้าคุณจอดห่างผมก็ห่างด้วย&#8221; ผมยื่นข้อเสนอให้เขาต่อหน้าพยานหนึ่งคน</p>
<p>&#8220;ไม่เห็นคุณตัองใช้วิธีนี้ &#8230;&#8221; เขาตอบโต้กลับมาได้ประโยคเดียว ผมก็สวนทันที &#8220;ผมเลือกใช้วิธีตามประเภทของคนน่ะครับ&#8221;</p>
<p>สังเกตุเห็นเพื่อนบ้านยิ้มไม่ออกแล้วตอนนี้</p>
<p>&#8220;งั้นก็ไม่เป็นไรครับ ใครอยากจอดยังไงก็จอดตามสบายแล้วกัน&#8221; เขาทำหน้าเซ็งและถอนหายใจเสียงดัง</p>
<p>&#8220;ไม่ดีหรอกครับ เรามาทำเพื่อคนอื่นกันเถอะ&#8221; ผมยิ้มสู้</p>
<p>แดดหมดแล้ว เพื่อนบ้านสาวสับขาจ๊อกกิ้งช้าลงเมื่อวิ่งผ่านวงสนทนาบนถนนของเราสามคน</p>
<p>&#8220;ถ้าคุณอยากทำเพื่อคนอื่น คุณก็จอดหลบ ก็แค่นั้น&#8221; เป็นครั้งแรกที่เขาพูดอย่างมีอารมณ์ตามด้วยอาการกระสับกระส่าย</p>
<p>แปลกดี เวลาคนปักษ์โกรธนี่ทำไมสำเนียงทองแดงสามารถเข้มข้นขึ้นได้</p>
<p>&#8220;ก็นี่ไงครับ ผมถึงบอกว่ามันเป็นเรื่องยากที่ผมต้องคิดให้มากก่อนมาคุยกับคุณ&#8221; ผมอธิบายซ้ำ ส่วนเขาเลิกคิ้วยกไหล่แทนออกเสียงคำว่า&#8221;ทำไม&#8221;</p>
<p>&#8220;ก็เพราะผมรอให้คุณคิดได้เองต่อไปไม่ไหว ครั้นจะปล่อยให้คุณจอดกินพื้นที่ถนนแบบนี้ต่อไป ผมก็ทนถูกคนอย่างคุณเอาเปรียบไม่ได้เหมือนกัน&#8221; ผมให้เหตุผล</p>
<p>เขาส่ายหัวกับความเรื่องมาก ความช่างคิดหรือช่างแค้นของผม หรืออะไรก็ช่าง ผมบอกกับเพื่อนบ้านสักขีพยานคนนั้นว่า &#8220;คุณคงได้ยินหมดแล้ว ผมต้องขอโทษคุณด้วยถ้ารถผมจะจอดกินพื้นที่ถนนบ้าง แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาจอดหลบ ผมจะไม่มีวันจอดรถอย่างที่คุณเห็นตอนนี้</p>
<p>วันก่อนๆ ผมไม่แน่ใจว่าถูกเอาเปรียบหรือเปล่า แต่หลังจากคุยกัน ผมรู้แล้วว่าใช่ เพราะถ้ารู้ตัวว่าทำให้คนอื่นเดือดร้อน แต่ก็ยังไม่คิดแก้ไข เหตุผลอะไรก็ไม่สำคัญแล้วล่ะครับ&#8221;</p>
<p>(ผมละสายตาจากพยานมาสบตาคู่กรณี) &#8220;ผมถูกสอนมาว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่มีคนเอาเปรียบ ก็จะมีคนเสียเปรียบเสมอ</p>
<p>&#8230; ถ้าผมปล่อยเรื่องนึ้ไป โดยการจอดหลบเสียเอง ก็เหมือนผมปล่อยให้มีคนแซงคิว แม้ผมจะไม่เดือดร้อน แต่คนข้างหลังอาจเดือดร้อนเพราะการเพิกเฉยของผมก็ได้&#8221;</p>
<p>ไฟถนนสว่างจากด้านหน้าหมู่บ้านไล่เข้ามาจนถึงหลังสุดท้าย ลมอำมหิตวูบผ่านวงสนทนาเอื่อยๆ คู่กรณีไม่พูดอะไร ผมกล่าวขอบคุณผู้ร่วมสนทนาแล้วเดินเข้าบ้านผ่านรั้วเหล็กเตี้ยๆ มา </p>
<p>เมื่อปิดรั้วแล้ว ผมกล่าวสรุปมติที่ประชุมไปตามความเคยชินว่า &#8220;เอาตามที่ตกลงกันนะครับ คุณหลบผมก็หลบ คุณขวางผมก็ขวาง ขอบคุณครับที่อดทนฟัง&#8221;</p>
<p>ครับ, ยอมรับว่าดื้อ แต่ถ้าดื้อแล้วนำไปสู่สิ่งดีงามก็ดื้อเถอะ </p>
<p>ขุนอรรถ </p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/culturegap.wordpress.com/2306/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/culturegap.wordpress.com/2306/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/culturegap.wordpress.com/2306/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/culturegap.wordpress.com/2306/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/culturegap.wordpress.com/2306/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/culturegap.wordpress.com/2306/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/culturegap.wordpress.com/2306/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/culturegap.wordpress.com/2306/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/culturegap.wordpress.com/2306/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/culturegap.wordpress.com/2306/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/culturegap.wordpress.com/2306/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/culturegap.wordpress.com/2306/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/culturegap.wordpress.com/2306/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/culturegap.wordpress.com/2306/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&amp;blog=1264318&amp;post=2306&amp;subd=culturegap&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://culturegap.wordpress.com/2011/11/27/resist/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">khun_aut</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>คุ้ม*</title>
		<link>http://culturegap.wordpress.com/2011/11/16/chicken-and-rice/</link>
		<comments>http://culturegap.wordpress.com/2011/11/16/chicken-and-rice/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 16 Nov 2011 09:30:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>khun_aut</dc:creator>
				<category><![CDATA[life gap]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/?p=2296</guid>
		<description><![CDATA[8:25 น. &#8220;ไป &#8230; ไปกินข้าวกัน&#8221; พ่อพยักหน้าเรียกลูกชายวัยสิบขวบให้เดินตาม ทั้งสองเดินออกจากโรงเชื่อมเหล็กท้องถิ่น สะพานข้ามคลองแสนแสบช่วงสั้นดูสูงชันกว่าปกติ บรรยากาศแปลกตาในชุมชนท้ายซอย แดดอ่อนๆ ตอนเช้า หรือรอยยิ้มของพ่อก็ไม่รู้ที่ทำให้เด็กน้อยรู้สึกปลอดภัยเดินต้อยตามพ่อโดยไม่จูงมือ พ่อเดินเลี้ยวเข้าไปในร้านห้องแถวสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ ในร้านมีโต๊ะและเก้าอี้ไม้เก่าผ่านการใช้งานนานจนเป็นเงาวาวเมื่อแสงเช้ากระทบถึง หม้อข้าวถูกเปิดออกต้อนรับลูกค้า &#8220;ข้าวมันไก่สองจาน&#8221; พ่อยิ้มบอกเจ้าของร้าน “ป๊อก ป๊อก ป๊อก” เสียงสับไก่ต้มบนเขียงไม้หนาเกือบคืบชวนให้เด็กน้อยเอี้ยวตัวมอง ไก่ต้มตัวอวบอีกสองตัวแขวนอยู่ในตู้ไม้เตี้ยๆ ไอจากหม้อต้มแกงจืดโพยตัวทั่วร้าน กลิ่นข้าวเพิ่งสุกใหม่ๆ หอมเสียจนเด็กน้อยกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว ครู่เดียวข้าวมันไก่สองจานถูกนำมาวางพร้อมต้มจืดน้ำใสชามใหญ่ควันฉุยก็ปรากฏตรงหน้า &#8220;โห มีแกงจืดด้วย &#8230; แล้วนี่ใส่อะไร&#8221; เด็กน้อยยิ้มตื่นเต้นชี้ถ้วยน้ำจิ้มว่างเปล่า แววตาสดใสของลูกชายทำให้พ่ออดสนุกไปด้วยไม่ได้ พ่อยกขวดซีอิ้วดำเทให้แล้วพูดว่า &#8220;น้ำจิ้มไก่ของเด็กเป็นซีอื๊วหวาน ของพ่อเป็นน้ำจิ้มเต้าเจี้ยว&#8221; ข้าวมันไก่คำแรกอร่อยจนเด็กน้อยตักคำที่สองเตรียมไว้ในช้อนขณะเคี้ยวหมุบหมับ &#8220;เคยกินไหม ข้าวมันไก่&#8221; พ่อหันถามลูกชาย ลูกชายส่ายหัว &#8220;ข้าวมันไก่นี่ดีนะ &#8230;&#8221; พ่อทิ้งจังหวะแบบเสมอก่อนบรรจุวิชาชีวิตให้ลูกชาย เด็กน้อยเคี้ยวข้าวตุ้ยเงยหน้ามองพ่อของเขา พ่อยิ้มเอ็นดูแล้วเล่าต่อว่า &#8220;รู้ไหม เขาใช้ซี่โครงไก่ทำน้ำซุปในชามนี้ น้ำซุปแบบเดียวกันนำไปหุงข้าวกับมันไก่ เนื้อไก่ที่ลูกกินหลังเลาะกระดูกออกแล้วยังจับโยนลงไปในหม้อต้มน้ำซุปได้อีก&#8221; พ่อเล่าพลางเขี่ยเม็ดข้าวข้างแก้มลูกชายจอมตะกละ &#8230; อะไรเกิดขึ้นหลังจากนั้นบ้างผมจำไม่ได้ รู้แต่ว่านั่นเป็นมื้ออาหารดีที่สุดในชีวิต และจดจำวิชาข้าวมันไก่ของพ่อไม่เคยลืม คนเราเกิดมาเพื่อทำอะไรสักอย่างทิ้งไว้แล้วจากไป [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&amp;blog=1264318&amp;post=2296&amp;subd=culturegap&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>8:25 น. </p>
<p>&#8220;ไป &#8230; ไปกินข้าวกัน&#8221; </p>
<p>พ่อพยักหน้าเรียกลูกชายวัยสิบขวบให้เดินตาม ทั้งสองเดินออกจากโรงเชื่อมเหล็กท้องถิ่น สะพานข้ามคลองแสนแสบช่วงสั้นดูสูงชันกว่าปกติ  </p>
<p>บรรยากาศแปลกตาในชุมชนท้ายซอย  แดดอ่อนๆ ตอนเช้า หรือรอยยิ้มของพ่อก็ไม่รู้ที่ทำให้เด็กน้อยรู้สึกปลอดภัยเดินต้อยตามพ่อโดยไม่จูงมือ </p>
<p>พ่อเดินเลี้ยวเข้าไปในร้านห้องแถวสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ ในร้านมีโต๊ะและเก้าอี้ไม้เก่าผ่านการใช้งานนานจนเป็นเงาวาวเมื่อแสงเช้ากระทบถึง </p>
<p>หม้อข้าวถูกเปิดออกต้อนรับลูกค้า &#8220;ข้าวมันไก่สองจาน&#8221; พ่อยิ้มบอกเจ้าของร้าน </p>
<p>“ป๊อก ป๊อก ป๊อก” เสียงสับไก่ต้มบนเขียงไม้หนาเกือบคืบชวนให้เด็กน้อยเอี้ยวตัวมอง </p>
<p>ไก่ต้มตัวอวบอีกสองตัวแขวนอยู่ในตู้ไม้เตี้ยๆ ไอจากหม้อต้มแกงจืดโพยตัวทั่วร้าน กลิ่นข้าวเพิ่งสุกใหม่ๆ หอมเสียจนเด็กน้อยกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว </p>
<p>ครู่เดียวข้าวมันไก่สองจานถูกนำมาวางพร้อมต้มจืดน้ำใสชามใหญ่ควันฉุยก็ปรากฏตรงหน้า </p>
<p>&#8220;โห มีแกงจืดด้วย &#8230; แล้วนี่ใส่อะไร&#8221; เด็กน้อยยิ้มตื่นเต้นชี้ถ้วยน้ำจิ้มว่างเปล่า แววตาสดใสของลูกชายทำให้พ่ออดสนุกไปด้วยไม่ได้ </p>
<p>พ่อยกขวดซีอิ้วดำเทให้แล้วพูดว่า &#8220;น้ำจิ้มไก่ของเด็กเป็นซีอื๊วหวาน ของพ่อเป็นน้ำจิ้มเต้าเจี้ยว&#8221; </p>
<p>ข้าวมันไก่คำแรกอร่อยจนเด็กน้อยตักคำที่สองเตรียมไว้ในช้อนขณะเคี้ยวหมุบหมับ </p>
<p>&#8220;เคยกินไหม ข้าวมันไก่&#8221;  พ่อหันถามลูกชาย ลูกชายส่ายหัว </p>
<p>&#8220;ข้าวมันไก่นี่ดีนะ &#8230;&#8221; พ่อทิ้งจังหวะแบบเสมอก่อนบรรจุวิชาชีวิตให้ลูกชาย </p>
<p>เด็กน้อยเคี้ยวข้าวตุ้ยเงยหน้ามองพ่อของเขา พ่อยิ้มเอ็นดูแล้วเล่าต่อว่า </p>
<p>&#8220;รู้ไหม เขาใช้ซี่โครงไก่ทำน้ำซุปในชามนี้ น้ำซุปแบบเดียวกันนำไปหุงข้าวกับมันไก่ เนื้อไก่ที่ลูกกินหลังเลาะกระดูกออกแล้วยังจับโยนลงไปในหม้อต้มน้ำซุปได้อีก&#8221;  พ่อเล่าพลางเขี่ยเม็ดข้าวข้างแก้มลูกชายจอมตะกละ </p>
<p>&#8230; </p>
<p>อะไรเกิดขึ้นหลังจากนั้นบ้างผมจำไม่ได้ รู้แต่ว่านั่นเป็นมื้ออาหารดีที่สุดในชีวิต และจดจำวิชาข้าวมันไก่ของพ่อไม่เคยลืม </p>
<p>คนเราเกิดมาเพื่อทำอะไรสักอย่างทิ้งไว้แล้วจากไป นักเขียนซีไรท์หนุ่มนิยามภารกิจมนุษย์ไว้สั้นๆ ได้ใจความ </p>
<p>มนุษย์เกิดมาพร้อมกับภาระหน้าที่อะไรสักอย่าง ขณะเดียวกันเราก็เกิดมาเพื่อเบียดเบียนธรรมชาติอีกด้วย &#8211; มากน้อยตามกิจกรรมในชีวิต </p>
<p>วิชาข้าวมันไก่ของพ่อสอนว่า เมื่อต้องใช้ทรัพยากรเราควรใช้อย่างรู้ค่า-คุ้มค่า หัวใจของวิชานี้นำไปใช้กับลมหายใจของเราได้ด้วย  </p>
<p>หัวค่ำเมื่อวาน ผมจอดรถแวะกินข้าวมันไก่ริมทาง จำได้ว่าเคยสอนลูกชายแบบเดียวกัน </p>
<p>ขุนอรรถ  </p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/culturegap.wordpress.com/2296/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/culturegap.wordpress.com/2296/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/culturegap.wordpress.com/2296/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/culturegap.wordpress.com/2296/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/culturegap.wordpress.com/2296/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/culturegap.wordpress.com/2296/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/culturegap.wordpress.com/2296/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/culturegap.wordpress.com/2296/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/culturegap.wordpress.com/2296/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/culturegap.wordpress.com/2296/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/culturegap.wordpress.com/2296/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/culturegap.wordpress.com/2296/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/culturegap.wordpress.com/2296/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/culturegap.wordpress.com/2296/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&amp;blog=1264318&amp;post=2296&amp;subd=culturegap&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://culturegap.wordpress.com/2011/11/16/chicken-and-rice/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">khun_aut</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>สัมพัทธ์*</title>
		<link>http://culturegap.wordpress.com/2011/10/09/relativity/</link>
		<comments>http://culturegap.wordpress.com/2011/10/09/relativity/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 09 Oct 2011 03:20:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>khun_aut</dc:creator>
				<category><![CDATA[life gap]]></category>
		<category><![CDATA[mind gap]]></category>
		<category><![CDATA[ralativity]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/?p=2290</guid>
		<description><![CDATA[9:34 วันก่อนมีเพื่อนกึ่งบ่นกึ่งถามถึงรถกินน้ำมันมากกว่าปกติ ผมก็เลยกึ่งถามกึ่งตอบไปว่า ปัจจัยที่ทำให้รถกินน้ำมันมากกว่าปกติคือ สภาพรถยนต์ของเรา สภาพการจราจร และลักษณะในการขับขี่ แต่ถ้าให้ตอบอีกทีผมอยากตอบว่า ปัจจัยที่ทำให้รถกินน้ำมันมากกว่าปกติคือ สภาพรถยนต์ สภาพการจราจร และสภาวะจิตในเวลานั้น! แม้รถยนต์จะไม่ใช่สิ่งมีชีวิต แต่รถยนต์ที่ขาดการดูแลเอาใจใส่ย่อมส่งผลอย่างหนึ่งอย่างใด – อย่างที่รู้กัน ส่วนสภาพการจารจรนั้นเป็นเรื่องที่เราเลือกได้บ้างไม่ได้บ้าง เช่น เลือกที่จะตื่นเช้ากว่าปกติ เลือกที่จะใช้ทางด่วน เรื่องโรงเรียนใกล้บ้านให้ลูก อะไรอย่างนี้เป็นต้น แต่ที่อยากจะชวนสนทนาต่อในวันนี้ คือ สภาวะจิต สภาพจิตของเราขณะขับรถก็สำคัญและน่าจะเกี่ยวข้องโดยตรง(แต่เกิดผลทางอ้อม)กับ อัตราการบริโภคน้ำมันนะ ผมว่า เวลาผมล้างรถใหม่ๆ ผมจะรู้สึกว่ารถของเรามันช่างน่าขับเสียนี่กระไร เมื่อคิดได้อย่างนั้น ผมจะขับขี่มันด้วยความเอาใจใส่กว่าเวลารถเต็มไปด้วยคราบเลอะ หลุมบ่อนิดหน่อยก็หยอดให้ ไม่กดคันเร่งผ่านไปเหมือนคนขับเท๊กซี่เช่ารายวัน หรือบางทีรถของเรามีอาการปั่นป่วนรวนๆ บ้าง ถ้าเราคิดว่ารถเก่าก็ต้องดูแลกันไป เหมือนเพื่อนเหมือนแฟนเวลาขุ่นใจกันก็ต้องพยายามหาทางรอมชอม มิตรภาพนี่ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นกับสิ่งมีชีวิตอย่างเดียว – ผมว่า การเรียนรู้ถึงจุดแข็งจุดอ่อนของสิ่งของรอบตัวเป็นเรื่องน่าพิจารณา กล้องถ่ายรูป ทีวี มือถือ รถยนต์ที่เราใช้นั้นต่างก็มีจุดแข็งจุดอ่อน ตอบโจทย์ได้บางเรื่อง บางเรื่องมันไม่มีคำตอบให้ แถมบางเรื่องเต็มไปด้วยคำถาม รถสัญชาติยุโรปที่มีน้ำหนักมากกว่ารถ สัญชาติเอเชียทั้งหลาย จะด้วยเหตุผลทางภูมิประเทศหรืออะไรไม่ทราบได้ ข้อเสียของรถน้ำหนักมากคือเราต้องกดคันเร่งต้านแรงเฉื่อยมากกว่ารถน้ำหนัก เบา แต่ข้อดีล่ะ? [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&amp;blog=1264318&amp;post=2290&amp;subd=culturegap&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>9:34</p>
<p>วันก่อนมีเพื่อนกึ่งบ่นกึ่งถามถึงรถกินน้ำมันมากกว่าปกติ ผมก็เลยกึ่งถามกึ่งตอบไปว่า ปัจจัยที่ทำให้รถกินน้ำมันมากกว่าปกติคือ สภาพรถยนต์ของเรา สภาพการจราจร และลักษณะในการขับขี่</p>
<p>แต่ถ้าให้ตอบอีกทีผมอยากตอบว่า ปัจจัยที่ทำให้รถกินน้ำมันมากกว่าปกติคือ สภาพรถยนต์ สภาพการจราจร และสภาวะจิตในเวลานั้น!</p>
<p>แม้รถยนต์จะไม่ใช่สิ่งมีชีวิต แต่รถยนต์ที่ขาดการดูแลเอาใจใส่ย่อมส่งผลอย่างหนึ่งอย่างใด – อย่างที่รู้กัน ส่วนสภาพการจารจรนั้นเป็นเรื่องที่เราเลือกได้บ้างไม่ได้บ้าง เช่น เลือกที่จะตื่นเช้ากว่าปกติ เลือกที่จะใช้ทางด่วน เรื่องโรงเรียนใกล้บ้านให้ลูก อะไรอย่างนี้เป็นต้น</p>
<p>แต่ที่อยากจะชวนสนทนาต่อในวันนี้ คือ สภาวะจิต</p>
<p>สภาพจิตของเราขณะขับรถก็สำคัญและน่าจะเกี่ยวข้องโดยตรง(แต่เกิดผลทางอ้อม)กับ อัตราการบริโภคน้ำมันนะ ผมว่า เวลาผมล้างรถใหม่ๆ ผมจะรู้สึกว่ารถของเรามันช่างน่าขับเสียนี่กระไร เมื่อคิดได้อย่างนั้น ผมจะขับขี่มันด้วยความเอาใจใส่กว่าเวลารถเต็มไปด้วยคราบเลอะ หลุมบ่อนิดหน่อยก็หยอดให้ ไม่กดคันเร่งผ่านไปเหมือนคนขับเท๊กซี่เช่ารายวัน</p>
<p>หรือบางทีรถของเรามีอาการปั่นป่วนรวนๆ บ้าง ถ้าเราคิดว่ารถเก่าก็ต้องดูแลกันไป เหมือนเพื่อนเหมือนแฟนเวลาขุ่นใจกันก็ต้องพยายามหาทางรอมชอม มิตรภาพนี่ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นกับสิ่งมีชีวิตอย่างเดียว – ผมว่า</p>
<p>การเรียนรู้ถึงจุดแข็งจุดอ่อนของสิ่งของรอบตัวเป็นเรื่องน่าพิจารณา กล้องถ่ายรูป ทีวี มือถือ รถยนต์ที่เราใช้นั้นต่างก็มีจุดแข็งจุดอ่อน ตอบโจทย์ได้บางเรื่อง บางเรื่องมันไม่มีคำตอบให้ แถมบางเรื่องเต็มไปด้วยคำถาม</p>
<p>รถสัญชาติยุโรปที่มีน้ำหนักมากกว่ารถ สัญชาติเอเชียทั้งหลาย จะด้วยเหตุผลทางภูมิประเทศหรืออะไรไม่ทราบได้ ข้อเสียของรถน้ำหนักมากคือเราต้องกดคันเร่งต้านแรงเฉื่อยมากกว่ารถน้ำหนัก เบา แต่ข้อดีล่ะ?</p>
<p>ใช่, เรื่องบางเรื่องเมื่อเราใช้ตรรกะหรือข้อมูลวิทยาศาสตร์จบแล้ว จะผิดอะไรหากจะหยิบเอาอารมณ์ความรู้สึกมาใช้บ้าง</p>
<p>ไอสไตน์บอกว่า แม้จะเป็นนาฬิกาเรือนเดียวกัน แต่เวลาที่เราใช้ไปกับหญิงสาวที่รักจะเดินเร็วกว่าเวลาที่หมดไปกับคนที่เรา ไม่ชอบ(ขี้)หน้า นี่คือทฤษฎีสัมพัทธภาพหรืออะไรก็ช่าง แต่มันก็เป็นความจริงที่เกิดขึ้นในใจไม่ใช่หรือ?</p>
<p>ชวนคุยสั้นๆ เท่านี้</p>
<p>ขุนอรรถ</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/culturegap.wordpress.com/2290/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/culturegap.wordpress.com/2290/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/culturegap.wordpress.com/2290/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/culturegap.wordpress.com/2290/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/culturegap.wordpress.com/2290/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/culturegap.wordpress.com/2290/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/culturegap.wordpress.com/2290/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/culturegap.wordpress.com/2290/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/culturegap.wordpress.com/2290/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/culturegap.wordpress.com/2290/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/culturegap.wordpress.com/2290/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/culturegap.wordpress.com/2290/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/culturegap.wordpress.com/2290/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/culturegap.wordpress.com/2290/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&amp;blog=1264318&amp;post=2290&amp;subd=culturegap&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://culturegap.wordpress.com/2011/10/09/relativity/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">khun_aut</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>เปรี้ยว*</title>
		<link>http://culturegap.wordpress.com/2011/09/18/sour/</link>
		<comments>http://culturegap.wordpress.com/2011/09/18/sour/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 18 Sep 2011 03:19:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>khun_aut</dc:creator>
				<category><![CDATA[mind gap]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/?p=2286</guid>
		<description><![CDATA[8:50 น. เครื่องดื่มสำหรับเช้าวันนี้ไม่มีอะไรเก๋ๆ แบบมอคค่า ลาเต้ คาปูฯ คายิ่งลักษณ์ (มุกแป้ก) คาอะไรก็ไม่มีทั้งนั้น ผมเสิรฟ์ตัวเองเงียบๆ บนโต๊ะกินข้าวด้วยเครื่องดื่มร้อนของคนรวยจัด, น้ำข้าวโอ๊ตผสมกับลูกบัว! เหตุเกิดเพราะสามสี่วันก่อนไปฟังสัมมนาเกี่ยวกับการเปิดตลาดไปยังประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ด๊อกเตอร์สาวบนเวทีเธอว่า “คุณรู้ไหม อยากรู้ว่าใครรวยจริงไม่จริง รวยใหม่หรือรวยมาแต่ไหนแต่ไร-ดูไม่ยาก ถ้ายังสะพายกระเป๋าแบรนด์ดังอย่างกุ๊ดชี่กุ๊ดจี่ หรือชานมชาแนลอะไรแบบนั้น ใครก็รู้กันว่าคนพวกนี้เพิ่งรวย! &#8230; พวกรวยจริง รวยขั้นเทพ หรือเข้าข่าย‘พวกเบบี้แบ’ คือยังเป็นเบ่บี๋เงินเดือนเรือนแสนไม่พอใช้ ยังอาศัยมรดกท่านปู่ท่านย่าซื้อบ้านซื้อทัวร์อยู่ล่ะก็ นี่สิรวยแท้ ไม่รวยเทียมแบบ‘พวกเบบี้บูม’ที่ยังต้องวิ่งจ่ายค่างวดสารพัด ไม่เชื่อลองสังเกตดู พวกรวยจริงหิ้วกระเป๋าผ้ากันทั้งนั้น” บ้าแล้ว! ด๊อกเตอร์สาวเธอหมายถึงกระเป๋าผ้าลดโลกร้อนนั่นแหละ เธออธิบายว่าคนกลุ่มนี้ก้าวข้ามความอวดมั่งอวดมี พอกหน้าพอกตัวด้วยสินค้าและเครื่องสำอางค์แบรนด์ดัง เซฟเงินหลายหมื่นค่ากระเป๋ากุ๊ดจี่ไปหา‘หมอแมะแตะละพัน’กันสนุกสนาน อย่าขำไป หมอแมะแตะละพันนั่นสั่งตรงมาจากเขาเหลียงซานทีเดียวเชียว หมอเชี่ยวชาญขนาดแตะมั่บเข้าที่ข้อมือ หลับตาพริ้มอ่านสัญญาณชีพ(จร) แล้ววินิจฉัยโรคภัยไข้เจ็บได้เป็นฉากๆ แบบที่เครื่องอัลตร้าซาวด์หรือซีทีสแกนทั้งหลายต้องอายม้วน ด๊อกฯ ว่า คนรวยจริงก้าวข้ามการซื้อที่(ดิน)สะสมเก็งกำไรอย่างกับบรรดานักการเมืองทำมาหากินกัน แต่เขาซื้อไว้เพื่ออยู่! คนรวยจริงอยากอยู่ใกล้ธรรมชาติขนาดสามารถสัมผัสกับจิตวิญญาณความเป็นหนึ่งเดียว น่าจะเป็นอะไรๆ ประมาณเดียว‘ริว จิตสัมผัส’ ผมยกน้ำข้าวโอ๊ตผสมกับลูกบัวขึ้นจิบ พลางคิดว่า “นี่ผมกำลังองุ่นเปรี้ยวอยู่หรือเปล่า?” นิทานอีสป(สันนิษฐานว่าเป็นอีสปเป็นผู้หญิง-เหมือนด๊อกฯ) มีเรื่องหนึ่งเล่าว่า หมาจิ้งจอกอยากกินองุ่นลูกอ้วนๆ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&amp;blog=1264318&amp;post=2286&amp;subd=culturegap&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>8:50 น. </p>
<p>เครื่องดื่มสำหรับเช้าวันนี้ไม่มีอะไรเก๋ๆ แบบมอคค่า ลาเต้ คาปูฯ คายิ่งลักษณ์ (มุกแป้ก) คาอะไรก็ไม่มีทั้งนั้น ผมเสิรฟ์ตัวเองเงียบๆ บนโต๊ะกินข้าวด้วยเครื่องดื่มร้อนของคนรวยจัด, น้ำข้าวโอ๊ตผสมกับลูกบัว!  </p>
<p>เหตุเกิดเพราะสามสี่วันก่อนไปฟังสัมมนาเกี่ยวกับการเปิดตลาดไปยังประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ด๊อกเตอร์สาวบนเวทีเธอว่า “คุณรู้ไหม อยากรู้ว่าใครรวยจริงไม่จริง รวยใหม่หรือรวยมาแต่ไหนแต่ไร-ดูไม่ยาก ถ้ายังสะพายกระเป๋าแบรนด์ดังอย่างกุ๊ดชี่กุ๊ดจี่ หรือชานมชาแนลอะไรแบบนั้น ใครก็รู้กันว่าคนพวกนี้เพิ่งรวย! </p>
<p>&#8230; พวกรวยจริง รวยขั้นเทพ หรือเข้าข่าย‘พวกเบบี้แบ’ คือยังเป็นเบ่บี๋เงินเดือนเรือนแสนไม่พอใช้ ยังอาศัยมรดกท่านปู่ท่านย่าซื้อบ้านซื้อทัวร์อยู่ล่ะก็ นี่สิรวยแท้ ไม่รวยเทียมแบบ‘พวกเบบี้บูม’ที่ยังต้องวิ่งจ่ายค่างวดสารพัด ไม่เชื่อลองสังเกตดู พวกรวยจริงหิ้วกระเป๋าผ้ากันทั้งนั้น” </p>
<p>บ้าแล้ว! ด๊อกเตอร์สาวเธอหมายถึงกระเป๋าผ้าลดโลกร้อนนั่นแหละ เธออธิบายว่าคนกลุ่มนี้ก้าวข้ามความอวดมั่งอวดมี พอกหน้าพอกตัวด้วยสินค้าและเครื่องสำอางค์แบรนด์ดัง เซฟเงินหลายหมื่นค่ากระเป๋ากุ๊ดจี่ไปหา‘หมอแมะแตะละพัน’กันสนุกสนาน </p>
<p>อย่าขำไป หมอแมะแตะละพันนั่นสั่งตรงมาจากเขาเหลียงซานทีเดียวเชียว หมอเชี่ยวชาญขนาดแตะมั่บเข้าที่ข้อมือ หลับตาพริ้มอ่านสัญญาณชีพ(จร) แล้ววินิจฉัยโรคภัยไข้เจ็บได้เป็นฉากๆ แบบที่เครื่องอัลตร้าซาวด์หรือซีทีสแกนทั้งหลายต้องอายม้วน </p>
<p>ด๊อกฯ ว่า คนรวยจริงก้าวข้ามการซื้อที่(ดิน)สะสมเก็งกำไรอย่างกับบรรดานักการเมืองทำมาหากินกัน แต่เขาซื้อไว้เพื่ออยู่! คนรวยจริงอยากอยู่ใกล้ธรรมชาติขนาดสามารถสัมผัสกับจิตวิญญาณความเป็นหนึ่งเดียว น่าจะเป็นอะไรๆ ประมาณเดียว‘ริว จิตสัมผัส’ </p>
<p>ผมยกน้ำข้าวโอ๊ตผสมกับลูกบัวขึ้นจิบ พลางคิดว่า “นี่ผมกำลังองุ่นเปรี้ยวอยู่หรือเปล่า?”  </p>
<p>นิทานอีสป(สันนิษฐานว่าเป็นอีสปเป็นผู้หญิง-เหมือนด๊อกฯ) มีเรื่องหนึ่งเล่าว่า หมาจิ้งจอกอยากกินองุ่นลูกอ้วนๆ ฉ่ำๆ ห้อยเต้าห้อยตัวอยู่บนเถา แต่มันปีนขึ้นไปเอาลงมากินไม่ได้ ใครผ่านไปผ่านมาเห็นหมาจิ้งจอกทำหน้าเศร้า แทนที่จะบอกเล่าความจริงในใจ มันกลับบอกใครๆ ว่า “เปล่าๆ ฉันไม่ได้เศร้าที่ขึ้นไปเอาไม่ได้ แต่องุ่นเปรี้ยวน่ะ อย่าไปกินมันเลย เชื่อฉัน!” </p>
<p>น้ำข้าวโอ๊ตผสมกับลูกบัวของผมหมดพอดี เอาเถอะ ใครจะว่าผมเป็นพวกองุ่นเปรี้ยวก็ช่าง เปรี้ยวหรือไม่เปรี้ยวไม่มีใครรู้ได้นอกจากเรา วัยรุ่นโย่ๆ บอกว่า “มันเป็นอินเนอร์, man!” เป็นเรื่องของใครของมัน ว่างั้น  </p>
<p>ส่วนถ้าเป็นพระสงฆ์ คงเพราะท่านโย่ๆ ไม่ได้ ท่านจึงอธิบายเป็นภาษาพระว่า “ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญฺญูหิ อันวิญญูชนพึงรู้เฉพาะตน คือ เป็นวิสัยของวิญญูชนจะพึงรู้ได้ เป็นของจำเพาะตน ต้องทำจึงเสวยได้เฉพาะตัว ทำให้กันไม่ได้ เอาจากกันไม่ได้ และรู้ได้ประจักษ์ที่ในใจของตนนี่เอง”  </p>
<p>- Directly experienceable by the wise. </p>
<p>ขุนอรรถ </p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/culturegap.wordpress.com/2286/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/culturegap.wordpress.com/2286/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/culturegap.wordpress.com/2286/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/culturegap.wordpress.com/2286/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/culturegap.wordpress.com/2286/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/culturegap.wordpress.com/2286/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/culturegap.wordpress.com/2286/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/culturegap.wordpress.com/2286/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/culturegap.wordpress.com/2286/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/culturegap.wordpress.com/2286/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/culturegap.wordpress.com/2286/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/culturegap.wordpress.com/2286/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/culturegap.wordpress.com/2286/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/culturegap.wordpress.com/2286/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&amp;blog=1264318&amp;post=2286&amp;subd=culturegap&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://culturegap.wordpress.com/2011/09/18/sour/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">khun_aut</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>กับข้าว*</title>
		<link>http://culturegap.wordpress.com/2011/09/02/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://culturegap.wordpress.com/2011/09/02/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 02 Sep 2011 02:27:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>khun_aut</dc:creator>
				<category><![CDATA[health gap]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/?p=2284</guid>
		<description><![CDATA[7:55 น. &#8220;ฮั่นแน่ คุณมีไตข้างเดียว&#8221; ลุงหมอทักแบบนั้นทุกครั้งที่พบผมเวลาไปตรวจสุขภาพประจำ 6 เดือน &#8220;ครับ&#8221; ผมตอบพร้อมๆ กับคิดว่าในการเรียนของหมอๆ น่าจะมีวิชามุกแป่ก 101 เป็นวิชาบังคับ หลังจากลุงหมออธิบายผลเลือด ผลเอ็กซ์เรย์ ผลอัลตร้าซาวด์ แล้ว ลุงหมอมักจบบทสนทนาทำนองว่า &#8220;ไม่เป็นไร ออกกำลังกายบ้างนะ อย่ากินอาหารมันๆ ลดแป้ง ลดน้ำตาล เรื่องพวกนี้คุณรู้ดีอยู่แล้วนี่&#8221; รอยยิ้มของลุงหมอเพิ่มพลังชีวิตได้ 4.2% โดยประมาณ จะว่าไป หลังเข้มข้นกับการดูแลสุขภาพตัวเองมา 2 ปี วินัยต่างๆ ของผมลดดีกรีลงมาเยอะ ผมกินเนื้อสัตว์มาพักใหญ่แล้ว แรกๆ ก็จำกัดไว้แค่อาหารทะเล ขณะที่จานที่เห็นนั่นผัดผักกับไก่ทอดเป็นกับข้าว (คำว่า&#8217;กับข้าว&#8217;นี่ ใครคิดนะ น่าจับตัวมารับรางวัล) การลดอาหารประเภทหวานมันก็ไม่เข้มข้นเท่าเมื่อก่อน ก่อนผ่าตัดผมฉันท์กาแฟเย็นวันละแก้ว หลังผ่าตัดไม่มีเลย แต่เดี๋ยวนี้เดือนหนึ่งจะมีวันที่คลอเรสเตอรอลยอมให้ความชิลล์เข้าครอบงำบ้างสักวันสองวัน ไม่เกินนี้ และด้วยความที่เนื้อพุงกลับมาเยือนก่อนเวลาอันควร การจำกัดปริมาณน้ำตาลลงบ้างเป็นเรื่องที่ควรพิจารณา นอกจากของหวานที่พวกเราคิดว่ามีน้ำตาลแล้ว อาหารประเภทแป้งนี่แหละตัวดี เมื่อเป็นเช่นนี้ ผมจำกัดปริมาณข้าวในแต่ละมื้อแต่ละวันลง นี่อาจเป็นวินัยในการดูแลสุขภาพอย่างเดียวที่หลงเหลือ &#8220;แล้วทำไมเธอไม่บอกแม่ค้าไปล่ะว่าขอข้าวครึ่งเดียว&#8221; ใครบางคนเคยถามเมื่อได้ยินผมเล่าเรืีอง &#8220;ลดข้าว&#8221; [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&amp;blog=1264318&amp;post=2284&amp;subd=culturegap&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>7:55 น.</p>
<p>&#8220;ฮั่นแน่ คุณมีไตข้างเดียว&#8221; ลุงหมอทักแบบนั้นทุกครั้งที่พบผมเวลาไปตรวจสุขภาพประจำ 6 เดือน</p>
<p>&#8220;ครับ&#8221; ผมตอบพร้อมๆ กับคิดว่าในการเรียนของหมอๆ น่าจะมีวิชามุกแป่ก 101 เป็นวิชาบังคับ</p>
<p>หลังจากลุงหมออธิบายผลเลือด ผลเอ็กซ์เรย์ ผลอัลตร้าซาวด์ แล้ว ลุงหมอมักจบบทสนทนาทำนองว่า &#8220;ไม่เป็นไร ออกกำลังกายบ้างนะ อย่ากินอาหารมันๆ ลดแป้ง ลดน้ำตาล เรื่องพวกนี้คุณรู้ดีอยู่แล้วนี่&#8221;</p>
<p>รอยยิ้มของลุงหมอเพิ่มพลังชีวิตได้ 4.2% โดยประมาณ</p>
<p>จะว่าไป หลังเข้มข้นกับการดูแลสุขภาพตัวเองมา 2 ปี วินัยต่างๆ ของผมลดดีกรีลงมาเยอะ</p>
<p>ผมกินเนื้อสัตว์มาพักใหญ่แล้ว แรกๆ ก็จำกัดไว้แค่อาหารทะเล ขณะที่จานที่เห็นนั่นผัดผักกับไก่ทอดเป็นกับข้าว</p>
<p>(คำว่า&#8217;กับข้าว&#8217;นี่ ใครคิดนะ น่าจับตัวมารับรางวัล)</p>
<p>การลดอาหารประเภทหวานมันก็ไม่เข้มข้นเท่าเมื่อก่อน ก่อนผ่าตัดผมฉันท์กาแฟเย็นวันละแก้ว หลังผ่าตัดไม่มีเลย</p>
<p>แต่เดี๋ยวนี้เดือนหนึ่งจะมีวันที่คลอเรสเตอรอลยอมให้ความชิลล์เข้าครอบงำบ้างสักวันสองวัน ไม่เกินนี้</p>
<p>และด้วยความที่เนื้อพุงกลับมาเยือนก่อนเวลาอันควร การจำกัดปริมาณน้ำตาลลงบ้างเป็นเรื่องที่ควรพิจารณา นอกจากของหวานที่พวกเราคิดว่ามีน้ำตาลแล้ว อาหารประเภทแป้งนี่แหละตัวดี</p>
<p>เมื่อเป็นเช่นนี้ ผมจำกัดปริมาณข้าวในแต่ละมื้อแต่ละวันลง นี่อาจเป็นวินัยในการดูแลสุขภาพอย่างเดียวที่หลงเหลือ</p>
<p>&#8220;แล้วทำไมเธอไม่บอกแม่ค้าไปล่ะว่าขอข้าวครึ่งเดียว&#8221; ใครบางคนเคยถามเมื่อได้ยินผมเล่าเรืีอง &#8220;ลดข้าว&#8221; ให้เขาฟัง</p>
<p>&#8220;เคย แต่แม่ค้าไม่ทำตามที่ขอ&#8221; ผมบอก</p>
<p>แม่ค้าบอกว่า &#8220;เห็นกับมากกว่าข้าวแล้วไม่สบายใจ&#8221;</p>
<p>ขุนอรรถ</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/culturegap.wordpress.com/2284/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/culturegap.wordpress.com/2284/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/culturegap.wordpress.com/2284/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/culturegap.wordpress.com/2284/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/culturegap.wordpress.com/2284/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/culturegap.wordpress.com/2284/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/culturegap.wordpress.com/2284/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/culturegap.wordpress.com/2284/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/culturegap.wordpress.com/2284/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/culturegap.wordpress.com/2284/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/culturegap.wordpress.com/2284/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/culturegap.wordpress.com/2284/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/culturegap.wordpress.com/2284/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/culturegap.wordpress.com/2284/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&amp;blog=1264318&amp;post=2284&amp;subd=culturegap&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://culturegap.wordpress.com/2011/09/02/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">khun_aut</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>เข็ม*</title>
		<link>http://culturegap.wordpress.com/2011/08/07/2282/</link>
		<comments>http://culturegap.wordpress.com/2011/08/07/2282/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 07 Aug 2011 04:49:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>khun_aut</dc:creator>
				<category><![CDATA[life gap]]></category>
		<category><![CDATA[นาฬิกา]]></category>
		<category><![CDATA[เวลา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/?p=2282</guid>
		<description><![CDATA[10:56 น. นานแล้วไม่ได้ออกมาละเลียดกาแฟในร้านอย่างเช้านี้ นานแล้วเหมือนกันที่ไม่ได้เขียนอะไรเป็นเรื่องเป็นราว เช้านี้คันไม่คันมือเป็นพิเศษ เคยเป็นไหม เมื่อเวลาต้องทำอะไรสักอย่างที่ร้างราไปได้สักระยะ เหมือนกับเราต้องจุดพลังบางอย่างขึ้นมา ภาษาดีเซลเขาว่า “เผาหัว” ประมาณนั้น การเขียนหนังสืออยู่ในกฎของการทำซ้ำเหมือนกับหลายเรื่องในชีวิต ยิ่งทำบ่อยๆ เรายิ่งพบด้านคุณภาพของมัน เมื่อ “ปริมาณ” ยื่นกุญแจให้ “คุณภาพ” จึงจะผ่านเข้าประตูมาได้ &#8230; ด้วยเหตุนี้ ใครก็ตามที่รู้สึกว่ากำลังทำอะไรซ้ำๆ ย้ำๆ วนๆ อยู่กับเรื่องใดเรื่องหนึ่งบ่อยกว่านานกว่าเรื่องอื่นๆ เชื่อว่าไม่ช้าเราจะได้พบกับงานระดับคุณภาพได้ เรื่องที่ว่าครอบคลุมไปทั่ว ไม่ว่าจะเป็นพ่อครัว นักเขียน บาริสต้า นักกีฬา นายกฯ &#8230; จริงสิ จะว่าไป นานๆ กับ บ่อยๆ ไม่เหมือนกันเสียเลยทีเดียว เรื่องบางเรื่อง ของบางอย่าง หรือแม้แต่คนบางคน ทำให้เราต้องทบทวนว่า “นานๆ หรือบ่อยๆ ดี” – หยุดยิ้ม! รู้นะคิดอะไร ครับ, งานบางอย่าง-ทั้งบ่อยทั้งนานจึงจะสำเร็จผล เรื่องบางเรื่องนานๆ ดีกว่าบ่อยๆ คนบางคนบ่อยๆ ดีกว่านานๆ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&amp;blog=1264318&amp;post=2282&amp;subd=culturegap&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>10:56 น.</p>
<p>นานแล้วไม่ได้ออกมาละเลียดกาแฟในร้านอย่างเช้านี้<br />
นานแล้วเหมือนกันที่ไม่ได้เขียนอะไรเป็นเรื่องเป็นราว<br />
เช้านี้คันไม่คันมือเป็นพิเศษ</p>
<p>เคยเป็นไหม เมื่อเวลาต้องทำอะไรสักอย่างที่ร้างราไปได้สักระยะ<br />
เหมือนกับเราต้องจุดพลังบางอย่างขึ้นมา<br />
ภาษาดีเซลเขาว่า “เผาหัว” ประมาณนั้น</p>
<p>การเขียนหนังสืออยู่ในกฎของการทำซ้ำเหมือนกับหลายเรื่องในชีวิต<br />
ยิ่งทำบ่อยๆ เรายิ่งพบด้านคุณภาพของมัน</p>
<p>เมื่อ “ปริมาณ” ยื่นกุญแจให้ “คุณภาพ” จึงจะผ่านเข้าประตูมาได้ &#8230;  </p>
<p>ด้วยเหตุนี้ ใครก็ตามที่รู้สึกว่ากำลังทำอะไรซ้ำๆ<br />
ย้ำๆ วนๆ อยู่กับเรื่องใดเรื่องหนึ่งบ่อยกว่านานกว่าเรื่องอื่นๆ<br />
เชื่อว่าไม่ช้าเราจะได้พบกับงานระดับคุณภาพได้</p>
<p>เรื่องที่ว่าครอบคลุมไปทั่ว ไม่ว่าจะเป็นพ่อครัว นักเขียน บาริสต้า นักกีฬา นายกฯ<br />
&#8230; จริงสิ จะว่าไป นานๆ กับ บ่อยๆ ไม่เหมือนกันเสียเลยทีเดียว</p>
<p>เรื่องบางเรื่อง ของบางอย่าง หรือแม้แต่คนบางคน<br />
ทำให้เราต้องทบทวนว่า “นานๆ หรือบ่อยๆ ดี” – หยุดยิ้ม! รู้นะคิดอะไร</p>
<p>ครับ, งานบางอย่าง-ทั้งบ่อยทั้งนานจึงจะสำเร็จผล<br />
เรื่องบางเรื่องนานๆ ดีกว่าบ่อยๆ คนบางคนบ่อยๆ ดีกว่านานๆ<br />
บางคนต้องนานๆ ที อย่าบ่อย – โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน</p>
<p>แต่ไม่ว่าจะนานหรือบ่อย สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือเวลาที่เราใช้ไป<br />
อย่าลืมว่า เวลาเป็นสิ่งเดียวในโลกที่พระเจ้ากดปุ่มสตาร์ทแล้ว ใครก็หยุดมันไม่ได้</p>
<p>เรื่องบางเรื่อง ของบางอย่าง คนบางคน พอได้ก็ควรพอ<br />
วางได้ก็ควรวาง &#8230; ว่างได้ก็ควรว่าง</p>
<p>พูดถึงเวลาความหมายมักดูเป็นทางการเป็นเรื่องใหญ่<br />
แต่ถ้ากำลังนั่งมองสิ่งเล็กจิ๋วอย่างเข็มนาฬิกา ทุกวินาทีที่มันเคลื่อนไป</p>
<p>- ช่างสั่นสะเทือนไปถึงหัวใจใครหลายคน    </p>
<p>ขุนอรรถ</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/culturegap.wordpress.com/2282/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/culturegap.wordpress.com/2282/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/culturegap.wordpress.com/2282/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/culturegap.wordpress.com/2282/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/culturegap.wordpress.com/2282/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/culturegap.wordpress.com/2282/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/culturegap.wordpress.com/2282/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/culturegap.wordpress.com/2282/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/culturegap.wordpress.com/2282/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/culturegap.wordpress.com/2282/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/culturegap.wordpress.com/2282/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/culturegap.wordpress.com/2282/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/culturegap.wordpress.com/2282/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/culturegap.wordpress.com/2282/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&amp;blog=1264318&amp;post=2282&amp;subd=culturegap&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://culturegap.wordpress.com/2011/08/07/2282/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">khun_aut</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>
