<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>Let's talk about the Culture . . . . . Gap!</title>
	<atom:link href="http://culturegap.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://culturegap.wordpress.com</link>
	<description>สุขกันเทอเรา เศร้าปายทำไม @&#38;*%%$+j^w#%% ... ปายเปล่า!!!</description>
	<lastBuildDate>Fri, 20 Nov 2009 08:42:21 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<cloud domain='culturegap.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://www.gravatar.com/blavatar/bf89edb20cc99619667f71b83b8ee161?s=96&#038;d=http://s.wordpress.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>Let's talk about the Culture . . . . . Gap!</title>
		<link>http://culturegap.wordpress.com</link>
	</image>
			<item>
		<title>คอรัปชั่นนิสต์*</title>
		<link>http://culturegap.wordpress.com/2009/11/20/corruptionist/</link>
		<comments>http://culturegap.wordpress.com/2009/11/20/corruptionist/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 20 Nov 2009 08:41:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ขุนอรรถ</dc:creator>
				<category><![CDATA[politics gap]]></category>
		<category><![CDATA[อาเซียน]]></category>
		<category><![CDATA[เขมร]]></category>
		<category><![CDATA[corruptionist]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/?p=2047</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีครับ คุณฮุนเซน
กว่าคุณจะได้รับจดหมายฉบับนี้ เหตุการณ์ต่างๆ คงหาที่ทางลงได้แล้ว และคงเป็นตามคาด ที่จู่ๆ เรื่องก็จบลงได้เสียอย่างนั้น เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อวาน ซึ่งก็ดีครับ นานๆ ครั้ง เราทั้งสองประเทศก็ถือโอกาส “หยั่งกำลัง” กันบ้างพอเป็นพิธี
แต่ก็นั่นแหละ เวลาไหนเล่าจะเหมาะเท่ากับช่วงเวลานี้ เอาอย่างนี้ดีกว่า ผมจะอ่านหนังสือพิมพ์แบบย่อๆ ให้คุณฟัง แต่ก่อนอ่าน โปรดเข้าใจว่า ผมไม่ใช่คนคลั่งชาติ และ ก็ไม่ใช่พวกขายความลับ (Spy) อะไรอย่างนั้น ข่าวที่ผมจะเล่าให้คุณฟัง คุณเองก็สามารถนั่งดูจากห้องน้ำได้ไม่ยาก รายการข่าวบ้านผม “เล่นข่าว” ที่ว่านี้ ทุกชั่วโมง
ข่าวแรกเขาว่า กรณีไทยเขมรทะเลาะกันนั้น ปชป.เจ๋ง ทักษิณเจ๊ง ส่วนคนไทย – จึ๋ย!
ผมว่าคุณเดินเกมถูกแล้ว ที่ไม่ลงไปเล่นเกมการทูตกับ ปชป. เพราะพวกเขาถนัดคุยกับประชาคมโลก (อันหมายถึงมิตรแท้อย่างสหรัฐเป็นสำคัญ) มากกว่าคุยกับอาเซียน แถมมากกว่าคุยกับคนไทยด้วยซ้ำ &#8230; คุณกษิต คุณอภิสิทธิ์ ภาษาอังกฤษดีชะมัด ขนาดพูดไทยด้วยแกรมม่าแข็งแรงได้ก็แล้วกัน (ผมยอมให้คุณกรณ์คนเดียวเท่านั้น)
ทักษิณน่ะ อย่าไปพูดถึงเขาเลย นาทีนี้ไม่มีใครห้าวเกิน และทำอะไรก็ผิดไปหมดอย่างที่เขา “ทวิต” มานั่นแหละ ทั้งที่จงใจผิด [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&blog=1264318&post=2047&subd=culturegap&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>สวัสดีครับ คุณฮุนเซน</p>
<p>กว่าคุณจะได้รับจดหมายฉบับนี้ เหตุการณ์ต่างๆ คงหาที่ทางลงได้แล้ว และคงเป็นตามคาด ที่จู่ๆ เรื่องก็จบลงได้เสียอย่างนั้น เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อวาน ซึ่งก็ดีครับ นานๆ ครั้ง เราทั้งสองประเทศก็ถือโอกาส “หยั่งกำลัง” กันบ้างพอเป็นพิธี</p>
<p>แต่ก็นั่นแหละ เวลาไหนเล่าจะเหมาะเท่ากับช่วงเวลานี้ เอาอย่างนี้ดีกว่า ผมจะอ่านหนังสือพิมพ์แบบย่อๆ ให้คุณฟัง แต่ก่อนอ่าน โปรดเข้าใจว่า ผมไม่ใช่คนคลั่งชาติ และ ก็ไม่ใช่พวกขายความลับ (Spy) อะไรอย่างนั้น ข่าวที่ผมจะเล่าให้คุณฟัง คุณเองก็สามารถนั่งดูจากห้องน้ำได้ไม่ยาก รายการข่าวบ้านผม “เล่นข่าว” ที่ว่านี้ ทุกชั่วโมง</p>
<p>ข่าวแรกเขาว่า กรณีไทยเขมรทะเลาะกันนั้น ปชป.เจ๋ง ทักษิณเจ๊ง ส่วนคนไทย – จึ๋ย!</p>
<p>ผมว่าคุณเดินเกมถูกแล้ว ที่ไม่ลงไปเล่นเกมการทูตกับ ปชป. เพราะพวกเขาถนัดคุยกับประชาคมโลก (อันหมายถึงมิตรแท้อย่างสหรัฐเป็นสำคัญ) มากกว่าคุยกับอาเซียน แถมมากกว่าคุยกับคนไทยด้วยซ้ำ &#8230; คุณกษิต คุณอภิสิทธิ์ ภาษาอังกฤษดีชะมัด ขนาดพูดไทยด้วยแกรมม่าแข็งแรงได้ก็แล้วกัน (ผมยอมให้คุณกรณ์คนเดียวเท่านั้น)</p>
<p>ทักษิณน่ะ อย่าไปพูดถึงเขาเลย นาทีนี้ไม่มีใครห้าวเกิน และทำอะไรก็ผิดไปหมดอย่างที่เขา “ทวิต” มานั่นแหละ ทั้งที่จงใจผิด และ ผิดแบบไม่เจตนาให้ผิดขนาดนั้น!</p>
<p>ข่าวต่อมา เขาขยายความเรื่องคนไทยที่ว่าหนาวจนร้องจึ๋ยนั่นก็เพราะหลังพวกเราทะเลาะกัน เองจนเบื่อ ซ้ายทะเลาะขวา พิราบขัดขาเหยี่ยว เขียวแทงกั๊กกากี ตอนนี้ก็ศึกสีแดงกับสีเหลือง (โดยมีสีน้ำเงินรอตีกบาลคนแพ้) นี่ยังไม่รวมสภาล่ม 9 ครั้งในรอบ 10 เดือนอย่างที่คุณรู้นั่นแหละ</p>
<p>เชื่อไหม? เสร็จจากการฟาดปากกันเอง เราก็เปิดประตูออกไปราวีกับเขาถ้วนทั่ว รอบตัวมีแต่เพื่อนบ้านรอจังหวะขัดขา สิงคโปร์ มาเลย์ พม่า ลาว และตอนนี้ก็คือคิวของคุณ – เขมร</p>
<p>รัฐบาลเขาเล่นเกมกันก็ช่างปะไร แต่เขาจะรู้ไหม นักพนัน นักการตลาด และนักธุรกิจไทย เสียวสันหลังไปตามๆ กัน</p>
<p>คุณก็รู้ นักพนันบ้านผมยอมทำได้ทุกอย่างเพื่อเข้าบ่อน แบบเดียวกับคอเหล้าแบบไทยๆ เรา เขาทำได้ทุกอย่างเพื่อเมาหัวราน้ำ เราพูดว่า “เล่นการพนัน” ทั้งที่คนในบ่อนเกินครึ่ง “บ้าการพนัน” รักบ่อนกว่าบ้าน รักชาติกว่าบ่อนหรือเปล่าไม่แน่ใจ – นี่ไม่ใช่เรื่อง “เล่นๆ” เสียแล้ว</p>
<p>นักการตลาดในที่นี้ หมายถึง พ่อค้าแม่ขายในตลาดต่างหาก หากคุณหรือเราปิดชายแดน ใครจะตายก่อนใครหนอ เวลาคนของคุณยากจนเขาทำอย่างไรผมไม่ทราบ แต่คนของเราเท่าที่เห็น เมื่อยากจนจะ “จมไม่ลง” ครับ</p>
<p>คุณคงคิดว่าผม “เว่อร์” ถ้าอย่างนั้นลองดูบนท้องถนนก่อนก็ได้ เศรษฐกิจเจียนอยู่เจียนไป แต่คนของเราออกรถและถอยมือถือกันเป็นว่าเล่น ประชากร 60 ล้านคน เรามีมือถือ 50 ล้านหมายเลข และรถยนต์ใหม่ๆ ป้ายแดงล้นถนนออกมานอกเมือง (รอรถเมล์ก๊าซอีก 4,000 คัน!)</p>
<p>ส่วนนักธุรกิจไทย ลงทุนรวมหลายพันล้านในบ้านคุณ ตอนนี้นั่งจับกลุ่มปลอบใจตัวเองอยู่บนโต๊ะจีนตัวเดียวกัน คราวก่อนที่โดนเผาราบไปยังไม่ทันคืนทุน เมื่อวานโดนคุณยึดบริษัทเชือดลิงให้ไก่ดูอีก ทำเอานอนหลับไม่สนิทเชียวครับ</p>
<p>ข่าวต่อมาเขาว่า คุณสับสนเรื่องคดีการเมือง กับ คดี(อาญาของ)ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง &#8230; คุณหยุดหัวเราะได้แล้ว นักการทูตค่ายสหประชาชาติเขาคิดได้เท่านี้ ไม่รู้ว่าคิดถึงศักดิ์ศรีของทูต ของไทย หรือของใครกันแน่(วะ) ?</p>
<p>ผู้นำบ้านผมบอกตอบโต้ทางการทูตบนฐานระดับเดียวกับที่คุณลงมือก่อน ผมไม่รู้จะพูดยังไงดี นั่นอาจเป็นเพราะพวกเขาทำได้แค่นั้น บ้านเมืองแบ่งข้างละครึ่งกันซะขนาดนี้ นายกฯ ขอความร่วมมือให้คนไทยรักชาติคงได้พลังเพียงครึ่งตามสัดส่วน</p>
<p>คุณจำได้ไหม นายกชาติชาย ท่านเป็นเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า นักข่าวว่า นายกอภิสิทธิ์กำลังเปลี่ยนมันเป็นสนามมวย ผมว่า “ฮ่วย! นี่มันสนามเด็กเล่นชัดๆ”</p>
<p>ข่าวสุดท้าย เขายกข้อมูลเปรียบเทียบนายก 2-3 คนมาเปรียบเทียบกันเป็นหรรษา ทักษิณ กับ อภิสิทธิ์ ได้ข้อสรุปแบบตลกร้าย &#8230; คนหนึ่งเป็นผู้นำได้ อีกคนหนึ่งเป็นได้แค่ผู้บริหาร (ฮา)</p>
<p>อีกคู่หนึ่ง เขาเอา ทักษิณ เปรียบเทียบกับ ท่านปรีดี ลากประวัติศาสตร์นานหลายสิบปีออกมากาง ท่านหนึ่งมามืดไปสว่าง อีกท่านหนึ่งมาสว่างไปตอนมืดๆ (ฮา) ข่าวเขาว่าทั้งคู่มีอันเป็นไปเพราะมีกลุ่มคนจ้องทำลาย แปลกไหม ทั้งสองลงท้ายต้องแขวนนวมเพราะการปฏิวัติรัฐประหาร แบบต่างข้อหา</p>
<p>คนหนึ่งต้องถูกขับไล่เพราะสงสัยเป็นคอมมิวนิสต์ อีกคนหลุดจากเก้าอี้ไปเพราะฝักใฝ่คอรัปชั่นนิสต์ &#8230;</p>
<p>แล้วเจอกันเร็วๆ นี้ครับ</p>
<p>ขุนอรรถ </p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/culturegap.wordpress.com/2047/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/culturegap.wordpress.com/2047/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/culturegap.wordpress.com/2047/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/culturegap.wordpress.com/2047/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/culturegap.wordpress.com/2047/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/culturegap.wordpress.com/2047/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/culturegap.wordpress.com/2047/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/culturegap.wordpress.com/2047/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/culturegap.wordpress.com/2047/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/culturegap.wordpress.com/2047/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&blog=1264318&post=2047&subd=culturegap&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://culturegap.wordpress.com/2009/11/20/corruptionist/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">ขุนอรรถ</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ศัตรู*</title>
		<link>http://culturegap.wordpress.com/2009/11/20/public-enemies/</link>
		<comments>http://culturegap.wordpress.com/2009/11/20/public-enemies/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 20 Nov 2009 08:23:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ขุนอรรถ</dc:creator>
				<category><![CDATA[politics gap]]></category>
		<category><![CDATA[ศัตรูของรัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[Public Enemies]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/?p=2043</guid>
		<description><![CDATA[(เรื่องยาว ไม่ควรอ่านสั้น อ้อ &#8230; ถอดเสื้อแล้วมานั่งคุยกัน อากาศข้างนอกมันร้อน)
ท่าน ว. ขอรับ
ก่อนอื่นใด กระผมขอกราบมนัสการท่านด้วยใจธรรมดาๆ กล่าวคือ กราบท่านด้วยใจที่มีรักบ้าง โลภบ้าง มีโกรธ(พระ)และหลง(แสงสีเหลืองๆ แดงๆ)บ้าง ดังนั้น หากบทสนทนานี้จะแอบน้อยใจ แกม เข้าอกเข้าใจท่าน ก็หวังเพียงว่าท่านคงยกโทษให้ ขอเท่านั้นขอรับกระผม
ท่าน ว. เคยดูละครเรื่องตี๋ใหญ่ไหมขอรับ กระผมเพิ่งดูหนังเรื่อง “ศัตรูของรัฐ” (Public Enemies) จบไปเป็นรอบครึ่ง รอบแรกดูผ่านๆ ครับ-ไม่ประทับใจนัก ผะเอิ้น! คำพูดสุดท้ายของ ตี๋ใหญ่แห่งชิคาโก นาม จอห์น ดิลิงเจอะ (John Dillinger) แท้เทียว ผมจึงต้องกลับไปเริ่มต้นดูใหม่อย่างตั้งใจในรอบนี้
จอห์น ดิลิงเจอะ มีความเป็นมาอย่างไร เรียนอะไร พ่อแม่สั่งสอนหรือไม่ ในหนังไม่ได้ว่าไว้ครับท่าน (ผมว่า) เพราะผู้กำกับให้น้ำหนักตรงนี้อ่อนไป เขาจึงเป็นได้แค่ตี๋ใหญ่ หาใช่ฮีโร่อย่างที่ผู้กำกับคาดให้เป็น
“ผมปล้นเงินธนาคารไม่ได้มาเอาเงินคุณ” จอห์น ปล่อยมุขขณะปล้น
ไม่ว่าจะมีที่มาอย่างไร, ในปี 1933 ยุคเศรษฐกิจล้มคว่ำ จอห์น ดิลิงเจอะ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&blog=1264318&post=2043&subd=culturegap&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>(เรื่องยาว ไม่ควรอ่านสั้น อ้อ &#8230; ถอดเสื้อแล้วมานั่งคุยกัน อากาศข้างนอกมันร้อน)</p>
<p>ท่าน ว. ขอรับ</p>
<p>ก่อนอื่นใด กระผมขอกราบมนัสการท่านด้วยใจธรรมดาๆ กล่าวคือ กราบท่านด้วยใจที่มีรักบ้าง โลภบ้าง มีโกรธ(พระ)และหลง(แสงสีเหลืองๆ แดงๆ)บ้าง ดังนั้น หากบทสนทนานี้จะแอบน้อยใจ แกม เข้าอกเข้าใจท่าน ก็หวังเพียงว่าท่านคงยกโทษให้ ขอเท่านั้นขอรับกระผม</p>
<p>ท่าน ว. เคยดูละครเรื่องตี๋ใหญ่ไหมขอรับ กระผมเพิ่งดูหนังเรื่อง “ศัตรูของรัฐ” (Public Enemies) จบไปเป็นรอบครึ่ง รอบแรกดูผ่านๆ ครับ-ไม่ประทับใจนัก ผะเอิ้น! คำพูดสุดท้ายของ ตี๋ใหญ่แห่งชิคาโก นาม จอห์น ดิลิงเจอะ (John Dillinger) แท้เทียว ผมจึงต้องกลับไปเริ่มต้นดูใหม่อย่างตั้งใจในรอบนี้</p>
<p>จอห์น ดิลิงเจอะ มีความเป็นมาอย่างไร เรียนอะไร พ่อแม่สั่งสอนหรือไม่ ในหนังไม่ได้ว่าไว้ครับท่าน (ผมว่า) เพราะผู้กำกับให้น้ำหนักตรงนี้อ่อนไป เขาจึงเป็นได้แค่ตี๋ใหญ่ หาใช่ฮีโร่อย่างที่ผู้กำกับคาดให้เป็น</p>
<p>“ผมปล้นเงินธนาคารไม่ได้มาเอาเงินคุณ” จอห์น ปล่อยมุขขณะปล้น</p>
<p>ไม่ว่าจะมีที่มาอย่างไร, ในปี 1933 ยุคเศรษฐกิจล้มคว่ำ จอห์น ดิลิงเจอะ ตั้งหน้าตาปล้นธนาคารเป็นสนานท์ จนรัฐบาลมอบตำแหน่ง “ศัตรูของรัฐ” อย่างเป็นเรื่องเป็นราว ว่ากันว่า เพราะเขานี่เอง “เรา(สหรัฐฯ)จึงมี FBI” – ส่วนเรา(ไทย)จึงมี DSI ด้วยประการฉะนี้</p>
<p>ตลกเสียจริง จู่ๆ จอห์น ดิลิงเจอะ ก็โดนปล้นหัวใจ โดยสาวตาเศร้าอดีตนักเต้น บิลลี่ เฟรนเช่ (Billie Frechette) ช่างง่ายอะไรอย่างนั้น (ตรงนี้ก็อ่อนอีกเช่นกัน) สาวเจ้าก็ช่างใจดี เปิดประตูรักกันด้วยคำถาม “ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ”</p>
<p>“I was raised on a farm in Moooresville, Indiana. My mama ran out on us when I was three, my daddy beat the hell out of me cause he didn&#8217;t know no better way to raise me. I like baseball, movies, good clothes, fast cars, whiskey, and you &#8230; what else you need to know?” จอห์น ดิลิงเจอะ แนะนำตัวเรียบง่าย จนได้ใจหญิง!?</p>
<p>&#8230; แบบนี้อธิบายด้วยคำว่า “กรรมเก่า” ได้ไหมครับท่าน?</p>
<p>ระหว่างการไล่ล่าและติดตามได้แค่เงาของจอมโจรปล้นแบงค์, FBI จับ“เด็ก”ของเขาอย่างง่ายดาย (อ่อนอีกแล้วใช่ไหม?) บนถนนยามค่ำคืน ฉากตี๋ใหญ่ไปช่วยคนรักไม่ทัน ถึงกับหลั่งน้ำตา หนังทำให้แลดูเหมือนว่า เขารู้ตัวจะหายใจได้อีกไม่นาน &#8230; “จะดีกว่าหากจะจากโลกนี้ไปอย่างแมนๆ” เขาคิด</p>
<p>โป้ง!</p>
<p>“Bye-bye, black bird” (ลาก่อนแม่นกกระจิบของพี่!?!) นั่นเป็นคำพูดพร้อมลมหายใจสุดท้ายของ จอห์น ดิลิงเจอะ หลังโดน FBI เป่าทิ้งหน้าโรงหนัง โทษฐานเป็นศัตรูของรัฐ!</p>
<p>หรือเขาตั้งใจฝากคำ(สุดท้าย)ไว้ เสียดีกว่าจากไปอย่างไร้ชื่อ &#8230; และเสียง &#8211; ซาบ แต่ไม่ซึ้ง ผมสรุปของผมอย่างนั้น</p>
<p>&#8230;</p>
<p>ไหนๆ ก็ไหนๆ ผมขอแบ่งปันบทความ “อันตรายที่ไม่ได้มาจากศัตรู” เขียนโดย ท่านไพศาล วิสาโล (มติชน ฉบับเดือน พฤษภาคม 2552)</p>
<p>ท่านไพศาลกล่าวโยงไปถึงโรคไข้หวัด H1N1 กับการรักษา “ปอดของผู้ตายถูกทำลายก็เพราะการโจมตีของเม็ดเลือดขาวนานาชนิดที่ตื่นตกใจ เมื่อรู้ว่ามีไวรัสแปลกปลอมเข้ามา โปรตีนที่เกิดจากเม็ดเลือดขาวเหล่านี้รวมทั้งเอ็นไซม์นานาชนิดถูกระดมเพื่อ จัดการกับไวรัส</p>
<p>&#8230; แต่สิ่งที่ตามมาคือเส้นเลือดฝอยรวมทั้งเซลล์ในปอดถูกทำลายขนานใหญ่ ผลก็คือเลือดและของเหลวนานาชนิดท่วมปอด จนหายใจไม่ได้ นอกจากนั้นยังเกิดการอักเสบในปอดอย่างรุนแรง ราวกับว่าปอดถูกเผาข้างใน</p>
<p>&#8230; ทั้งหมดนี้เพื่อจุดหมายประการเดียวเท่านั้นคือทำลายไวรัสแปลกปลอมไม่ให้ เหลือ แต่การทำงานอย่างบ้าระห่ำและดุเดือดของภูมิคุ้มกัน ก็พลอยทำให้เจ้าของร่างตายตามไวรัสไปด้วย”</p>
<p>“จริง ๆ แล้วผู้คนไม่ได้ตายเพราะเชื้อไวรัสตัวนี้ แต่ตายเพราะภูมิคุ้มกันของตัวเอง” ท่านไพศาลสรุป</p>
<p>ท่านไพศาลยังเปรียบไว้เหมือนจับโจรผู้ร้ายด้วยการโยนระเบิดถล่มหมู่บ้าน! “ปัญหาหรือศัตรูนั้น บ่อยครั้งกลับน่ากลัวหรืออันตรายน้อยกว่าวิธีที่ใช้จัดการกับปัญหาหรือศัตรู เสียอีก เมื่อใดที่ขาดสติ ตื่นตระหนก หรือใช้ความรุนแรงเกินขอบเขตแล้ว<br />
การแก้ไขปัญหาหรือกำจัดศัตรูก็อาจสร้างปัญหาใหม่ ๆ ที่ร้ายแรงหรืออันตรายยิ่งกว่าศัตรูตัวนั้น”</p>
<p>“ &#8230; ในทางสังคมหรือการเมืองก็เช่นเดียวกัน การจัดการกับผู้ที่เป็น “ภัยสังคม” หรือ “ศัตรูของชาติ” บ่อยครั้งลงเอยด้วยการที่ทำให้สังคมหรือชาตินั้นมีอาการเพียบหนักกว่าเดิม เพราะวิธีการที่ใช้กำจัดภัยสังคมหรือศัตรูของชาตินั้น กลับมาทำร้ายสังคมหรือชาติของตนเสียเอง &#8230;”</p>
<p>ตรงนี้สำคัญ *** (ดอกจันสามดอก) “ &#8230; ความยึดติดถือมั่นในความเห็นของตนว่าถูกต้อง หรือสำคัญมั่นหมายว่าฉันอยู่เหนือกว่าไม่ว่าในทางศีลธรรม อำนาจ หรือความรู้ ฯลฯ คือสิ่งที่พุทธศาสนาเรียกว่า ทิฏฐิและมานะ ซึ่งมีความยึดติดถือมั่นในอัตตาเป็นรากเหง้า และดังนั้นจึงสามารถชักนำเราให้ทำสิ่งที่เลวร้ายในนามของเหตุผลอันสวยหรูได้ เสมอ &#8230; “</p>
<p>“ &#8230; วันนี้คนไทยทั้งประเทศกำลังเครียดและเต็มไปด้วยความโกรธเกลียด เพราะเห็นคนชั่วร้ายหรือศัตรูของชาติเต็มไปหมด คนเหล่านี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคนที่ใส่เสื้อคนละสีกับเรา ซึ่งอาจอยู่ในบ้าน ที่ทำงาน หรือตรอกเดียวกันด้วยซ้ำ ในเมื่อสำคัญมั่นหมายอย่างแน่นอนแล้วว่า “พวกเราถูก” “พวกมันผิด” ทุกคนก็พร้อมจะห้ำหั่นชนิดตาต่อตา ฟันต่อฟัน”</p>
<p>ท่านไพศาล แอบวงเล็บว่า “ &#8230; (แต่ไม่ลืมที่จะบอกว่าฉันเอา “ธรรมนำหน้า”) แต่เราลืมไปแล้วหรือว่า ศัตรูนั้นไม่น่ากลัวหรืออันตรายเท่ากับวิธีการที่เราใช้จัดการกับศัตรู หากใช้วิธีการที่โหด**มดุร้าย อย่างไร้สติหรือความอดกลั้น ผลร้ายก็อาจสะท้อนกลับมาทำร้ายเราเองตลอดจนสถาบันและประเทศชาติที่เรารัก”</p>
<p>“ &#8230; เราทุกคนล้วนมีความปรารถนาดีต่อชาติ พร้อมจะต่อสู้กับศัตรูที่หมายจ้องทำลายสถาบันและประเทศชาติของเรา แต่เราแน่ใจได้อย่างไรว่าเราจะไม่ทำตัวอย่างภูมิคุ้มกันที่พยายามกำจัดไข้ หวัดใหญ่อย่างตื่นตระหนกและบ้าระห่ำ จนทำให้เจ้าของร่างถึงแก่ความตาย &#8230; ”</p>
<p>ท่านไพศาลยกตัวอย่างกรณีพฤษภาฯ “ &#8230; เห็นปัญหาอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีสติในการจัดการกับปัญหาด้วย และหากจะจัดการกับศัตรู เราแน่ใจได้อย่างไรว่า ศัตรูที่แท้จริงนั้นได้ซุกซ่อนอยู่ในใจของเรานั่นเอง อันได้แก่ทิฏฐิมานะและความยึดติดในตัวตนจนหลงมั่นใจว่า “**ถูก” “มันผิด” &#8230; “</p>
<p>“ &#8230; ที่สำคัญก็คือ หากมั่นใจว่า “มัน”คือยักษ์มาร เรามีหลักประกันเพียงใดว่าขณะที่กำลังห้ำหั่นกับยักษ์มาร เราจะไม่กลายเป็นยักษ์มารเสียเอง รวมทั้งไม่ทำให้บ้านเมืองเสียหายยับเยินด้วยน้ำมือของเราเองด้วย เมื่อใดก็ตามที่เห็นคนอื่นเป็นตัวปัญหา อย่างแรกที่พึงทำก็คือ ระมัดระวังมิให้เรากลายเป็นตัวปัญหาไปกับเขาด้วย”</p>
<p>แลกเปลี่ยนกับท่านมาเสียยืดยาว จะถามท่านคำเดียวเท่านั้น “ท่านว่า จอห์น ดิลิงเจอะ ใส่เสื้อสีอะไร?”</p>
<p>กราบนมัสการ</p>
<p>ขุนอรรถ</p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/culturegap.wordpress.com/2043/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/culturegap.wordpress.com/2043/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/culturegap.wordpress.com/2043/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/culturegap.wordpress.com/2043/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/culturegap.wordpress.com/2043/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/culturegap.wordpress.com/2043/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/culturegap.wordpress.com/2043/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/culturegap.wordpress.com/2043/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/culturegap.wordpress.com/2043/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/culturegap.wordpress.com/2043/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&blog=1264318&post=2043&subd=culturegap&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://culturegap.wordpress.com/2009/11/20/public-enemies/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">ขุนอรรถ</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>แรงสั่นสะเทือนจากการอ่าน*</title>
		<link>http://culturegap.wordpress.com/2009/11/20/%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://culturegap.wordpress.com/2009/11/20/%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 20 Nov 2009 08:20:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ขุนอรรถ</dc:creator>
				<category><![CDATA[no gap]]></category>
		<category><![CDATA[คนทำหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[อ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[เสียงบ่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/2009/11/20/%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b9%88/</guid>
		<description><![CDATA[คุณวินทร์ &#8230;
ฟัง ”เสียงบ่นของคนทำหนังสือฯ” แล้ว ผมได้แต่ถอนใจ พลางบอกกับตัวเองเบาๆ ว่า นักเขียนเมืองไทยนี่ หากคิดจะหาเลี้ยงชีพตนและบริวารแล้วไซร้ ลำพังมีความอุตสาหะอย่างเดียวคงไม่ได้ &#8230; ต้องมีกรรมด้วย
แถมดูท่าจะเป็น “กรรมหนัก” เอาการทีเดียวเชียวนะคุณวินทร์ ผมนั่งสแกนกรรมที่ว่าอยู่พักใหญ่ ปักใจเชื่อว่าตัดกรรมกันอย่างไรคงต้องให้เวลาหลายชาติ เพราะผู้มีอำนาจในประเทศกำลังพัฒนารูปร่างคล้ายขวานแห่งนี้ มุ่งหน้าสร้างคะแนนเสียงกันจนหัวเป็นเกลียวตัวเป็นขน หามีท่านใดสนใจ “สร้างคน” – สร้างชาติ
ผมเห็นด้วยกับคุณวินทร์อย่างสุดลิ่มทิ่มประตูผีที่ว่า ระหว่างการสงวนพันธุ์หนังสือกระดาษกับขยายพันธุ์คนอ่าน เราสนใจหาทางเพิ่มอัตราเร่งเรื่องหลังกันได้ คงทันใจกว่า เทคโนโลยีผลิต “สิ่งเสมือน” ล้ำหน้าไปไกลขนาดที่ทำให้เรามี “อวัยวะเสมือน” ได้ &#8230; “กระดาษเสมือน” (Paper-like) คงไม่ต้องใช้เวลานานนัก
อาการป่วยทางปัญญาของประเทศเราตอนนี้ ทำให้ผมยอมเก็บอุดมการณ์ “อ่านเฉพาะหนังสือดี” ใส่ลิ้นชักไว้ก่อน กว่าจะตีความนิยามหนังสือดีอีกกี่ปีจะได้เริ่ม จึงยินดีมากหากจะเพิ่มปริมาณคนอ่านให้มากเข้าไว้ก่อนเป็นปฐม ใช่, ผมเน้นปริมาณแต่อยู่บนพื้นฐานความเชื่อที่ว่า “ปริมาณไม่มา คุณภาพไม่มี”
และหากคุณวินทร์แอบตั้งคำถามในใจว่า เมื่อคุณภาพมาแล้ว บรรดาหนังสือมีทู-**เอาด้วย จะยังลอยหน้าตาหน้าปกอยู่ตามแผงหรือไม่ คำตอบคือยังอยู่และจะมากขึ้นกว่าเดิมอีกต่างหาก และนี่ก็เป็นความเชื่อของผมอีกเรื่องหนึ่งเหมือนกัน เมื่อเราขยายฐานล่างได้ “ทฤษฎีรามิด” ก็จะทำงานของมันอย่างเป็นธรรมชาติ คนอ่านวรรณกรรม และคนอ่าน “หนังสือดี” ที่คุณวินทร์บอกมา [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&blog=1264318&post=2042&subd=culturegap&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>คุณวินทร์ &#8230;</p>
<p>ฟัง ”เสียงบ่นของคนทำหนังสือฯ” แล้ว ผมได้แต่ถอนใจ พลางบอกกับตัวเองเบาๆ ว่า นักเขียนเมืองไทยนี่ หากคิดจะหาเลี้ยงชีพตนและบริวารแล้วไซร้ ลำพังมีความอุตสาหะอย่างเดียวคงไม่ได้ &#8230; ต้องมีกรรมด้วย</p>
<p>แถมดูท่าจะเป็น “กรรมหนัก” เอาการทีเดียวเชียวนะคุณวินทร์ ผมนั่งสแกนกรรมที่ว่าอยู่พักใหญ่ ปักใจเชื่อว่าตัดกรรมกันอย่างไรคงต้องให้เวลาหลายชาติ เพราะผู้มีอำนาจในประเทศกำลังพัฒนารูปร่างคล้ายขวานแห่งนี้ มุ่งหน้าสร้างคะแนนเสียงกันจนหัวเป็นเกลียวตัวเป็นขน หามีท่านใดสนใจ “สร้างคน” – สร้างชาติ</p>
<p>ผมเห็นด้วยกับคุณวินทร์อย่างสุดลิ่มทิ่มประตูผีที่ว่า ระหว่างการสงวนพันธุ์หนังสือกระดาษกับขยายพันธุ์คนอ่าน เราสนใจหาทางเพิ่มอัตราเร่งเรื่องหลังกันได้ คงทันใจกว่า เทคโนโลยีผลิต “สิ่งเสมือน” ล้ำหน้าไปไกลขนาดที่ทำให้เรามี “อวัยวะเสมือน” ได้ &#8230; “กระดาษเสมือน” (Paper-like) คงไม่ต้องใช้เวลานานนัก</p>
<p>อาการป่วยทางปัญญาของประเทศเราตอนนี้ ทำให้ผมยอมเก็บอุดมการณ์ “อ่านเฉพาะหนังสือดี” ใส่ลิ้นชักไว้ก่อน กว่าจะตีความนิยามหนังสือดีอีกกี่ปีจะได้เริ่ม จึงยินดีมากหากจะเพิ่มปริมาณคนอ่านให้มากเข้าไว้ก่อนเป็นปฐม ใช่, ผมเน้นปริมาณแต่อยู่บนพื้นฐานความเชื่อที่ว่า “ปริมาณไม่มา คุณภาพไม่มี”</p>
<p>และหากคุณวินทร์แอบตั้งคำถามในใจว่า เมื่อคุณภาพมาแล้ว บรรดาหนังสือมีทู-**เอาด้วย จะยังลอยหน้าตาหน้าปกอยู่ตามแผงหรือไม่ คำตอบคือยังอยู่และจะมากขึ้นกว่าเดิมอีกต่างหาก และนี่ก็เป็นความเชื่อของผมอีกเรื่องหนึ่งเหมือนกัน เมื่อเราขยายฐานล่างได้ “ทฤษฎีรามิด” ก็จะทำงานของมันอย่างเป็นธรรมชาติ คนอ่านวรรณกรรม และคนอ่าน “หนังสือดี” ที่คุณวินทร์บอกมา (เชื่อว่า)จะทยอยปรากฏหน้าตาให้เราได้เห็น</p>
<p>คุณวินทร์ว่า “เราต้องสร้างนักอ่านให้รู้จักความหลากหลายตั้งแต่เด็ก” ไม่แน่ใจว่า มิติความหลากหลายของคุณวินทร์เป็นเช่นไร แต่สำหรับผมแล้ว ความหลากหลายน่าจะรวมถึงการอ่านหนังสือมีทู-**เอาด้วย และหนังสือที่ส่งเสริมให้เชื่ออย่างผิดๆ เข้าไปอย่างไม่ต้องสงสัย เรื่องของเรื่อง เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเรื่องอะไรดี หากไม่เคยผ่านเรื่องเลวร้ายมาก่อน คนอ่านนั่นแหละคือผู้พิพากษาชั้นดี หรือคุณวินทร์ว่าอย่างไร?</p>
<p>ผมเชื่อ(อีกแล้ว)ว่า จริงอยู่ สาเหตุการสูญพันธุ์ของคนอ่าน อาจมีส่วนจากปริมาณของสื่อทดแทนหนังสือ ปริมาณหนังสือในห้องสมุด หรือแม้กระทั่ง ปริมาณห้องสมุดในประเทศ แต่สาเหตุสำคัญกลับเป็นเรื่องปริมาณ “เวลา” ของคนในปัจจุบัน ซึ่งเปลี่ยนไปแล้วอย่างไม่มีวันหวนกลับ</p>
<p>เพื่อนสาวว่าที่คุณแม่ลูกแฝดสองคนหนึ่ง เหน็บแนมพยาบาลหน้าห้องตรวจ หลังโดนเร่งให้เลิกเม้าเสียที เพราะมีคนไข้อื่นนั่งรอเป็นแถว ทำนองว่า “เด็กสมัยนี้เกิดมาพร้อมนาฬิกาเสียบก้น” ผมได้แต่หัวร่อเบาๆ เกรงใจและหวังว่าพวกเขาคงจำเพื่อนเราคนนี้ไม่ได้ หากเข้ามารับการตรวจครรภ์อีกครั้ง</p>
<p>ฐานะคนอาบน้ำ(-อุ่นให้ลูก)มาก่อน ผมแอบยิ้มโดยไม่ได้บอกเพื่อนว่า หลังประเทศไทยได้ใบรับรองจากอเมริกา มอบตำแหน่ง “กำลังพัฒนา” นำหน้าชื่อ ตั้งแต่นั้นมา ชีวิตเราถูกผลักให้วิ่งไปข้างหน้าเปรียบไปคล้ายหมาวิ่งหลงขึ้นไปบนทางด่วน จะหวนกลับอย่างไร จะถึงทางลงเมื่อไหร่ &#8230; ทั้งหมดเป็นเรื่องของคน หมาไม่รู้!</p>
<p>ผู้ใหญ่ที่สั่งสอนเราว่า “เวลาเป็นเงินเป็นทอง” อาจไม่อยู่รับรู้แล้วก็ได้ว่า พวกเรานำคำนี้มาใช้กันอย่างผิดๆ ทุกวันนี้เรารีบตื่น รีบอาบน้ำ รีบเดินทาง รีบกินข้าว รีบเรียน รีบทำงาน รีบกลับบ้าน รีบพูดกับลูก รีบคิดงานวันพรุ่งนี้ รีบทำงานบ้านให้เสร็จเก็บบ้านให้เร็ว รีบนอน &#8230; รีบประสบความสำเร็จ</p>
<p>ผมโชคดีเกิดทันเห็นโรงเรียนสอนพิมพ์ดีดย่านพระโขนง ปัจจุบันกลายเป็นโรงเรียนสอนภาษาและคอมพิวเตอร์กันหมดแล้ว ครับ, เรามีเทคโนโลยีสารพัดช่วยประหยัดเวลา &#8230; แล้วไง? เราได้เวลาคืนมาวันละกี่มากน้อย</p>
<p>ตรงนี้เอง ผมเห็นว่าหากผู้บริหารประเทศระดมปัญญาจัดหา “เวลาอ่านหนังสือ” มอบให้ประชาชนทุกระดับ คล้ายว่าออกกฏกติกาให้โรงเรียนมีชั่วโมงอ่านหนังสือทุกวัน ให้แค่สองเกรด คือ อ่านได้เกรด 4 ไม่อ่านได้เกรดศูนย์ ส่วนคนทำงาน(รวมถึงครู)ให้มีชั่วโมงอ่านหนังสือทำนองเดียวกัน ทำอย่างนี้เฉพาะวันจันทร์พุธศุกร์</p>
<p>ผอ.โรงเรียนหรือเอ็มดีบริษัทไหนไม่ปฏิบัติตาม ให้ตัดขั้นลดซี ปรับอัตราภาษีเสียใหม่ หรืออะไรทำนองนี้กำหนดเป็นกรณีๆ ไป</p>
<p>สื่ออะไร? &#8230; แม้ยังไม่มีผลึกความคิดที่ชัดเจนในเวลานี้ แต่ผมมีแนวคิดทำนองว่า หากเป็นอ่านหนังสือกระดาษได้จะดีที่สุด แต่อย่างไรเสีย ควรเปิดโอกาสให้อ่านผ่านสื่ออิเลคทรอนิกส์ด้วย หากเป็นหนังสือสั่งกระทรวงฯ ทำงบประมาณให้โรงเรียนเบิกจ่าย หากอ่านผ่านอินเทอร์เนทให้รัฐบาลทำ “e-ห้องสมุด” จัดทำงบประมาณสำหรับนักเขียนตามราคาหน้าปก คำนวณไว้สัก 10,000 เล่ม หรืออะไรทำนองนี้</p>
<p>หนังสืออะไร? &#8230; เรื่องนี้ผมเสนอว่า บริหารจัดการแบบเดียวกับทีวีสาธารณะดีไหม สามารถดำเนินงานได้โดยไม่พึ่งค่าโฆษณาจากบริษัทขนาดใหญ่ มีคณะกรรมการหนังสือสาธารณะ มีเวที(สาธารณะ)ให้ประชาชนเสนอความคิดเห็น ฯลฯ เรื่องของเรื่อง งานแบบนี้จำเป็นอย่างยิ่งต้องมี “เจ้าภาพ” &#8230; คุณสมบัติของเจ้าภาพที่ว่าก็ไม่มีอะไรมาก แค่อดทนรอได้ แบบมีเป้าหมาย(ชั่วโมงอ่าน) และไม่สุกเอาเผากิน</p>
<p>เสียงบ่นที่ว่า &#8220;นักเขียนต้องดูแลตัวเอง &#8230; จะไปพึ่งหมาที่ไหนได้เล่า!&#8221; เห็นท่างานนี้ ชาติคงต้องการหมาสักตัว พี่วินทร์จะว่าอย่างไร?</p>
<p>ขุนอรรถ </p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/culturegap.wordpress.com/2042/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/culturegap.wordpress.com/2042/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/culturegap.wordpress.com/2042/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/culturegap.wordpress.com/2042/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/culturegap.wordpress.com/2042/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/culturegap.wordpress.com/2042/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/culturegap.wordpress.com/2042/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/culturegap.wordpress.com/2042/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/culturegap.wordpress.com/2042/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/culturegap.wordpress.com/2042/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&blog=1264318&post=2042&subd=culturegap&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://culturegap.wordpress.com/2009/11/20/%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">ขุนอรรถ</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>รักไม่เคยชิน*</title>
		<link>http://culturegap.wordpress.com/2009/10/11/kam_paka/</link>
		<comments>http://culturegap.wordpress.com/2009/10/11/kam_paka/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 11 Oct 2009 14:12:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ขุนอรรถ</dc:creator>
				<category><![CDATA[sex gap]]></category>
		<category><![CDATA[คำ ผกา]]></category>
		<category><![CDATA[นิยม]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้หญิง]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็กซ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/?p=2036</guid>
		<description><![CDATA[พี่ชาติครับ
หนังสือ 10 เล่มที่พี่ชาติซื้อมา จะมีสักกี่เล่มที่อ่านรวดเดียวจบ กี่เล่มอ่านได้สักพักแล้วว่าง(ไว้ก่อน) จะหยิบอ่านอีกครั้งเมื่อผ่านตา หรือมีเรื่องให้ต้องค้นคว้า หรือคว้าอะไรก็ต้องคว้าไว้ ก่อนเข้าห้องน้ำไม่ทัน
กรณีของผม อัตราส่วนเท่ากับ 3-6-1 ครับ โดยประมาณ
หนังสือของพี่ชาติ (ภิรมย์กุล) เคยเป็นหนังสือกลุ่มแรก ที่อ่านรวดเดียวจบ พี่ชาติเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับกาแฟ วัด หมา แม่ และเมีย ด้วยลีลาเขียนกวนบาทา ในแนวที่ผมอยากบอกว่า “หัวอกเดียวกัน” ครับพี่
“ผู้หญิงยิ่งกว่าแมว” ของพี่ชาติคราวนี้ ยังฮาอยู่เหมือนเดิมนั่นแหละครับ แต่ &#8230; แต่เที่ยวนี้ ผมอ่านไปได้ไม่กี่หน้า หนังสือราคาเกือบสองร้อยก็วางนิ่งบนหอคอยงาดำ(น้ำขิง)
เพราะจู่ๆ ผมก็อยากรู้เรื่องผู้หญิงแบบ Hard core – Hard core ขึ้นมาเสียอย่างนั้น เพื่อให้เข้าบรรยากาศ Hard sales เหมือนพรรค “แดงทั้งแผ่นดิน” บ้าง เรื่องก็มีเท่านี้น่ะครับพี่ชาติ โปรดอย่าว่ากัน
นาทีนี้ นักเขียนเพศหญิงคนใดเล่า จะ Hard core เท่า “คำ ผกา” คงไม่มี
“รักไม่เคยชิน” [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&blog=1264318&post=2036&subd=culturegap&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>พี่ชาติครับ</p>
<p>หนังสือ 10 เล่มที่พี่ชาติซื้อมา จะมีสักกี่เล่มที่อ่านรวดเดียวจบ กี่เล่มอ่านได้สักพักแล้วว่าง(ไว้ก่อน) จะหยิบอ่านอีกครั้งเมื่อผ่านตา หรือมีเรื่องให้ต้องค้นคว้า หรือคว้าอะไรก็ต้องคว้าไว้ ก่อนเข้าห้องน้ำไม่ทัน</p>
<p>กรณีของผม อัตราส่วนเท่ากับ 3-6-1 ครับ โดยประมาณ</p>
<p>หนังสือของพี่ชาติ (ภิรมย์กุล) เคยเป็นหนังสือกลุ่มแรก ที่อ่านรวดเดียวจบ พี่ชาติเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับกาแฟ วัด หมา แม่ และเมีย ด้วยลีลาเขียนกวนบาทา ในแนวที่ผมอยากบอกว่า “หัวอกเดียวกัน” ครับพี่</p>
<p>“ผู้หญิงยิ่งกว่าแมว” ของพี่ชาติคราวนี้ ยังฮาอยู่เหมือนเดิมนั่นแหละครับ แต่ &#8230; แต่เที่ยวนี้ ผมอ่านไปได้ไม่กี่หน้า หนังสือราคาเกือบสองร้อยก็วางนิ่งบนหอคอยงาดำ(น้ำขิง)</p>
<p>เพราะจู่ๆ ผมก็อยากรู้เรื่องผู้หญิงแบบ Hard core – Hard core ขึ้นมาเสียอย่างนั้น เพื่อให้เข้าบรรยากาศ Hard sales เหมือนพรรค “แดงทั้งแผ่นดิน” บ้าง เรื่องก็มีเท่านี้น่ะครับพี่ชาติ โปรดอย่าว่ากัน</p>
<p>นาทีนี้ นักเขียนเพศหญิงคนใดเล่า จะ Hard core เท่า “คำ ผกา” คงไม่มี</p>
<p>“รักไม่เคยชิน” สำนักพิมพ์ freeform ตอบโจทย์คาใจของผมได้อย่างชะงัก – สงัด ชะลอไม่อยู่เสียแล้ว</p>
<p>ก่อนจะไปพูดเรื่องงงเกี่ยวกับ “ตัวเธอ” ผมขอคารวะจากใจหนุ่มหน้าใสเมื่อ 20 ปีที่แล้ว กับงานเขียนเกี่ยวกับ “การเพศทางเลือก” ที่ดีที่สุดในโลก &#8230; ครับ โลกของผม</p>
<p>ใครเล่าจะกล้าพูด(เขียน)กันอย่างตรงไปตรงมา ว่าแท้จริงแล้ว “เราปฏิเสธไม่ได้ว่า มีผู้หญิงไม่น้อยอึดอัดกับการมีผัวเดียวเมียเดียว (เหมือนผู้ชายไม่น้อยอึดอัดกับเรื่องดังกล่าว – ผู้เขียน) และคงนานมาแล้ว มีผู้หญิงจำนวนหนึ่งมีผู้ชายอื่นๆ ที่ไม่ใช่สามีของตนอย่างลับๆ ทั้งที่ทำไปด้วยความรู้สึกผิดและไม่รู้สึกผิด”</p>
<p>ผ่าง ! นี่แหละที่อยากได้ยินจากปากผู้หญิง(บางคน)</p>
<p>นอกนั้นยังมีเรื่อง(งานเขียน)ถึง “เซ็กซ์กับเพื่อน” ที่ปรากฏข้อมูลว่า หนุ่มสาวฟิลิปปินส์เลือก “เสนอ” ออกเดทหรือมี “อะไร” ด้วย หากจะเลือกคบเป็นแฟน พวกเขาแอบแปลกใจทำไมคนไทยจึงบอกว่า เราส่วนใหญ่เลือกคบกันแบบเพื่อนก่อนพัฒนาไปสู่แฟน หรือกิ๊กก็เถอะ</p>
<p>(เขาว่า) มันออกจะเป็นการให้ความหวังกันเกินไปหน่อย หากวันหนึ่งฝ่ายใดจะหยุดความสัมพันธ์ฉันท์แฟนด้วยการบอกว่า “เราคบกันเป็นเพื่อนดีกว่า” – แล้วอย่างนั้น เพื่อนกับแฟนมันทำแทนกันได้ที่ไหน (เอากับเธอสิ!)</p>
<p>หรือจะเป็นเรื่องของเซ็กซ์ในวัยเรียน ที่ผู้ใหญ่ก่นด่าว่า “เลวอย่างนั้น ชั่วอย่างนี้” ทำกันเหมือนนาซีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยิว หรือฆ่าตัดตอนพ่อค้ายาเสพติด หรือแบบเดียวกับ “การติดตู้ถุงยางหน้าตึกเรียน” อะไรทำนองนั้น น่าจะเป็นเรื่องบ้า(อำนาจ)พอๆ กัน เอกสิทธิ์สำหรับคนเรียกว่าเองว่า “ผู้ใหญ่”</p>
<p>คำ ผกา ว่า “เซ็กซ์” ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย ถ้าผู้ใหญ่เข้าใจวัยเรียน และเพียรทำความเข้าใจกับวัยรุ่น น่าจะดีกว่ามุ่งประหัตประหารกัน การทำเช่นนี้ เรากำลังผลักพวกเขา(อาจไม่ทั้งหมด)เข้ามุมมืด ที่ๆ ผู้ใหญ่ไปไม่ถึง !</p>
<p>“ถ้าจะมีเซ็กซ์กับเขาทั้งทีก็พยายามคัดสรรมีกับคนดีๆ หน่อย ก็แล้วกัน ถ้าไม่เห็นแก่ใครก็เห็นแก่ จิ๋ม ของตัวเองนั่นแหละ” &#8211; คำ ผกา สอนน้อง</p>
<p>ผมจะปิดท้ายเรื่องนี้ด้วยคำโปรยด้านหน้าและด้านหลังของหนังสือ “รักไม่เคยชิน” &#8230; อย่าเอ่ยคำว่ารัก ถ้าคุณยังไม่เคยอ่านหนังสือเล่มนี้ &#8230; ผิดถูกดีเลวอย่างไร เห็นด้วยไม่เห็นด้วย ไม่ว่ากัน แต่ห้ามพลาด !</p>
<p>สวัสดีครับ พี่ชาติ</p>
<p>ขุนอรรถ </p>
<p><img src="http://culturegap.files.wordpress.com/2009/10/kampaka.jpg?w=319&#038;h=450" alt="kampaka" title="kampaka" width="319" height="450" class="alignnone size-full wp-image-2037" /></p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/culturegap.wordpress.com/2036/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/culturegap.wordpress.com/2036/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/culturegap.wordpress.com/2036/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/culturegap.wordpress.com/2036/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/culturegap.wordpress.com/2036/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/culturegap.wordpress.com/2036/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/culturegap.wordpress.com/2036/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/culturegap.wordpress.com/2036/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/culturegap.wordpress.com/2036/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/culturegap.wordpress.com/2036/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&blog=1264318&post=2036&subd=culturegap&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://culturegap.wordpress.com/2009/10/11/kam_paka/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>9</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">ขุนอรรถ</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://culturegap.files.wordpress.com/2009/10/kampaka.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">kampaka</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>District 9 – เราอยู่ร่วมกันไม่ได้*</title>
		<link>http://culturegap.wordpress.com/2009/10/07/district-9-2/</link>
		<comments>http://culturegap.wordpress.com/2009/10/07/district-9-2/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 07 Oct 2009 09:16:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ขุนอรรถ</dc:creator>
				<category><![CDATA[movie gap]]></category>
		<category><![CDATA[ชาติพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[ต่างดาว]]></category>
		<category><![CDATA[มนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[แบ่งแยก]]></category>
		<category><![CDATA[district 9]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/?p=2028</guid>
		<description><![CDATA[(ลองเขียนถึงเรื่องเดิมในแบบใหม่ ออกมาทำนองนี้) 
จำไม่ได้แล้วว่า ผมนั่งดูหนังมนุษย์ต่างดาวกี่เรื่องแล้ว
ที่จำได้แม่น กลับเป็นเรื่องที่ไม่ได้ดูจนจบ จบป่านนี้ &#8230; ET  
ว่าไปแล้ว หนังมนุษย์ต่างดาวก็เล่าวนเวียนอยู่ซ้ำๆ
&#8230; “เธอกับฉัน เราอยู่ร่วมกันได้ไหม”
“อยู่ด้วยกันดีๆ ไม่ได้ ไปเสียดีกว่า” หรือ 
“ไปไกลๆ ให้ห่างกัน คิดแล้วฉันยิ่งปวดใจ”
หรือ “เพื่อน ข้ารักเอ็งว่ะ!” อย่างที่เห็นใน ET ย่นเตี้ยนั่น  
ดูเหมือนมนุษย์พยายามจะแบ่งข้างระหว่างกันเสียเหลือเกิน 
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว นานมาก นานจริงๆ นะ – น๊านนาน
มนุษย์(กึ่งลิง)โบราณเคยแยกกันอยู่ด้วยสาเหตุน่าคิด 
กลุ่มหนึ่งกินผักหญ้า ผลไม้ อีกกลุ่มกินเนื้อสัตว์
กลุ่มแรกแยกตัวออกไปทำไร่นาปลูกผักพืช
อีกกลุ่มเริ่มเลี้ยงวัวแพะแกะไบซัน (เอาเป็นว่าสัตว์โบราณ) 
ต่อมา แม้มนุษย์กลุ่มสองอาจไม่รู้เห็นเป็นใจ &#8230;
แต่สัตว์ที่ตัวเลี้ยงไว้รุกล้ำเข้าไปกินผักหญ้าในทุ่งของกลุ่มแรก
เป็นเหตุแย่งชิงตบตี และฆ่ากัน – แยกตัวจากกันชัดขึ้น 
กลุ่มแรก ปลูกพืช จึงมีนิสัยไปทางลงหลักปักฐาน &#8230;
มากกว่าอีกกลุ่มซึ่งออกร่อนเร่เรื่อยไปในทุ่งกว้าง ทางไกล  
เลี้ยงสัตว์ไป ปลูกผักพืชไป จนได้สะสม “องค์รู้” สำคัญอันหนึ่ง
องค์รู้ที่ว่า(พวกเขา)หยิบยกออกมาในรูป ผีไฟ ผีบ้าน [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&blog=1264318&post=2028&subd=culturegap&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>(ลองเขียนถึงเรื่องเดิมในแบบใหม่ ออกมาทำนองนี้) </p>
<p>จำไม่ได้แล้วว่า ผมนั่งดูหนังมนุษย์ต่างดาวกี่เรื่องแล้ว<br />
ที่จำได้แม่น กลับเป็นเรื่องที่ไม่ได้ดูจนจบ จบป่านนี้ &#8230; ET  </p>
<p>ว่าไปแล้ว หนังมนุษย์ต่างดาวก็เล่าวนเวียนอยู่ซ้ำๆ<br />
&#8230; “เธอกับฉัน เราอยู่ร่วมกันได้ไหม”<br />
“อยู่ด้วยกันดีๆ ไม่ได้ ไปเสียดีกว่า” หรือ </p>
<p>“ไปไกลๆ ให้ห่างกัน คิดแล้วฉันยิ่งปวดใจ”<br />
หรือ “เพื่อน ข้ารักเอ็งว่ะ!” อย่างที่เห็นใน ET ย่นเตี้ยนั่น  </p>
<p>ดูเหมือนมนุษย์พยายามจะแบ่งข้างระหว่างกันเสียเหลือเกิน </p>
<p>กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว นานมาก นานจริงๆ นะ – น๊านนาน<br />
มนุษย์(กึ่งลิง)โบราณเคยแยกกันอยู่ด้วยสาเหตุน่าคิด </p>
<p>กลุ่มหนึ่งกินผักหญ้า ผลไม้ อีกกลุ่มกินเนื้อสัตว์<br />
กลุ่มแรกแยกตัวออกไปทำไร่นาปลูกผักพืช<br />
อีกกลุ่มเริ่มเลี้ยงวัวแพะแกะไบซัน (เอาเป็นว่าสัตว์โบราณ) </p>
<p>ต่อมา แม้มนุษย์กลุ่มสองอาจไม่รู้เห็นเป็นใจ &#8230;<br />
แต่สัตว์ที่ตัวเลี้ยงไว้รุกล้ำเข้าไปกินผักหญ้าในทุ่งของกลุ่มแรก<br />
เป็นเหตุแย่งชิงตบตี และฆ่ากัน – แยกตัวจากกันชัดขึ้น </p>
<p>กลุ่มแรก ปลูกพืช จึงมีนิสัยไปทางลงหลักปักฐาน &#8230;<br />
มากกว่าอีกกลุ่มซึ่งออกร่อนเร่เรื่อยไปในทุ่งกว้าง ทางไกล  </p>
<p>เลี้ยงสัตว์ไป ปลูกผักพืชไป จนได้สะสม “องค์รู้” สำคัญอันหนึ่ง<br />
องค์รู้ที่ว่า(พวกเขา)หยิบยกออกมาในรูป ผีไฟ ผีบ้าน ปีศาจสายฟ้า เทพเจ้างู ฯลฯ<br />
สิ่งใดเป็นคุณ หรือแม้เป็นโทษ เรานำมาสักการบูชา<br />
ให้เอื้ออาทรต่อการทำมาหาเลี้ยงพืชเลี้ยงสัตว์ของแต่ละฝ่าย  </p>
<p>ต่อมา หมอผี โหรา นั่งลงหลับตา บอกคนในเผ่าทำนองว่า &#8230;<br />
เทพเจ้าของกลุ่มหนึ่ง ไม่พอใจ ใคร่ทะเลาะวิวาทกับอีกกลุ่ม<br />
เทพ(เจ้า)อาจทะเลาะกันจริง หรือ หมายทรัพยากรของอีกฝ่ายไม่แน่ </p>
<p>เรื่อง(เทพเจ้าทะเลาะกัน)ทำนองนี้ ยิ่งทำให้คนแตกแยกหนักหนา<br />
ฆ่ากันตาย สนองความเชื่อโหดร้าย – นานหลายร้อยหลายพันปี </p>
<p>และแล้ว มีมนุษย์กลุ่มหนึ่งพยายามพิสูจน์ที่มาที่ไปของเทพ(เจ้า)<br />
ว่าแท้จริงแล้ว กองไฟนั่น เกิดจากการรวมตัวของธาตุต่างชนิด<br />
หาได้เกิดจาก ปลายไม้ขีดไฟของเทพองค์ใด ไม่    </p>
<p>เมฆฝนหาได้มาจากการเชิดแมวดำ &#8211; โย้วๆ<br />
หรือ จำต้องส่งกระสวยพวยพุ่งไปขอฝนจากเทพก่อน ก็หาไม่<br />
หรือ &#8230; อะไรทำนองนั้น </p>
<p>การทะเลาะแตกแยกกัน ขยายวงเป็นสองกลุ่มใหม่<br />
กลุ่มหนึ่งใช้(องค์)ความรู้วิทยาการใหม่ๆ เพื่ออธิบายปรากฏการณ์<br />
อีกกลุ่มยอมไม่ได้ ล่วงละเมิด ดูแคลนเทพเจ้าของฉัน – ยอมไม่ได้ </p>
<p>เทพถูกยืมตัวจากท้องฟ้ามารับใช้บ้านเมืองอีกครั้ง </p>
<p>พอจะจำได้ไหม สมัยหนึ่ง ครูอาจถูกจับส่งตัวไปประหารได้<br />
เมื่อสั่งสอนลูกศิษย์ให้เข้าใจว่า “เทพเจ้าไม่ได้สร้างโลก”  </p>
<p>ทุกวันนี้ ผู้สถาปนาอารยะธรรมสองสามกลุ่มบนโลก ยังต่อสู้กัน<br />
ระบบนั่น ระบอบนี่ ก็คงมุ่งทำลายร้ายอีกฝ่ายตามความเชื่อของตน  </p>
<p>ไม่เพียง ความเชื่อหนึ่งต่อสู้กับอีกความเชื่อ<br />
ความเชื่อหลากหลาย ยังข้ามไปต่อสู้กับวิทยาการอีกค่าย อีกสถาบัน<br />
แถมวิทยาการแบบหนึ่ง ก็ยังคงต่อสู้กับวิทยาการแบบหนึ่ง อีกต่อไป  </p>
<p>ขวาสู้ซ้าย ซ้ายสู้ซ้าย ขวาสู้ขวา &#8230; คล้ายกัน </p>
<p>จะแปลกอะไร มนุษย์หยุดความสนใจในต้นกำเนิด(ของเรา)นานแล้ว<br />
ครั้งต่างฝ่ายเคยมีหาง เคยนั่งคุยกันบนกิ่งไม้ เคยกิน(สาร)อาหารกองเดียวกัน<br />
นิสัยอยู่กิน เชื้อพันธุ์ สีผิว &#8230; สีเสื้อ แบ่งมนุษย์ออกจากกันเป็นค่าย </p>
<p>&#8230; ต่างฝ่ายต่างเป็น “มนุษย์ต่างดาว” </p>
<p>ขุนอรรถ   </p>
<p>ประชาไท เขียนถึง District 9 หนังมนุษย์ต่างดาวจาก ผกก. แอฟริกาใต้ ว่าด้วยการเหยียดชาติพันธุ์ http://www.prachatai.com/journal/2009/08/25444 </p>
<p><img src="http://culturegap.files.wordpress.com/2009/10/district9_001_0.jpg?w=350&#038;h=518" alt="District9_001_0" title="District9_001_0" width="350" height="518" class="alignnone size-full wp-image-2029" /></p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/culturegap.wordpress.com/2028/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/culturegap.wordpress.com/2028/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/culturegap.wordpress.com/2028/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/culturegap.wordpress.com/2028/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/culturegap.wordpress.com/2028/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/culturegap.wordpress.com/2028/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/culturegap.wordpress.com/2028/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/culturegap.wordpress.com/2028/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/culturegap.wordpress.com/2028/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/culturegap.wordpress.com/2028/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&blog=1264318&post=2028&subd=culturegap&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://culturegap.wordpress.com/2009/10/07/district-9-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">ขุนอรรถ</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://culturegap.files.wordpress.com/2009/10/district9_001_0.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">District9_001_0</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>&#8230; ยูเอฟโอ มีจริงหรือไม่?</title>
		<link>http://culturegap.wordpress.com/2009/10/03/district-9/</link>
		<comments>http://culturegap.wordpress.com/2009/10/03/district-9/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 03 Oct 2009 02:53:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ขุนอรรถ</dc:creator>
				<category><![CDATA[movie gap]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>
		<category><![CDATA[ผี]]></category>
		<category><![CDATA[สลัมต่างดาว]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อนทุกข์]]></category>
		<category><![CDATA[district 9]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/2009/10/03/2022/</guid>
		<description><![CDATA[District 9 เป็นหนังมนุษย์ต่างดาวอีกเรื่องหนึ่งในรอบไม่รู้กี่ปีกี่เดือน 
เบื่อ? &#8230; เปล่า แต่หนังที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับ มนุษย์ต่างดาว รวมถึงหนังผี (ไม่นับรวมหนัง SciFi อย่าง Starwars หรืออะไรทำนองนั้น) มีมากมายหลายร้อยเรื่อง หรืออาจจะเกินพันแล้วก็เป็นได้  
เนื้อหาก็วนเวียนอยู่กับเรื่องทำนอง &#8230; “เธอกับฉัน เราอยู่ร่วมกันได้ไหม” “อยู่ด้วยกันดีๆ ไม่ได้ ไปเสียดีกว่า” &#8230; “ไปไกลๆ ให้ห่างกัน” “ถ้าเธอมา ฉันจะไป” หรือ “เพื่อน ข้ารักเอ็งว่ะ!” อย่างที่เคยเห็นตอน ET เข้าฉาย ฯลฯ 
จะว่าไป วัตถุบินได้ลึกลับ หรือ UFO (Unidentified Flying Object) เป็นปรากฏการณ์ที่มักมีคนสอง(หรืออาจจะสาม)กลุ่มพยายามหักล้างกันเสมอ 
อ. ชัยวัฒน์ คุประตกุล ตอบเมื่อได้รับคำถามว่า ยูเอฟโอมีจริงหรือไม่?
“คำตอบคือ มีจริง! เพราะอย่างน้อย มีหลายประเทศทั่วโลก มีการเก็บรายงานและการศึกษาเกี่ยวกับยูเอฟโอ อย่างเป็นทางการหลายประเทศ เช่น [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&blog=1264318&post=2022&subd=culturegap&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>District 9 เป็นหนังมนุษย์ต่างดาวอีกเรื่องหนึ่งในรอบไม่รู้กี่ปีกี่เดือน </p>
<p>เบื่อ? &#8230; เปล่า แต่หนังที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับ มนุษย์ต่างดาว รวมถึงหนังผี (ไม่นับรวมหนัง SciFi อย่าง Starwars หรืออะไรทำนองนั้น) มีมากมายหลายร้อยเรื่อง หรืออาจจะเกินพันแล้วก็เป็นได้  </p>
<p>เนื้อหาก็วนเวียนอยู่กับเรื่องทำนอง &#8230; “เธอกับฉัน เราอยู่ร่วมกันได้ไหม” “อยู่ด้วยกันดีๆ ไม่ได้ ไปเสียดีกว่า” &#8230; “ไปไกลๆ ให้ห่างกัน” “ถ้าเธอมา ฉันจะไป” หรือ “เพื่อน ข้ารักเอ็งว่ะ!” อย่างที่เคยเห็นตอน ET เข้าฉาย ฯลฯ </p>
<p>จะว่าไป วัตถุบินได้ลึกลับ หรือ UFO (Unidentified Flying Object) เป็นปรากฏการณ์ที่มักมีคนสอง(หรืออาจจะสาม)กลุ่มพยายามหักล้างกันเสมอ </p>
<p>อ. ชัยวัฒน์ คุประตกุล ตอบเมื่อได้รับคำถามว่า ยูเอฟโอมีจริงหรือไม่?</p>
<p>“คำตอบคือ มีจริง! เพราะอย่างน้อย มีหลายประเทศทั่วโลก มีการเก็บรายงานและการศึกษาเกี่ยวกับยูเอฟโอ อย่างเป็นทางการหลายประเทศ เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส แคนาดา ฯลฯ ส่วนสหรัฐอเมริกา &#8230; </p>
<p>สำหรับประเทศไทย ไม่มีหน่วยงานอย่างเป็นทางการ แต่มีกลุ่มหรือชมรมเกี่ยวกับยูเอฟโอหลายกลุ่ม ทั้งที่เคยมีมาก่อนแล้วก็เลิกหายไป และที่เกิดใหม่กำลังสนใจเรื่องยูเอฟโอ (กับเรื่องมนุษย์ต่างดาว) อย่างจริงจัง </p>
<p>แล้วมนุษย์ต่างดาวล่ะ? &#8230; (อ. ชัยวัฒน์ ตอบว่า) ถึงแม้บทสรุปสำหรับวงการวิทยาศาสตร์โดยทั่วไปในปัจจุบันจะไม่ปฏิเสธเรื่องความเป็นไปได้ของการมีสิ่งมีชีวิตทรงปัญญา หรือมนุษย์ต่างดาว ร่วมจักรวาลกับมนุษย์โลก แต่ถึงขณะนี้ ยังไม่มีรายงานที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า &#8230; มีมนุษย์ต่างดาวเดินทางมาถึงโลกเราแล้ว !!  </p>
<p>อ่านต่อที่นี่ &#8230; <a href="http://topicstock.pantip.com/wahkor/topicstock/2009/05/X7816184/X7816184.html">ยูเอฟโอกับมนุษย์ต่างดาว โดย ชัยวัฒน์ คุประตกุล</a> </p>
<p>ต่อคำถามที่ว่า เหตุใด มนุษย์ต่างดาวในหนัง(หรือใน clip) จึงมีรูปร่างคล้ายคน อ. ชัยวัฒน์ ตอบทำนองว่า “เพื่อให้คนดูเข้าถึงง่ายหน่อย” จริงสิ เคยได้ยินไหม “ไวรัส อาจเป็นมนุษย์ต่างดาวก็ได้” – น่าคิด </p>
<p>เรื่องราวสนุกยิ่งขึ้น เมื่อ ดร.นพ.เทพพนม เมืองแมน นายกสมาคมค้นคว้าทางจิตแห่งประเทศไทย เคยติดต่อพูดคุยกับมนุษย์ต่างดาวมาแล้วถึงสองดาว &#8230; สองคน &#8230; สองตัว &#8230; สองหน่วย (แล้วกัน) </p>
<p>มนุษย์ต่างดาวจากดาวอังคาร ชื่อ พาราซิทัล และ จากดาวศุกร์ ชื่อ เอ็ดดี้ และ นี่คือบทสัมภาษณ์มนุษย์ต่างดาว !! </p>
<p>ถาม : (หมอเทพนมฯ) ทำไมท่านจึงมาติดต่อกับผม เพราะบังเอิญหรือเพราะอะไร?<br />
ตอบ : การมาติดต่อกับท่าน ไม่ใช่เพราะเหตุบังเอิญ พวกเราติดต่อกับสายพันธุ์เดียวกันเท่านั้นหรือจะเรียกตามภาษามนุษย์ว่า มีกรรมพัวพันกันก็ได้ มนุษย์ต่างดาวจะมาที่โลกนี้ใน 3 รูปแบบ คือ 1) มาในรูปมนุษย์ต่างดาว อย่างพวกเราขณะนี้ 2) มาในแบบถูกส่งมาจุติให้เป็นมนุษย์ ท่านได้ถูกส่งลงมายังโลกนี้ห้าพันกว่าปีแล้ว มีหน้าที่ประสานงานระหว่างมนุษย์กับต่างดาว 3) วิญญาณของมนุษย์ต่างดาวเข้าสิงอยู่ในตัวมนุษย์ !!! </p>
<p>อ่านต่อได้ที่นี่ &#8230; <a href="http://board.palungjit.com/f2/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A7-%E0%B8%A8-%E0%B8%94%E0%B8%A3-%E0%B8%99%E0%B8%9E-%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%99%E0%B8%A1-%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%99-160175.html">บทสัมภาษณ์มนุษย์ต่างดาว&#8230;ศ.ดร.นพ.เทพนม เมืองแมน </a></p>
<p>และยังมีข้อมูลอีกแหล่งหนึ่งที่น่าสนใจ (ถ้าสนใจ) <a href="http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X8335962/X8335962.html">โอกาสพบมนุษย์ต่างดาว</a> พูดถึงเรื่องการสื่อสารข้ามอารยะธรรม โดยสรุปเห็นว่า ที่มนุษย์และมนุษย์ต่างดาวยังสื่อสารกันไม่ได้นั้น อาจเป็นเพราะอารยะธรรมแตกต่างกันมาก ก็เป็นได้ (พูดกันไม่รู้เรื่อง)   </p>
<p>ดู District 9 จบ ได้ข้อสรุปกลับมาคิดอีก 2-3 เรื่อง </p>
<p>1. ถ้ามนุษย์ต่างดาวมีจริง เราน่าจะเรียกพวกเขาเสียใหม่ว่า “เพื่อนทุกข์ต่างดาว” เราอาจไม่ได้กำลังกลัวพวกเขา พวกเขาอาจกำลังกลัวพวกเราบุก! </p>
<p>2. เพื่อนทุกข์ต่างดาว หรือ ผี (รวมถึงความตาย โลกหน้า ชาติหน้า) ยังคงเป็นเรื่องลึกลับต่อไป เป็นความไม่รู้ เป็นความกลัวของมนุษย์ สำคัญอยู่ที่ “การวางท่าที” ของเราต่อเรื่องนั้นๆ    </p>
<p>3. ความรักเหมือนผี ใครๆ ก็บอกว่ามี แต่ไม่เคยเห็นมัน ! (จริงไหมคุณ?) </p>
<p>ขุนอรรถ </p>
<p>ปล. ลองหา District 9 มาดูสิ คุณเคยดูหนังที่มี Turning point(s) ทั้งเรื่องไหม ???<br />
อ่านบทวิจารณ์ <a href="http://www.winbookclub.com/viewanswer.php?qid=18361#29thejui">District 9 สลัมต่างดาว</a> ใน ก้าว&#8230;รอ&#8230;ก้าว (ปีสอง) -ก้าวฯที่๔๐.- </p>
<p><img src="http://culturegap.files.wordpress.com/2009/10/district9hero_806x453.jpg?w=806&#038;h=453" alt="district9hero_806x453" title="district9hero_806x453" width="806" height="453" class="alignnone size-full wp-image-2021" /></p>
<p><span style="text-align:center; display: block;"><a href="http://culturegap.wordpress.com/2009/10/03/district-9/"><img src="http://img.youtube.com/vi/nSmZjc8AIgE/2.jpg" alt="" /></a></span> </p>
<p><span style="text-align:center; display: block;"><a href="http://culturegap.wordpress.com/2009/10/03/district-9/"><img src="http://img.youtube.com/vi/-YNDVJrjxLg/2.jpg" alt="" /></a></span> </p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/culturegap.wordpress.com/2022/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/culturegap.wordpress.com/2022/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/culturegap.wordpress.com/2022/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/culturegap.wordpress.com/2022/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/culturegap.wordpress.com/2022/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/culturegap.wordpress.com/2022/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/culturegap.wordpress.com/2022/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/culturegap.wordpress.com/2022/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/culturegap.wordpress.com/2022/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/culturegap.wordpress.com/2022/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&blog=1264318&post=2022&subd=culturegap&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://culturegap.wordpress.com/2009/10/03/district-9/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">ขุนอรรถ</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://culturegap.files.wordpress.com/2009/10/district9hero_806x453.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">district9hero_806x453</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://img.youtube.com/vi/nSmZjc8AIgE/2.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://img.youtube.com/vi/-YNDVJrjxLg/2.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>State of Play : รัก &#124; ฆ่า &#124; สื่อ</title>
		<link>http://culturegap.wordpress.com/2009/09/26/state-of-play/</link>
		<comments>http://culturegap.wordpress.com/2009/09/26/state-of-play/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 25 Sep 2009 17:24:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ขุนอรรถ</dc:creator>
				<category><![CDATA[movie gap]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวขาย]]></category>
		<category><![CDATA[รักสามเส้า]]></category>
		<category><![CDATA[state of play]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/?p=2015</guid>
		<description><![CDATA[“ชั่วโมงละสองหมื่น(เหรียญ)นะคุณ อย่าลืม!” 
ผู้จัดการฝ่ายผลิตค้านเสียงแข็ง ทันทีที่บรรณาธิการบริหารสั่งทุกคนให้หยุดรอ “ประเด็นเด็ด” จากนักข่าวมือดีประจำหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ มาวางเป็นไฮไลท์บน “ข่าวหน้าหนึ่ง” ขณะเวลาล่วงเลยเที่ยงคืนไปไม่มาก   
ในขณะที่ทุกอย่างในโรงพิมพ์หยุดนิ่ง, เมืองมืดๆ นอกสำนักงาน, นักข่าวสองคน คนหนึ่งอยู่ในสายโรงพิมพ์ อีกคนเป็นนักข่าวสาวรุ่นใหม่สาย Weblog สังกัดหนังสือพิมพ์เดียวกัน กำลังแยกย้ายกันออกไปเก็บรายละเอียดบางอย่าง &#8230;  
หนังเรื่อง State Of Play เปิดม่านออกมาโดยใช้ฉากอาชญากรรมและฆาตกรรมนำร่อง ตามด้วยการตายของหัวหน้าทีมวิจัยในคณะกรรมาธิการซึ่งกำลังตรวจสอบความไม่ชอบมาพากลขององค์กรใหญ่ระดับบิลเลี่ยน ที่ได้รับสัมปทานรัฐในกิจการบางอย่างเกี่ยวกับกองกำลังทหาร !  
จะว่าแปลกก็คงไม่ใช่ เดี๋ยวนี้อะไรๆ รัฐบาลก็ “เอ้าท์ซ้อส” (ว่าจ้างบริษัทเอกชน)ได้โดยไม่ต้องทำเองเสียทั้งหมด ตั้งแต่ยามรักษาความปลอดภัย ไล่เรื่อยไปจนถึงกองกำลังพิเศษที่ใช้เสริมภารกิจนอกประเทศ อย่างที่เห็นในหนังเรื่องนี้ 
หนังเพิ่มความซับซ้อนเข้าไปอีกชั้นหนึ่ง โดยผูกให้นักการเมืองหน้าใหม่ไฟแรงขวัญใจประชาชน ไปมี &#8220;อะไร&#8221; กับหัวหน้าทีมวิจัยในคณะกรรมาธิการที่ว่าเมื่อกี้ ยังไม่พอ หนังยัง(ทะลึ่ง)ผูกให้มีนักข่าวเป็นเพื่อนซี้กัน และดันมี “อะไร” กับภรรยาสาวใหญ่ของนักการเมืองที่ว่า กลายเป็นรักสามเส้าเข้าไปอีก – เริ่มปวดหัว 
แต่ผมชอบนะ ถ้าใครพอจะจำ Love [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&blog=1264318&post=2015&subd=culturegap&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>“ชั่วโมงละสองหมื่น(เหรียญ)นะคุณ อย่าลืม!” </p>
<p>ผู้จัดการฝ่ายผลิตค้านเสียงแข็ง ทันทีที่บรรณาธิการบริหารสั่งทุกคนให้หยุดรอ “ประเด็นเด็ด” จากนักข่าวมือดีประจำหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ มาวางเป็นไฮไลท์บน “ข่าวหน้าหนึ่ง” ขณะเวลาล่วงเลยเที่ยงคืนไปไม่มาก   </p>
<p>ในขณะที่ทุกอย่างในโรงพิมพ์หยุดนิ่ง, เมืองมืดๆ นอกสำนักงาน, นักข่าวสองคน คนหนึ่งอยู่ในสายโรงพิมพ์ อีกคนเป็นนักข่าวสาวรุ่นใหม่สาย Weblog สังกัดหนังสือพิมพ์เดียวกัน กำลังแยกย้ายกันออกไปเก็บรายละเอียดบางอย่าง &#8230;  </p>
<p>หนังเรื่อง State Of Play เปิดม่านออกมาโดยใช้ฉากอาชญากรรมและฆาตกรรมนำร่อง ตามด้วยการตายของหัวหน้าทีมวิจัยในคณะกรรมาธิการซึ่งกำลังตรวจสอบความไม่ชอบมาพากลขององค์กรใหญ่ระดับบิลเลี่ยน ที่ได้รับสัมปทานรัฐในกิจการบางอย่างเกี่ยวกับกองกำลังทหาร !  </p>
<p>จะว่าแปลกก็คงไม่ใช่ เดี๋ยวนี้อะไรๆ รัฐบาลก็ “เอ้าท์ซ้อส” (ว่าจ้างบริษัทเอกชน)ได้โดยไม่ต้องทำเองเสียทั้งหมด ตั้งแต่ยามรักษาความปลอดภัย ไล่เรื่อยไปจนถึงกองกำลังพิเศษที่ใช้เสริมภารกิจนอกประเทศ อย่างที่เห็นในหนังเรื่องนี้ </p>
<p>หนังเพิ่มความซับซ้อนเข้าไปอีกชั้นหนึ่ง โดยผูกให้นักการเมืองหน้าใหม่ไฟแรงขวัญใจประชาชน ไปมี &#8220;อะไร&#8221; กับหัวหน้าทีมวิจัยในคณะกรรมาธิการที่ว่าเมื่อกี้ ยังไม่พอ หนังยัง(ทะลึ่ง)ผูกให้มีนักข่าวเป็นเพื่อนซี้กัน และดันมี “อะไร” กับภรรยาสาวใหญ่ของนักการเมืองที่ว่า กลายเป็นรักสามเส้าเข้าไปอีก – เริ่มปวดหัว </p>
<p>แต่ผมชอบนะ ถ้าใครพอจะจำ Love Actually ได้ จากความรักในรูปแบบแตกต่างหลากหลาย วิ่งวุ่นไปวนมาพักใหญ่ กว่าจะคลี่คลายว่าทั้งหมดทั้งหลายเป็นเรื่องเดียวเกี่ยวพันกันไปหมด &#8230; State Of Play ก็เหมือนกัน </p>
<p>เรื่องราวมากมาย มีอะไรให้ฝึกแยกแยะตีความ หรือตั้งข้อสงสัยต่อไปได้อีกเยอะ &#8230; นักการเมืองชั้นดีกลับมาเรื่องส่วนตัวอื้อฉาว มีนักข่าวเป็นเพื่อนซี้ จะหยิบข่าวด้านใดมาเล่น และจะเล่นให้เป็นคุณหรือโทษกับเพื่อนรัก เพราะนักข่าวชั้นดี ดันมีสัมพันธ์ลับกับเมียเพื่อน  </p>
<p>หนังสือพิมพ์จะเล่นอะไร ข่าวรักๆ ใคร่ๆ หรือ สาระร้อนในเรื่องงบประมาณแผ่นดินและการคอรัปชั่น เรื่องนี้ยังได้เห็นความเกี่ยวพันของนักการเมืองรุ่นพี่ ที่ต้องอาศัยรุ่นน้องหน้าใหม่ไฟแรงเพื่อคะแนนเสียงของพรรค! หรือ เรื่องราวระหว่างบรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์ ที่ต้องดูแลทั้งยอดพิมพ์ยอดขาย ผู้ถือหุ้นรายใหม่ และยังต้องให้ทำข่าวอย่างมีจรรยาบรรณอีกต่างหาก </p>
<p>บางทีคุณอาจมองเห็นช่องทางโกงกิน(ง่ายๆ)ของนักธุรกิจสายงบประมาณแผ่นดิน ว่าพวกเขาคอรัปชั่นเชิงนโยบายเป็นอย่างไร หรือใช้ภาษีอากรที่ได้จากประชาชน(โดยเฉพาะคนชั้นกลาง)ไปทำอะไรได้หลายอย่าง ตั้งแต่อาวุธยุทโธปกรณ์ สะพานข้ามคลอง – นักการเมืองช่างกล้า(บ้า)ติดชื่อตัวและชื่อพรรคเข้าไปบนศาลาข้างทาง ใช้ต่อมอะไรคิด! </p>
<p>ผมดูหนังเรื่องนี้จบ ได้บทสรุปกับตัวเองว่า ระหว่างแขกกับงู ผมเลือกตี “สื่อส่วย” ก่อน ทั้งพวกปั่นข่าวปั่นยอดขายทุกเช้า แล้วก็พวกที่วันๆ ทำทีวีด่าว่าฝ่ายตรงข้าม แล้วยังประจานเรียกตัวเองว่า &#8220;สื่อสารมวลชน&#8221; &#8230; ไม่ว่า ระบอบทุ่มนิยม หรือ ประชาระบม ที่เห็นอยู่ทุกวันนี้ คงทำอะไรเราไม่ได้ ถ้าไร้สื่อส่วย </p>
<p>ขุนอรรถ     </p>
<p>State Of Play (2003) by BBC http://www.bbc.co.uk/drama/stateofplay/ </p>
<p>ชื่อไทย State of Play ซ่อนปมฆ่า ล่าซ้อนแผน (เชยไหมนี่?)  </p>
<p><img src="http://culturegap.files.wordpress.com/2009/09/state_of_play_movie_poster_resize1.jpg?w=405&#038;h=600" alt="state_of_play_movie_poster_resize" title="state_of_play_movie_poster_resize" width="405" height="600" class="alignnone size-full wp-image-2014" /></p>
<p><span style="text-align:center; display: block;"><a href="http://culturegap.wordpress.com/2009/09/26/state-of-play/"><img src="http://img.youtube.com/vi/2ME87tEX9Qw/2.jpg" alt="" /></a></span> </p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/culturegap.wordpress.com/2015/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/culturegap.wordpress.com/2015/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/culturegap.wordpress.com/2015/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/culturegap.wordpress.com/2015/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/culturegap.wordpress.com/2015/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/culturegap.wordpress.com/2015/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/culturegap.wordpress.com/2015/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/culturegap.wordpress.com/2015/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/culturegap.wordpress.com/2015/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/culturegap.wordpress.com/2015/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&blog=1264318&post=2015&subd=culturegap&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://culturegap.wordpress.com/2009/09/26/state-of-play/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">ขุนอรรถ</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://culturegap.files.wordpress.com/2009/09/state_of_play_movie_poster_resize1.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">state_of_play_movie_poster_resize</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://img.youtube.com/vi/2ME87tEX9Qw/2.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>Proposal / แต่งงาน / เธอ / หมา</title>
		<link>http://culturegap.wordpress.com/2009/09/20/proposal/</link>
		<comments>http://culturegap.wordpress.com/2009/09/20/proposal/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 20 Sep 2009 04:47:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ขุนอรรถ</dc:creator>
				<category><![CDATA[Love gap]]></category>
		<category><![CDATA[life gap]]></category>
		<category><![CDATA[movie gap]]></category>
		<category><![CDATA[ขอแต่งงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[ดูหนัง]]></category>
		<category><![CDATA[proposal]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/?p=2005</guid>
		<description><![CDATA[มีคนบอกว่า Sandra Bullock เป็นเจ้าแม่หนังตลก-โรแมนติก – ใช่เหรอ? 
เห็นคุณน้า Sandra เมื่อไหร่ นึกถึงฉากตื่นเต้นในรถเมล์ตอนเล่นกับ Keanu Reeves ใน “Speed” มากกว่า โอเคครับ “Speed” โรแมนติกเป็นบ้า อย่างน้อยก็โรแมนติกกว่า Mr. &#38; Mrs. Smith ไม่เชื่อลองดูสิ
เรื่องมีอยู่ว่า ณ สำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง, Margaret (Sandra Bullock) บรรณาธิการสาวใหญ่ นิสัยบ้างาน บ๊อซซี่ งี่เง่า เอาแต่ใจ และใครไม่รักช่างหัว! โดนกองตรวจคนเข้าเมือง(ตม.)(สหรัฐฯ)เล่นแง่ให้ออกจากประเทศ (Deportation)  เพราะเธอเป็นคนแคนนาดา และเผอิญว่า Visa หมดอายุ ! 
Margaret เอาคว้า Andrew (Ryan Reynolds) ผู้ช่วยมาร่วมซ_วยโดนตีหน้าซื้อหลอกนายใหญ่ว่า เขาและเธอกำลังจะแต่งงาน &#8230; โดย Andrew ไม่รู้ตัวมาก่อน เลยต้องสมยอม [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&blog=1264318&post=2005&subd=culturegap&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>มีคนบอกว่า Sandra Bullock เป็นเจ้าแม่หนังตลก-โรแมนติก – ใช่เหรอ? </p>
<p>เห็นคุณน้า Sandra เมื่อไหร่ นึกถึงฉากตื่นเต้นในรถเมล์ตอนเล่นกับ Keanu Reeves ใน “Speed” มากกว่า โอเคครับ “Speed” โรแมนติกเป็นบ้า อย่างน้อยก็โรแมนติกกว่า Mr. &amp; Mrs. Smith ไม่เชื่อลองดูสิ</p>
<p>เรื่องมีอยู่ว่า ณ สำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง, Margaret (Sandra Bullock) บรรณาธิการสาวใหญ่ นิสัยบ้างาน บ๊อซซี่ งี่เง่า เอาแต่ใจ และใครไม่รักช่างหัว! โดนกองตรวจคนเข้าเมือง(ตม.)(สหรัฐฯ)เล่นแง่ให้ออกจากประเทศ (Deportation)  เพราะเธอเป็นคนแคนนาดา และเผอิญว่า Visa หมดอายุ ! </p>
<p>Margaret เอาคว้า Andrew (Ryan Reynolds) ผู้ช่วยมาร่วมซ_วยโดนตีหน้าซื้อหลอกนายใหญ่ว่า เขาและเธอกำลังจะแต่งงาน &#8230; โดย Andrew ไม่รู้ตัวมาก่อน เลยต้องสมยอม เพราะ Margaret ยื่นข้อเสนอให้เขาเป็น บรรณาธิการ ตรงใจเป็นความใฝ่ฝันของ Andrew มานานแล้ว </p>
<p>ตม. จอมดื้อยอมไม่ได้ เพราะใครๆ ในนิวยอร์คต่างรู้จักบรรณาธิการอย่าง Margaret เรื่องเม้าผ่านเครือข่ายอินเทอร์เนทเดินทางเร็วกว่า Margaret เดินกลับถึงโต๊ะทำงานด้วยซ้ำ จึงพยายามสืบสวน เพราะหากใครให้การเท็จ แต่งงานเพื่อแลกับการเข้าเมือง ต้องโทษปรับหลายตังค์แถมติดคุก 6 เดือนอีกต่างหาก </p>
<p>สำหรับผู้ช่วย Margaret อย่าง Andrew เขารู้จักเธอดี เพราะทำงานใกล้ชิดคล้ายเลขาฯ ใครจะมาจะไป Margaret จะไปทำอะไร เขาเป็นคนประสานงานทั้งหมด </p>
<p>แต่เพื่อให้ Margaret สามารถตอบคำถาม ตม. ได้ทุกข้ออย่างแนบเนียน เธอตกลงใจไปงานเลี้ยงวันเกิดคุณย่าของ Andrew ที่เมืองสวยใน Alaska! และ(สั่ง)ให้ Andrew เตรียม “คำถามส่วนตัว” ระหว่างเขาและเธอมาอ่าน และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวของหนังเรื่องนี้ </p>
<p>ใน Alaska, Margaret กลายเป็น always-in-control city girl เต็มตัว ได้ค้นพบตัวเองในสถานการณ์ที่ฝรั่งเรียกว่า Fish-out-of-water ส่วนครอบครัวของ Andrew ร่ำรวยในบ้านเกิด พ่อของเขาอยากให้ Andrew กลับบ้านมาดูแลธุรกิจ ในขณะที่เขามีความฝันเป็นบรรณาธิการอย่างว่า – แทรกประเด็นหลังนี้มาทำอะไรก็ไม่รู้ </p>
<p>ไหนๆ ก็ไหนๆ &#8230; เรื่องนี้จบ Happy ending ครับ &#8230; จะเรียกว่า Spoil ก็ใช่ แต่หนังแนวนี้จบเป็นอย่างอื่นไม่ได้ มันต้องมีอันเป็นไปแบบนี้แหละ แต่ &#8230; ผมชอบนะ นั่งหัวเราะทั้งเรื่อง หนังเขียนบทให้เจ้านายสาวจู้จี้กับลูกน้องหนุ่มขี้อำข่มกันมาน่าสนุก   </p>
<p>ผมชวนไปดูธรรมเนียมน่ารักดีของฝรั่ง เขาให้ความสำคัญมากพอดีกับนาทีขอแต่งงาน (Proposal) ใครขอใครก่อน ใครหวาน ใครเขิน ใครสร้างบรรยากาศอะไร &#8230; เป็นเรื่องหวานๆ เล่าสู่กันฟังถึงลูกหลาน เล่าได้ชั่วชีวิต (กรณีไปกันรอด!) – ช่วงนี้ Margaret กับ Andrew อำกันสนั่น ฮาครับ ฮา</p>
<p>การใช้ชีวิตร่วมกันระหว่างชายหญิงเป็นเรื่องสำคัญก็จริง แต่การใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวของอีกฝ่ายก็เป็นเรื่องสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกัน เข้าทำนอง love me love my dog ครือกัน ไม่ได้หมายความว่า พ่อแม่ เป็นพวกเป็นกับ dog นะครับ หมายถึง “รักฉัน รักสิ่งที่ฉันรักด้วย” ประมาณนั้น </p>
<p>ดู Proposal แล้วได้คิดว่า “ก่อนขอแต่งงาน สำรวจให้ดีๆ ว่า เธอเลี้ยงหมาเยอะไหม” </p>
<p>ขุนอรรถ </p>
<p>(ข้อความนี้ได้มาจากที่ไหนสักแห่ง ผมลืม source ไปแล้ว ขอโทษจริง)<br />
หนังทำเงิน 3 วันแรกระหว่างวันที่ 19-21 มิถุนายน 2009 ไป 34.1 ล้านเหรียญฯ ด้วยทุนสร้างเพียง 40 ล้านเหรียญฯ ก็เดาได้ไม่ยากว่าผลงานของผู้กำกับ แอนน์ เฟลต์เชอร์ (27 Dresses) ได้กำไรแน่ๆ </p>
<p>The Proposal ยังเป็นหนังเปิดตัวสูงสุดของเจ๊แสงดาว รวมถึง ไรอัน เรย์โนลด์ ในฐานะนักแสดงนำ และทำให้มีรายได้รวมประจำสัปดาห์สูงกว่าปีก่อน 3 % (ปีที่แล้วหนังที่ออกฉายในช่วงสัปดาห์นี้คือ Get Smart) แน่นอนว่าไม่ต้องเดาให้ยาก 63% ของผู้ชมเป็นผู้หญิง และ 86 % อายุ 18 ปีขึ้นไป โดยกว่า 70 % มาดูเป็นคู่ (ผลสำรวจจาก Exit Poll) </p>
<p>ฉากนี้ ช่วยดูหน่อยว่า ใช้เทคนิค Green screen* หรือเปล่า?<br />
<img src="http://culturegap.files.wordpress.com/2009/09/proposal-movie-knee.jpg?w=470&#038;h=376" alt="proposal-movie-knee" title="proposal-movie-knee" width="470" height="376" class="alignnone size-full wp-image-2009" /><br />
เทคนิคนี้ เริ่มตั้งแต่การถ่ายทำโดย ถ้าเป็น Green Screenจะถ่ายทำบนฉากสีเขียว และถ้าเป็น Blue Screenก็ จะถ่ายทำบนฉากสีน้ำเงินสาเหตุที่เทคนิคสองประเภทนี้เป็นที่นิยมกันมากก็เพราะมันไม่มีผลต่อสีผิวอย่างเช่นรายการข่าว โทรทัศน์ก็นิยมใช้ Blue Screen เพื่อเปลี่ยนฉากหลัง ให้เป็นภาพจากข่าวที่กำลังออกอากาศ เป็นต้น หลักการก็คือ ทำให้สามารถใส่ภาพฉากหลังที่ต้องการลงไปได้นั่นเองซึ่งมีข้อควร ระวังในการใช้เทคนิคนี้อยู่นิดหน่อยก็คือ หากคุณใช้ฉากหลัง สีน้ำเงิน หรือสีเขียว ขณะถ่ายวิดีโอ เพื่อจะลบฉากหลังโดย Blue / Green Screen ก็ต้องแน่ใจก่อนว่า ส่วนอื่นๆ ของภาพที่คุณต้องการคงไว้ไม่ได้ประกอบด้วยสีดังกล่าว ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณถ่ายผู้สื่อข่าวที่อยู่หน้าฉากหลังสีน้ำเงิน หากผู้สื่อข่าว คนนั้นใส่เน็คไทสีน้ำเงินเน็คไทอันนั้น ก็จะกลายเป็นโปร่งแสงด้วย http://www.siamcom.co.th/pop_up.php?article_id=2 </p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/culturegap.wordpress.com/2005/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/culturegap.wordpress.com/2005/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/culturegap.wordpress.com/2005/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/culturegap.wordpress.com/2005/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/culturegap.wordpress.com/2005/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/culturegap.wordpress.com/2005/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/culturegap.wordpress.com/2005/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/culturegap.wordpress.com/2005/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/culturegap.wordpress.com/2005/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/culturegap.wordpress.com/2005/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&blog=1264318&post=2005&subd=culturegap&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://culturegap.wordpress.com/2009/09/20/proposal/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">ขุนอรรถ</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://culturegap.files.wordpress.com/2009/09/proposal-movie-knee.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">proposal-movie-knee</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>เหงา เศร้า และ เพลงแคลอรี่สูง !</title>
		<link>http://culturegap.wordpress.com/2009/09/13/calories-blah-blah/</link>
		<comments>http://culturegap.wordpress.com/2009/09/13/calories-blah-blah/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 13 Sep 2009 14:56:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ขุนอรรถ</dc:creator>
				<category><![CDATA[song gap]]></category>
		<category><![CDATA[อกหัก]]></category>
		<category><![CDATA[เพลง]]></category>
		<category><![CDATA[เศร้า]]></category>
		<category><![CDATA[เหงา]]></category>
		<category><![CDATA[แคลอรี่ บลา บลา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/?p=1987</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้มาชวนฟังการแสดงสดของวง Calories Blah Blah ครับ
ก่อนอื่น มารู้จักพวกเขากันก่อน  &#8221;เราสองคนเป็นเพื่อนกันมา 7 ปีแล้วครับ เพราะเราได้จับคู่รูมเมทอยู่ห้องเดียวกันตอน เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยทักษิณ ที่สงขลา” ป๊อบเรียนมนุษยศาสตร์ ส่วนวินเรียนเอกดุริยางค์ แต่เพราะต่างคนต่างชอบดนตรีเหมือนกัน
“พอหอปิด แต่ละคนก็ไม่มีอะไรจะทำ เลยรวมตัวกันมาเล่นดนตรี” ป๊อบทำหน้าที่ร้อง ส่วนวินจะเล่นกีต้าร์ พอเรียนจบก็มาเล่นดนตรีกลางคืนด้วยกันในเมืองสงขลาประมาณ 2 ปี ก่อนเปลี่ยนมาขึ้นเวทีในกรุงเทพฯ
“พี่ที่ร้านที่เราไปร้องแนะนำให้ไปประกวด First stage ครั้งที่ 1 และ ชนะได้ที่สองปีเดียวกับไอซ์” จากนั้นก็ได้รับเชิญให้ร้องเพลงสองเพลงในอัลบั้ม Sleepless Society ต่อมาก็ได้ใช้วิชาบนเวทีกลางคืนร้อง “Cover” และต่อด้วยเพลงละคร แต่ที่เห็นว่าดังสนั่นคงเป็นเพราะร้องกับดา เอนโดฟิน ในเพลง “ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ”
ในขณะที่นักดนตรีกีต้าร์โปร่งตามร้านอาหาร หรือ “วงคั่นเวลา” ส่วนใหญ่จะตั้งใจเล่นได้ไม่นาน ก็ล้มเลิกไปทำมาหากินอย่างอื่น หรือไม่หลายคู่เล่นไปงั้นๆ แต่ ป๊อบ และ วิน กลับคิดว่า เพราะต้องเอาเพลงคนอื่นมาร้อง (Cover) ต่างหาก ทำให้มีวันนี้ บนเวทีเล็กๆ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&blog=1264318&post=1987&subd=culturegap&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>วันนี้มาชวนฟังการแสดงสดของวง Calories Blah Blah ครับ</p>
<p>ก่อนอื่น มารู้จักพวกเขากันก่อน  &#8221;เราสองคนเป็นเพื่อนกันมา 7 ปีแล้วครับ เพราะเราได้จับคู่รูมเมทอยู่ห้องเดียวกันตอน เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยทักษิณ ที่สงขลา” ป๊อบเรียนมนุษยศาสตร์ ส่วนวินเรียนเอกดุริยางค์ แต่เพราะต่างคนต่างชอบดนตรีเหมือนกัน</p>
<p>“พอหอปิด แต่ละคนก็ไม่มีอะไรจะทำ เลยรวมตัวกันมาเล่นดนตรี” ป๊อบทำหน้าที่ร้อง ส่วนวินจะเล่นกีต้าร์ พอเรียนจบก็มาเล่นดนตรีกลางคืนด้วยกันในเมืองสงขลาประมาณ 2 ปี ก่อนเปลี่ยนมาขึ้นเวทีในกรุงเทพฯ</p>
<p>“พี่ที่ร้านที่เราไปร้องแนะนำให้ไปประกวด First stage ครั้งที่ 1 และ ชนะได้ที่สองปีเดียวกับไอซ์” จากนั้นก็ได้รับเชิญให้ร้องเพลงสองเพลงในอัลบั้ม Sleepless Society ต่อมาก็ได้ใช้วิชาบนเวทีกลางคืนร้อง “Cover” และต่อด้วยเพลงละคร แต่ที่เห็นว่าดังสนั่นคงเป็นเพราะร้องกับดา เอนโดฟิน ในเพลง “ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ”</p>
<p>ในขณะที่นักดนตรีกีต้าร์โปร่งตามร้านอาหาร หรือ “วงคั่นเวลา” ส่วนใหญ่จะตั้งใจเล่นได้ไม่นาน ก็ล้มเลิกไปทำมาหากินอย่างอื่น หรือไม่หลายคู่เล่นไปงั้นๆ แต่ ป๊อบ และ วิน กลับคิดว่า เพราะต้องเอาเพลงคนอื่นมาร้อง (Cover) ต่างหาก ทำให้มีวันนี้ บนเวทีเล็กๆ เขาทั้งสองได้พบกับอะไรบางอย่างคล้ายสนามพลัง ดึงดูดทั้งสองกับคนดูสื่อสารกันได้</p>
<p>เพราะเมื่อมีคนเขียนชื่อเพลง (Request) ขึ้นมาส่งนักร้องบนเวที แสดงว่ามีคนอย่างน้อยหนึ่งโต๊ะกำลังตั้งใจฟัง แน่ล่ะ เสน่ห์ของป๊อบไม่ใช่หน้าตา แต่เป็น “ภาษาเสียง” ทุกคำ ทุกเมโลดี้ที่เขาสื่อออกไป &#8230; Cover เพลงคนอื่น ใครก็ทำได้ แต่ลองฟังเขาร้อง Cover จะรู้ว่าป๊อบถ่ายทอดอารมณ์ได้ดีและแตกต่าง !</p>
<p>ผมนั่งดูป๊อบร้องเพลง สังเกตตั้งแต่การถือและควบคุมระยะใกล้ไกลของไมค์ในมือ การใส่พลังเสียงหนักเบา ตรงไหนอ้อน ตรงไหนอ่อน ตรงไหนปล่อยเสียงร้องพื้นๆ ตรงไหนวาง vibration ลงไปปลายประโยค หรือประโยคไหนต้องใส่มู้ดอะไร ภาษาหนอนหนังสือว่า “อ่านแตก” –  เหลือร้าย สมแล้วที่เป็นมือวางอันหนึ่งค่ายเพลงเหงาเศร้า แอนด์ นอนไม่หลับ !</p>
<p>แต่นั่งฟังนิ่งๆ จะได้ยินเสียงของวินคลออยู่ใกล้ๆ ละเมียดละไมจนแยกไม่ออก (ผมมองไม่เห็นนักร้องคลอรัสบนเวที แสดงว่ามีแต่วิน!) &#8230; วินมีทักษะในการเล่นกีต้าร์อยู่ในเกณฑ์ “สอบผ่าน” และมีบทบาทเบื้องหลังอย่างมากโดยเฉพาะเรื่อง “เสียงสอง” ส่งให้เสียงป๊อบลอยเด่นออกมาหน้าเวที เปรียบไปก็เหมือนกรอบรูป กรอบเด่นกว่ารูปไม่ได้ กรอบด้อยเกินไป รูปไร้คุณค่า</p>
<p>นอกจากจะเห็นความสามารถของดูโอ้คู่นี้อย่างที่ว่าไป ผมแนะนำให้ดู (ไม่ใช่สิ ให้ฟัง) วง Back up ระดับเซียนอย่าง The Extra Band ที่มาครบทั้ง Rhythm section และ Brass section รับมือได้กับสไตล์เพลงที่ทีมงานเลือกมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Pop R&amp;B Rock Rap &#8230; Look-toonge ครับ ลูกทุ่ง!</p>
<p>ผมไม่ได้อ่านว่าใครทำหน้าที่ Music Director แต่ขอบอกว่า The Extra Band รีดศักยภาพออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม เป็น Back up เนียน แน่น ไม่ผิดหวังเลยจริงๆ</p>
<p>ส่วนแขกรับเชิญทั้ง ว่าน และ โอ๊ค สมิทธ์ ทั้งสองคนได้โชว์เสียงตั้งแบบคู่กับป๊อบ และแบบร้องเดี่ยว จะเห็นได้ชัดเลยว่า ป๊อบโดดเด่นมากเหลือเกินเรื่องการควบคุมเสียงรวมถึงการรับส่งกัน และโยนลูกไปให้คนดูเป็นระยะ – ชวนให้ดูลีลาน่ารักก็ทำได้ โดยไม่ต้องทะลึ่งตึงตัง</p>
<p>สรุปรวมว่า ป๊อบร้องได้น่าฟัง ฟังได้ยาว ฟังได้บ่อยๆ เปิดอัลบั้มนี้ไปทำงานไป ไม่น่าเบื่อ วินเป็น good combination ของป๊อบ และด้วยความร้องกันมานาน ทำให้จังหวะลีลาร้องคู่เหมือนเป็นหนึ่ง! วงดนตรี The Extra Band เป็นวงชั้น Back up ชั้นแนวหน้าของเมืองไทยก็ว่าได้ ทั้งหมดจึงคุ้มค่า น่าหามาไว้เป็นเจ้าของ</p>
<p>อ้อ &#8230; คอเพลงอกหัก รักเศร้า เหงาแต่ยิ้มได้ จ่ายเงินเท่ากัน แต่จะได้รับความคุ้มค่ามากกว่า 10%</p>
<p>ขุนอรรถ</p>
<p>Photo: <a href="http://hilight.kapook.com/view/38702">http://hilight.kapook.com/view/38702</a></p>
<p>*The term Unplugged has become a term used to describe music usually heard on amplified instruments such as electric guitar and synthesizer that is rendered instead on instruments that are not electronically amplified &#8211; for example acoustic guitar or traditional piano.</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-1988" title="calories blah blah_gmm_1" src="http://culturegap.files.wordpress.com/2009/09/calories-blah-blah_gmm_1.jpg?w=447&#038;h=301" alt="calories blah blah_gmm_1" width="447" height="301" /></p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/culturegap.wordpress.com/1987/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/culturegap.wordpress.com/1987/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/culturegap.wordpress.com/1987/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/culturegap.wordpress.com/1987/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/culturegap.wordpress.com/1987/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/culturegap.wordpress.com/1987/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/culturegap.wordpress.com/1987/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/culturegap.wordpress.com/1987/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/culturegap.wordpress.com/1987/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/culturegap.wordpress.com/1987/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&blog=1264318&post=1987&subd=culturegap&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://culturegap.wordpress.com/2009/09/13/calories-blah-blah/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">ขุนอรรถ</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://culturegap.files.wordpress.com/2009/09/calories-blah-blah_gmm_1.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">calories blah blah_gmm_1</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>รับทำ(คนละ)บล็อก*</title>
		<link>http://culturegap.wordpress.com/2009/09/07/%e0%b8%b4blog-servic/</link>
		<comments>http://culturegap.wordpress.com/2009/09/07/%e0%b8%b4blog-servic/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 07 Sep 2009 07:34:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ขุนอรรถ</dc:creator>
				<category><![CDATA[no gap]]></category>
		<category><![CDATA[บล็อก]]></category>
		<category><![CDATA[รับทำ]]></category>
		<category><![CDATA[blog]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/?p=1979</guid>
		<description><![CDATA[บล็อกสกรีน &#8230; เหวอไปเลย !

       <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&blog=1264318&post=1979&subd=culturegap&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>บล็อกสกรีน &#8230; เหวอไปเลย !</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-1980" title="Clip_3_resize" src="http://culturegap.files.wordpress.com/2009/09/clip_3_resize.jpg?w=700&#038;h=525" alt="Clip_3_resize" width="700" height="525" /></p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/culturegap.wordpress.com/1979/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/culturegap.wordpress.com/1979/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/culturegap.wordpress.com/1979/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/culturegap.wordpress.com/1979/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/culturegap.wordpress.com/1979/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/culturegap.wordpress.com/1979/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/culturegap.wordpress.com/1979/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/culturegap.wordpress.com/1979/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/culturegap.wordpress.com/1979/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/culturegap.wordpress.com/1979/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&blog=1264318&post=1979&subd=culturegap&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://culturegap.wordpress.com/2009/09/07/%e0%b8%b4blog-servic/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">ขุนอรรถ</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://culturegap.files.wordpress.com/2009/09/clip_3_resize.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Clip_3_resize</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Duplicity* – ค้างคาว / สองหัว / ผัวเมีย</title>
		<link>http://culturegap.wordpress.com/2009/09/06/duplicity/</link>
		<comments>http://culturegap.wordpress.com/2009/09/06/duplicity/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 06 Sep 2009 06:05:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ขุนอรรถ</dc:creator>
				<category><![CDATA[movie gap]]></category>
		<category><![CDATA[กิเลส]]></category>
		<category><![CDATA[จูเลีย โรเบิร์ท]]></category>
		<category><![CDATA[สายลับ]]></category>
		<category><![CDATA[duplicity]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/?p=1969</guid>
		<description><![CDATA[(1) นก กับ หนู ทะเลาะกัน มีค้างคาวเป็นกรรมการตัดสิน
ยามนกเสียท่า ค้างคาวว่า “ข้าพวกเดียวกับหนู ดูได้ที่หู เป็นคู่เหมือนกัน”
ยามหนูเสียท่า ค้างคาวว่า “ลึกๆ ข้าเชียร์นก เราต่างมีปีกปกสองข้างไม่ต่างกัน”
นิทาน นกมีหูหนูมีปีก เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า “ค้างคาวสองหัว” – ไม่มีใครคบ !
ผมดูเรื่อง Duplicity หลายวันแล้ว แต่ไม่คิดเขียนถึง
เผอิญ พรพิมล ลิ่มเจริญ เขียนในมติชนสุดสัปดาห์ฉบับล่าสุด
ว่าเป็นหนัง Corporate spy เป็นพวกฝักใฝ่สองฝ่าย แนวนกสองหัว – ผมว่าไม่ใช่
อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตามความหมายในนิทานข้างต้น
(2) สายลับธุรกิจ ท่าจะมีจริง แต่คงยากจะหาสังกัดอยู่อาศัยเป็นที่ทาง(การ)
เลยต้องทำกันแบบลับๆ ล่อๆ ใต้ตึก หรือตามร้านกาแฟ พอไหว
หากคิดอะไรไม่ได้ จะเรียกกันใหม่ ในชื่อ “Risk Management Unit!” – OK?
ดูหนังเรื่อง Duplicity แล้วคิดถึงการแข่งขันของมือถือสองค่ายใหญ่
- หลายปีก่อน
DTAC AIS ฟาดฟันราคา และ Promotion กันจนตลาดเดือดเลือดนอง
ไม่ว่าจัด Package [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&blog=1264318&post=1969&subd=culturegap&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>(1) นก กับ หนู ทะเลาะกัน มีค้างคาวเป็นกรรมการตัดสิน<br />
ยามนกเสียท่า ค้างคาวว่า “ข้าพวกเดียวกับหนู ดูได้ที่หู เป็นคู่เหมือนกัน”<br />
ยามหนูเสียท่า ค้างคาวว่า “ลึกๆ ข้าเชียร์นก เราต่างมีปีกปกสองข้างไม่ต่างกัน”</p>
<p>นิทาน นกมีหูหนูมีปีก เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า “ค้างคาวสองหัว” – ไม่มีใครคบ !</p>
<p>ผมดูเรื่อง Duplicity หลายวันแล้ว แต่ไม่คิดเขียนถึง<br />
เผอิญ พรพิมล ลิ่มเจริญ เขียนในมติชนสุดสัปดาห์ฉบับล่าสุด<br />
ว่าเป็นหนัง Corporate spy เป็นพวกฝักใฝ่สองฝ่าย แนวนกสองหัว – ผมว่าไม่ใช่<br />
อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตามความหมายในนิทานข้างต้น</p>
<p>(2) สายลับธุรกิจ ท่าจะมีจริง แต่คงยากจะหาสังกัดอยู่อาศัยเป็นที่ทาง(การ)<br />
เลยต้องทำกันแบบลับๆ ล่อๆ ใต้ตึก หรือตามร้านกาแฟ พอไหว<br />
หากคิดอะไรไม่ได้ จะเรียกกันใหม่ ในชื่อ “Risk Management Unit!” – OK?</p>
<p>ดูหนังเรื่อง Duplicity แล้วคิดถึงการแข่งขันของมือถือสองค่ายใหญ่<br />
- หลายปีก่อน</p>
<p>DTAC AIS ฟาดฟันราคา และ Promotion กันจนตลาดเดือดเลือดนอง<br />
ไม่ว่าจัด Package อะไร จะถูกอีกฝ่ายตัดหน้า ตั้งอะไรๆ ดีกว่าเสมอ</p>
<p>ฝ่ายหนึ่งให้คุยยาว อีกฝ่ายให้คุยยาวกว่า<br />
ฝ่ายหนึ่งให้คุยถี่ &#8230; อีกฝ่ายแซงโค้งออก Package “คุยถี่กว่า”</p>
<p>จำได้ไหม โปรโมชั่น “โทร.ได้ไม่อั้น” บบรยากาศคล้ายเปิดทางด่วนให้ใช้ฟรี<br />
มีรถวิ่งรี่ขึ้นไปใช้ ติดกันบรรลัยบนทางด่วน ถึงขนาด คมช. เอ้ย กทช. เอ้ย คมด.<br />
&#8230; คมด*. ต้องเรียกทั้งสองฝ่ายมาคุย (คมด. = คนมันดื้อ) – บ้าไปแล้ว !</p>
<p>ไม่แปลก ที่ต้องสู้กันขนาดนั้น<br />
เพราะดูเหมือนราคาถูกกว่ากันแค่ห้าบาท หรือให้โทร.ฟรีนานกว่าแค่ห้านาที<br />
แต่มันมีความหมาย เป็นนัยสำคัญโดยเฉพาะกับตลาด“เติมเงิน”</p>
<p>ต้องดึงลูกค้าเดิมเอาไว้ให้ได้ แล้วใส่ package ไล่ลูกค้าออกจากคู่แข่ง<br />
Prepaid เข้าๆ ออกๆ เปลี่ยนค่าย เปลี่ยนเบอร์ฯ ทำได้ภายในหนึ่งนาที</p>
<p>ไม่ต้องสนใจพวกเขาก็ไม่ได้<br />
ก็ตลาด Prepaid มันหญ่ายยย &#8230; ตั้ง 50 ล้านเลขหมาย !<br />
แถมมีเบอร์ใหม่ๆ ขายออกไป 5-6 ล้านหมายเลข ในปีที่ผ่านมา !</p>
<p>โปรโมชั่นขณะเขียนอยู่นี่ เล่นกันที่นาทีไม่ถึงบาท (99 สตางค์)<br />
แต่มูลค่าตลาดเป็นเท่าไหร่ ลองเคาะเครื่องคิดเลขดู</p>
<p>(3) ใน Duplicity พูดถึง “การออกสินค้าใหม่” ที่ไม่ใช่ของใหม่อะไร<br />
กะอีแค่บริษัทหนึ่งสนใจแชมพูสระผมป้องกันผมร่วง สูตร “รับรอง ไม่ร่วงแน่ๆ”<br />
&#8230; แต่ว่า มันกำลังจะเป็น &#8220;ของใหม่&#8221; ของอีกบริษัทหนึ่ง !</p>
<p>ตลาดแชมพูมีมูลค่ามหาศาล ในไทยเกือบหมื่นล้าน<br />
ถ้าเป็นตลาดคนหัวล้านในอเมริกา อาจมากกว่าคนไทยด้วยซ้ำ</p>
<p>สินค้าใหม่ ไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ สูตรลับต่างๆ<br />
รวมถึงการแถลงข่าว ต้องถูกเก็บไว้เป็นความลับ จนนาทีสุดท้าย<br />
ลองหยิบหนัง Duplicity มานั่งดู คุณจะได้อารมณ์ที่ว่านี้</p>
<p>จุดเด่นของ Duplicity มีอีกอย่างสองอย่าง ขอแนะนำ<br />
กลการเล่าเรื่องย้อนกลับด้วยภาพสมัยใหม่ (Modern Flashback)<br />
บทหนังเริ่มเดินจากท่อน 4 ต่อด้วย 3 – 2 – 1 แล้วหักมุมด้วยท่อน 5</p>
<p>สรุปรวมกลการเล่าเรื่อง ส่วนตัวคิดว่า “พอดูได้”<br />
ถ้าไม่นับ 15 นาที ที่อาจนั่งมึนงงสงสัย ในช่วงแรกของท่อน 5</p>
<p>(4) สุดท้าย &#8230; พระเอก นางเอก แสดงเป็น คู่รัก Spy – สายลับ<br />
แต่เพราะสินค้าของพวกเขา คือ การขายความลับ (แบบมีจรรยาบรรณ)<br />
จึงบอกใครไม่ได้ทั้งนั้น &#8230; คนรัก คนนอนเตียงเดียวกัน ก็ไม่อยู่ในข้อยกเว้น</p>
<p>ตรงนี้เอง ที่บทหนังก็เขียนไป นักแสดงก็ต้อง “แสดงซ้อนแสดง” ให้ได้<br />
ผมว่าตรงนี้แหละ น่าดู (ไปดูการใช้ใบหน้าและสายตา ของ จูเลีย ให้ได้)</p>
<p>ลำพังต้องเก็บงำความลับไปขายลูกค้า ยังไม่สาหัสพอ<br />
ทั้งคู่ยัง(ทะลึ่ง)ร่วมมือกันฉกความลับ “บริษัทของเธอ” ไปขายให้ “บริษัทของเขา”</p>
<p>พรพิมล เล่าว่า “&#8230; แต่สำหรับพระเอกนางเอกของเรา พอเจอกันบ่อยๆ เข้า<br />
สองคนก็เกิดพุทธิปัญญา มาร่วมมือกันขมายของที่ขโมยมากันดีกว่า&#8230;”</p>
<p>แย้งนิดเดียวว่า แบบนี้ไม่เรียก “พุทธิปัญญา” น่าจะเรียกว่า “กิเลส -endlessly”</p>
<p>Duplicity* – ค้างคาว / สองหัว / ผัวเมีย</p>
<p>ขุนอรรถ</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-1968" title="duplicity3" src="http://culturegap.files.wordpress.com/2009/09/duplicity3.jpg?w=800&#038;h=340" alt="duplicity3" width="800" height="340" /></p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/culturegap.wordpress.com/1969/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/culturegap.wordpress.com/1969/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/culturegap.wordpress.com/1969/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/culturegap.wordpress.com/1969/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/culturegap.wordpress.com/1969/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/culturegap.wordpress.com/1969/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/culturegap.wordpress.com/1969/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/culturegap.wordpress.com/1969/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/culturegap.wordpress.com/1969/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/culturegap.wordpress.com/1969/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&blog=1264318&post=1969&subd=culturegap&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://culturegap.wordpress.com/2009/09/06/duplicity/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">ขุนอรรถ</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://culturegap.files.wordpress.com/2009/09/duplicity3.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">duplicity3</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>สมอง หมา ปัญญา &#8230;</title>
		<link>http://culturegap.wordpress.com/2009/09/04/left-brain/</link>
		<comments>http://culturegap.wordpress.com/2009/09/04/left-brain/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 04 Sep 2009 00:33:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ขุนอรรถ</dc:creator>
				<category><![CDATA[politics gap]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[สมอง]]></category>
		<category><![CDATA[หมา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/?p=1958</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อวานยืนอ่านหนังสือพิมพ์คมชัดลึก คุณสุทธิชัย หยุ่น เล่าให้ฟังว่า นายแพทย์ประเวศ วะสี อธิบายปรากฏการณ์ “วรนุชหลุดจากปาก” รวมถึง “กระทู้แจกกล้วย” และ “ค่าเสียเวลาเบิร์ดกะโหลก” ว่า ในสภา สส. ใช้สมองซีกขวามากกว่าซ้าย
เอ๊ะ &#8230; หรือซ้ายมากกว่าขวานะ อา(จารย์)หมอ
“บล๊อกคนชายขอบ” อ้างถึงหนังสือ A Whole New Mind ของ Daniel Pink ไว้ &#8230;
3. สมองซีกซ้ายเชี่ยวชาญด้านเนื้อหา สมองซีกขวาเชี่ยวชาญด้านบริบท
เวลาได้ยินใครพูดเสียงห้วนว่า “คนบ้านนอกไร้การศึกษา” สมองซีกซ้ายจึงทำให้เรารับรู้ว่า ประโยคนี้หมายความว่าอะไร และสมองซีกขวาก็ทำให้เรารับรู้ว่า คนพูดตั้งใจถากถางอย่างไร
แต่ถ้าหากไร้หัวใจ เรารับรู้ไปก็เท่านั้น เพราะเราจะไม่สนใจคิดหาวิธี ที่จะทำให้คำแบบ ‘บ้านนอก’ หลุดพ้นจากอคติทั้งมวล อ่านต่อที่นี่ &#8230; http://www.fringer.org/?p=260
ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว (ก็ไหนเล่า?) ขออ้างข้อเขียนของคุณคำ พกา ในมติชนสุดสัปดาห์เสียหน่อยจะเป็นไร
“&#8230; พฤติกรรมแย่ๆ(ของคน) จึงถูกนำเปรียบกับหมาอยู่เรื่อยๆ คนที่ไม่รักลูกกฌจะโดนสั่งสอนให้ดูว่า แม้แต่หมายังรักลูกเป็น หรือจะเปรียบความเลวของผู้ชายให้ถึงรากถึงโคน ก็ต้องเปรียบกับหมา ไม่ยักเอา(ไป)เปรียบกับแมว ผึ้ง ผีเสื้อ แผลงปอ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&blog=1264318&post=1958&subd=culturegap&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>เมื่อวานยืนอ่านหนังสือพิมพ์คมชัดลึก คุณสุทธิชัย หยุ่น เล่าให้ฟังว่า นายแพทย์ประเวศ วะสี อธิบายปรากฏการณ์ “วรนุชหลุดจากปาก” รวมถึง “กระทู้แจกกล้วย” และ “ค่าเสียเวลาเบิร์ดกะโหลก” ว่า ในสภา สส. ใช้สมองซีกขวามากกว่าซ้าย</p>
<p>เอ๊ะ &#8230; หรือซ้ายมากกว่าขวานะ อา(จารย์)หมอ</p>
<p>“บล๊อกคนชายขอบ” อ้างถึงหนังสือ A Whole New Mind ของ Daniel Pink ไว้ &#8230;</p>
<p>3. สมองซีกซ้ายเชี่ยวชาญด้านเนื้อหา สมองซีกขวาเชี่ยวชาญด้านบริบท</p>
<p>เวลาได้ยินใครพูดเสียงห้วนว่า “คนบ้านนอกไร้การศึกษา” สมองซีกซ้ายจึงทำให้เรารับรู้ว่า ประโยคนี้หมายความว่าอะไร และสมองซีกขวาก็ทำให้เรารับรู้ว่า คนพูดตั้งใจถากถางอย่างไร</p>
<p>แต่ถ้าหากไร้หัวใจ เรารับรู้ไปก็เท่านั้น เพราะเราจะไม่สนใจคิดหาวิธี ที่จะทำให้คำแบบ ‘บ้านนอก’ หลุดพ้นจากอคติทั้งมวล อ่านต่อที่นี่ &#8230; <a href="http://www.fringer.org/?p=260">http://www.fringer.org/?p=260</a></p>
<p>ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว (ก็ไหนเล่า?) ขออ้างข้อเขียนของคุณคำ พกา ในมติชนสุดสัปดาห์เสียหน่อยจะเป็นไร</p>
<p>“&#8230; พฤติกรรมแย่ๆ<em>(ของคน)</em> จึงถูกนำเปรียบกับหมาอยู่เรื่อยๆ คนที่ไม่รักลูกกฌจะโดนสั่งสอนให้ดูว่า แม้แต่หมายังรักลูกเป็น หรือจะเปรียบความเลวของผู้ชายให้ถึงรากถึงโคน ก็ต้องเปรียบกับหมา ไม่ยักเอา<em>(ไป)</em>เปรียบกับแมว ผึ้ง ผีเสื้อ แผลงปอ ปลาว่อน งู ควาย ฯลฯ ทั้งๆ ที่แมวก็รักลูก สัตว์ชนิดไหนก็รักลูกไประยะหนึ่งทั้งนั้น</p>
<p>&#8230; นกก็ไปหาหนอนมาป้อนลูกจนโต ไม่เห็นมีใครบอกว่า ดูซิ แม้แต่นกมันยังรักลูก แล้วล่าสุดที่ฉันนั่งหัวเราะก๊ากๆ อยู่นี่ก็คือพฤติกรรมไม่รักชาติ ที่ไม่วายถูกนำไปเปรียบว่า แม้แต่หมายังรักชาติ”</p>
<p>คุณคำ ผกา ค่อนเข้าให้กับข่าว ป้า หมา เพลงชาติ กับ ความรัก สนใจอ่าน  เชิญที่นี่ &#8230;  <a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1250500555&amp;grpid=01&amp;catid=19">http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1250500555&amp;grpid=01&amp;catid=19</a></p>
<p>รายการเล่าข่าวเช้านี้ สส.อ้วนดำ ปรากฏร่างกลางสภา ยืนกางขา(นิดๆ)ตามสไตล์ผู้ใหญ่บ้านในชุดสูท พยายามอ่านข้อความในคลิปเสียงอภิสิทธิ์ โดยมี สส.อ้วนขาว พยายาม “ขัดคอ” โดยการยกมือประท้วง พร้อมพูดข้อความนี้ถี่ๆ</p>
<p>“ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงท่านอ้วนดำครับ ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงท่านอ้วนดำครับ ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงท่านอ้วนดำครับ ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงท่านอ้วนดำครับ ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงท่านอ้วนดำครับ &#8230;”</p>
<p>ลองดูสิครับ เมื่อยปากเมื่อยคอดีนักแล โอกาสหน้าฉันใด ดวงชะตาของคุณอาจมีเกณฑ์ส่งตัวเองไปลงเลือกตั้งเป็น สส. อย่างพวกเขาบ้าง</p>
<p>บรรยากาศ “ไม่ยอมกัน” ของ อ้วนดำอ้วนขาว ช่างคุ้นตา &#8230; เมื่อวานกลับบ้านมา เห็นเด็กประถมต้น 2-3 คนยืนเถียงกันหน้าเหลืองหน้าแดง ฝ่ายหนึ่งก็ว่าเขาเล่นตามกติกา อีกฝ่ายบอกว่า “กรูอุ๊บอิ๊บแล้วนี่ไง เมิงไม่เห็นหรือฟระ”</p>
<p>นี่มันเรื่องสมอง หมา ปัญญา (หรือ) spa-ไทย ?</p>
<p>ขุนอรรถ</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-1959" title="most-ethical-cabinet-jsh020" src="http://culturegap.files.wordpress.com/2009/09/most-ethical-cabinet-jsh020.jpg?w=500&#038;h=387" alt="most-ethical-cabinet-jsh020" width="500" height="387" /></p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/culturegap.wordpress.com/1958/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/culturegap.wordpress.com/1958/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/culturegap.wordpress.com/1958/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/culturegap.wordpress.com/1958/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/culturegap.wordpress.com/1958/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/culturegap.wordpress.com/1958/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/culturegap.wordpress.com/1958/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/culturegap.wordpress.com/1958/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/culturegap.wordpress.com/1958/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/culturegap.wordpress.com/1958/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&blog=1264318&post=1958&subd=culturegap&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://culturegap.wordpress.com/2009/09/04/left-brain/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">ขุนอรรถ</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://culturegap.files.wordpress.com/2009/09/most-ethical-cabinet-jsh020.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">most-ethical-cabinet-jsh020</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>สอด*</title>
		<link>http://culturegap.wordpress.com/2009/09/01/winbook/</link>
		<comments>http://culturegap.wordpress.com/2009/09/01/winbook/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 Sep 2009 05:47:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ขุนอรรถ</dc:creator>
				<category><![CDATA[no gap]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/?p=1956</guid>
		<description><![CDATA[&#8230; พยายามสอดส่องความสนใจตัวเองหลายครั้งจนมั่นใจว่า มีนิสัยสอดรู้สอดเห็นเรื่องคนอื่น – เป็นมานาน เรื่องนี้คงต้องโทษพ่อ จริงนะ พ่อสอนมาอย่างนั้น
พ่อบอกว่า ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ หรือ นิตยสาร &#8230; “หน้า”ที่น่าอ่านเป็นหน้าแรก คือ หน้าสัมภาษณ์ &#8230; บทสัมภาษณ์ของใครบางคน บางครั้งหมายถึงชีวิตของเขาทั้งชีวิต
“คุ้มไหมล่ะ อ่านหนึ่งนาที ได้รู้หนึ่งชีวิต” พ่อว่าอย่างนั้น
พ่อมีวิธีเนียนๆ สอนบทเรียนชีวิตให้เรา ตอนนั้นไม่รู้หรอกครับ แต่ตอนนี้ ทำอะไรจนได้ดิบดี ก็เพราะพ่อผู้มี “วิชั่น” นั่นแหละครับ !
ไม่ว่าหนังสือพิมพ์หัวเขียวหัวม่วง ผมเปิดสแกนไล่ตั้งแต่หน้าแรกเรื่อยไปจนเจอ “คอลัมน์สัมภาษณ์” โดยไม่สนใจว่าใครคนนั้นจะเป็นดาราหรือพ่อค้า หรือ “แม่ขาย” ผมอ่านบทสัมภาษณ์ก่อนหน้าไหน
นิตยสาร(ทั้งอ่านฟรีและแจกฟรี)ตามร้านกาแฟ ไม่ว่าเก่าเก็บ หรือเก่าแก่อย่างไร ผมใช้เทคนิคสแกน คือ พลิกอ่านลวกๆ ไล่ไปจนเจอคอลัมน์ที่ต้องการ &#8230; นิตยสารแทบทุกฉบับ จะมีบทสัมภาษณ์ดีๆ มีมากกว่าหนึ่ง
ไปๆ มาๆ นิสัยสอดรู้สอดเห็นของผม ลามตามจากหน้าหนังสือมาถึงหน้าทีวี ถ้าเลือกได้ ผมเลือกนั่งดู “บทสัมภาษณ์” ในทีวี มากกว่า นั่งดูบทเจ้าชู้ บทขี้อิจฉาในละครน้ำข้น
ดำรง [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&blog=1264318&post=1956&subd=culturegap&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>&#8230; พยายามสอดส่องความสนใจตัวเองหลายครั้งจนมั่นใจว่า มีนิสัยสอดรู้สอดเห็นเรื่องคนอื่น – เป็นมานาน เรื่องนี้คงต้องโทษพ่อ จริงนะ พ่อสอนมาอย่างนั้น</p>
<p>พ่อบอกว่า ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ หรือ นิตยสาร &#8230; “หน้า”ที่น่าอ่านเป็นหน้าแรก คือ หน้าสัมภาษณ์ &#8230; บทสัมภาษณ์ของใครบางคน บางครั้งหมายถึงชีวิตของเขาทั้งชีวิต</p>
<p>“คุ้มไหมล่ะ อ่านหนึ่งนาที ได้รู้หนึ่งชีวิต” พ่อว่าอย่างนั้น</p>
<p>พ่อมีวิธีเนียนๆ สอนบทเรียนชีวิตให้เรา ตอนนั้นไม่รู้หรอกครับ แต่ตอนนี้ ทำอะไรจนได้ดิบดี ก็เพราะพ่อผู้มี “วิชั่น” นั่นแหละครับ !</p>
<p>ไม่ว่าหนังสือพิมพ์หัวเขียวหัวม่วง ผมเปิดสแกนไล่ตั้งแต่หน้าแรกเรื่อยไปจนเจอ “คอลัมน์สัมภาษณ์” โดยไม่สนใจว่าใครคนนั้นจะเป็นดาราหรือพ่อค้า หรือ “แม่ขาย” ผมอ่านบทสัมภาษณ์ก่อนหน้าไหน</p>
<p>นิตยสาร(ทั้งอ่านฟรีและแจกฟรี)ตามร้านกาแฟ ไม่ว่าเก่าเก็บ หรือเก่าแก่อย่างไร ผมใช้เทคนิคสแกน คือ พลิกอ่านลวกๆ ไล่ไปจนเจอคอลัมน์ที่ต้องการ &#8230; นิตยสารแทบทุกฉบับ จะมีบทสัมภาษณ์ดีๆ มีมากกว่าหนึ่ง</p>
<p>ไปๆ มาๆ นิสัยสอดรู้สอดเห็นของผม ลามตามจากหน้าหนังสือมาถึงหน้าทีวี ถ้าเลือกได้ ผมเลือกนั่งดู “บทสัมภาษณ์” ในทีวี มากกว่า นั่งดูบทเจ้าชู้ บทขี้อิจฉาในละครน้ำข้น</p>
<p>ดำรง (พุฒตาล), วิทวัส , ไตรภพ, สัญญา, สุทธิพงษ์ (ธรรมวุฒิ) &#8230; บอกไม่หมดหรอกครับ</p>
<p>จะเป็นด้วยเหตุนี้หรือเปล่าไม่ทราบ ผมจึงไม่ค่อย”ผูกพัน” กับ “วรรณกรรม” มากเท่าชีวิตจริง ทั้งที่หลังๆ มีนักสัมภาษณ์มือดี ออกมาเปิดใจว่า “บทสัมภาษณ์ทำให้ดีได้ เพราะมีคนคอยปรับแก้ &#8211; ตัดต่อให้”</p>
<p>ชีวิตที่ผิดพลาด – มันก็ผิดพลาดล่ะครับ จะให้ปรับแก้ตัดต่ออย่างไรได้ อย่างดีก็แค่เปลี่ยนจาก Crash เป็น Soft landing ผมเข้าใจว่าทำได้แค่นั้น</p>
<p>หนังสือหลายเล่มที่ซื้อ มาสังเกตภายหลัง จึง(เพิ่ง)เห็นว่า แม้ไม่ใช่บทสัมภาษณ์ แต่หากเป็นการพูดคุยกันผ่านตัวหนังสือระหว่าง เขากับเขา อย่าง ความน่าจะเป็นคนเส้นขนาน ระยะทางอันห่างใกล้ จดหมายจากนักเขียนหนุ่ม หรือ &#8220;วินทร์ เลียววาริณ คุยกับหนอน&#8221; ฉบับ Limited Edition (2552) &#8230; ผมก็จับเอามาวางไว้ในหมวด “สอดรู้สอดเห็น” ทั้งหมด</p>
<p>ลืมบอกไป สิ่งที่ได้นอกเหนือจากการเรียนรู้ชีวิต การอ่านบทสัมภาษณ์มาก ทำให้เราตั้งคำถามเป็น &#8230; “คำถาม” นี่สำคัญนะครับ คุณตั้งคำถามกับตัวเองผิด ชีวิตล่องลอยเค้งเต้งเลยนะ จะบอกให้ เอาไว้ค่อยคุยกันใหม่ เฉพาะเรื่องนี้</p>
<p>ขุนอรรถ</p>
<p>ปล. ผมไม่มีส่วนได้เสีย และไม่ได้ตั้งใจโฆษณาหนังสือให้ &#8230; คุณก็รู้ ?</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-1955" title="winbook_resize" src="http://culturegap.files.wordpress.com/2009/09/winbook_resize.jpg?w=800&#038;h=490" alt="winbook_resize" width="800" height="490" /></p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/culturegap.wordpress.com/1956/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/culturegap.wordpress.com/1956/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/culturegap.wordpress.com/1956/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/culturegap.wordpress.com/1956/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/culturegap.wordpress.com/1956/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/culturegap.wordpress.com/1956/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/culturegap.wordpress.com/1956/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/culturegap.wordpress.com/1956/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/culturegap.wordpress.com/1956/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/culturegap.wordpress.com/1956/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&blog=1264318&post=1956&subd=culturegap&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://culturegap.wordpress.com/2009/09/01/winbook/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">ขุนอรรถ</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://culturegap.files.wordpress.com/2009/09/winbook_resize.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">winbook_resize</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Gran Torino เรื่องน่าเบื่อ แต่ &#8230;</title>
		<link>http://culturegap.wordpress.com/2009/08/24/gran-torino/</link>
		<comments>http://culturegap.wordpress.com/2009/08/24/gran-torino/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 24 Aug 2009 13:11:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ขุนอรรถ</dc:creator>
				<category><![CDATA[age gap]]></category>
		<category><![CDATA[family gap]]></category>
		<category><![CDATA[life gap]]></category>
		<category><![CDATA[คนตรง]]></category>
		<category><![CDATA[คุณตา]]></category>
		<category><![CDATA[clint east wood]]></category>
		<category><![CDATA[gran torino]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/?p=1948</guid>
		<description><![CDATA[ญาติๆ บอกว่า คุณตาเป็นคนดุ ผมว่า อย่างนี้เรียก &#8211; ดื้อ
.
วัยเด็ก : ผมเกิดและเติบโตในบ้านไม้ 3 หลัง บนถนนสุขุมวิท ซอย 65
ใช่ครับ สุขุมวิท 65
แม่ว่า ไม้ทั้งหมดเลาะมาจากบ้านใหญ่ บนถนนสุขุมวิท ซอย 11
ใช่ครับ สุขุมวิท 11
.
หลังหนึ่ง ครอบครัวผม พ่อ แม่ พี่ และ น้อง
หลังหนึ่งของคุณตา อีกหลังหนึ่งของคุณยาย
แม่ว่า คุณตาโกรธคุณยาย หรือ คุณยายโกรธคุณตา ไม่แน่
ที่แน่ๆ ตั้งแต่นั้นมา คุณตาคุณยาย ไม่เคยอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน
.
แม่เล่าว่า สมัยคุณตาเป็นนายอำเภอเยาวราช
ใช่ครับ เยาวราช
ตรุษจีนทีไร พ่อค้าเชื้อจีนเดินขวั่กไขว่เต็มใต้ถุนบ้าน (ซอย 11)
เถ้าแก่เนี้ยะนางหนึ่ง ทองเต็มตัว เดินถือถาดใส่ไก่ต้มขึ้นไปบนบ้าน
ไหว้คุณตาเสร็จก็เดินเอาไก่ไปวางในครัว ยายรับของแล้วคืนถาด
.
&#8230; ยายเรียกตาเข้าครัวไปดูอะไรบางอย่าง
ใต้ผ้าทองรองถาดของเถ้าแก่เนี้ยะมีเงินหลายหมื่น
- เฉียดล้านเมื่อเทียบกับค่าเงินวันนี้
.
ฮ่าฮ่า คุณตาปูผ้าทองบนถาดที่ว่าก่อนวางไก่ต้ม
เดินออกไปชานบ้านไม้ แล้วโยนทั้งถาด !
ตั้งแต่นั้นมา &#8230; พ่อค้าไม่เคยกล้าทำอะไรแบบนั้นอีก
.
คงไม่แปลก เพราะสมัยตาเป็นผู้ใหญ่บ้าน ก็ยืนด่านายอำเภอ
สมันเป็นนายอำเภอก็มีเรื่องกับ สส. ฯลฯ
.
แม่เล่าว่า [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&blog=1264318&post=1948&subd=culturegap&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>ญาติๆ บอกว่า คุณตาเป็นคนดุ ผมว่า อย่างนี้เรียก &#8211; ดื้อ</p>
<p>.</p>
<p>วัยเด็ก : ผมเกิดและเติบโตในบ้านไม้ 3 หลัง บนถนนสุขุมวิท ซอย 65</p>
<p>ใช่ครับ สุขุมวิท 65</p>
<p>แม่ว่า ไม้ทั้งหมดเลาะมาจากบ้านใหญ่ บนถนนสุขุมวิท ซอย 11</p>
<p>ใช่ครับ สุขุมวิท 11</p>
<p>.</p>
<p>หลังหนึ่ง ครอบครัวผม พ่อ แม่ พี่ และ น้อง</p>
<p>หลังหนึ่งของคุณตา อีกหลังหนึ่งของคุณยาย</p>
<p>แม่ว่า คุณตาโกรธคุณยาย หรือ คุณยายโกรธคุณตา ไม่แน่</p>
<p>ที่แน่ๆ ตั้งแต่นั้นมา คุณตาคุณยาย ไม่เคยอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน</p>
<p>.</p>
<p>แม่เล่าว่า สมัยคุณตาเป็นนายอำเภอเยาวราช</p>
<p>ใช่ครับ เยาวราช</p>
<p>ตรุษจีนทีไร พ่อค้าเชื้อจีนเดินขวั่กไขว่เต็มใต้ถุนบ้าน (ซอย 11)</p>
<p>เถ้าแก่เนี้ยะนางหนึ่ง ทองเต็มตัว เดินถือถาดใส่ไก่ต้มขึ้นไปบนบ้าน</p>
<p>ไหว้คุณตาเสร็จก็เดินเอาไก่ไปวางในครัว ยายรับของแล้วคืนถาด</p>
<p>.</p>
<p>&#8230; ยายเรียกตาเข้าครัวไปดูอะไรบางอย่าง</p>
<p>ใต้ผ้าทองรองถาดของเถ้าแก่เนี้ยะมีเงินหลายหมื่น</p>
<p>- เฉียดล้านเมื่อเทียบกับค่าเงินวันนี้</p>
<p>.</p>
<p>ฮ่าฮ่า คุณตาปูผ้าทองบนถาดที่ว่าก่อนวางไก่ต้ม</p>
<p>เดินออกไปชานบ้านไม้ แล้วโยนทั้งถาด !</p>
<p>ตั้งแต่นั้นมา &#8230; พ่อค้าไม่เคยกล้าทำอะไรแบบนั้นอีก</p>
<p>.</p>
<p>คงไม่แปลก เพราะสมัยตาเป็นผู้ใหญ่บ้าน ก็ยืนด่านายอำเภอ</p>
<p>สมันเป็นนายอำเภอก็มีเรื่องกับ สส. ฯลฯ</p>
<p>.</p>
<p>แม่เล่าว่า ลูกชายคนโตของตา พี่ชายของแม่ ลุงของผม</p>
<p>เรียนเก่งมาก เอากรอบใส่ปริญญาเรียงบนกำแพง จนแน่น</p>
<p>เป็นนายอำเภอ เป็นผู้ว่าฯ เป็น สส.</p>
<p>เดินตามรอยเท้าพ่อเป๊ะ</p>
<p>.</p>
<p>วันหนึ่ง ลุงกลับมาเยี่ยมตา แต่งตัวเข้าบ้านมาอย่างเท่</p>
<p>เอลวิสแต่งยังไง ลุงก็แต่งมายังงั้น โดยเฉพาะปอยผม</p>
<p>ลุงคงม้วนปอยอันเก่งมาอย่างสวย</p>
<p>.</p>
<p>“ฉับ!” ตาหยิบกรรไกรขึ้นมาตัดปอยผมลุงตอนไหนไม่รู้</p>
<p>.</p>
<p>รู้แต่ปอยผมของลุงแหว่งไล่ไปเกือบถึงกลางหัว</p>
<p>ตั้งแต่นั้นมา ลุงกับตา ไม่เผาผีกัน</p>
<p>.</p>
<p>พ่อได้นกเสียงดีมาเลี้ยงในกรง ตอนเช้าไม่เห็นนกแล้ว</p>
<p>ตาปล่อยมัน บอกว่า นกเป็นของฟ้า</p>
<p>.</p>
<p>ผม, พี่และน้อง จับปลาทอง ตาคว้ากิ่งมะยมไล่ตี</p>
<p>- ว่าทรมานสัตว์</p>
<p>.</p>
<p>วัยมัธยมต้น : เราขายบ้านและที่ดินในซอย 65 เพื่อล้างหนี้</p>
<p>แม่เล่าว่า เป็นหนี้พนันเก่าๆ ค้างคากันมาตั้งแต่บ้านซอย 11</p>
<p>&#8230; ย้ายมาอยู่เมืองนนท์ จนวันสุดท้ายของตา</p>
<p>.</p>
<p>ผมยังจำได้ดี ตาชอบนั่งรถเมล์หวานเย็นไปซื้อของที่ตลาดนนท์</p>
<p>ถั่วลิสง (ทำถั่วหวานโรยงา) แป้ง (ทำครองแครงรสเค็ม)</p>
<p>และ ล๊อตตารี่ ขึ้นต้นอะไรก็ได้ ลงท้าย – 316</p>
<p>.</p>
<p>หลังๆ ตาเดินไม่ไหว</p>
<p>ครั้งหนึ่งตาหลงๆ ลืมๆ นั่งรถหายไป ตามหาค่อนวัน</p>
<p>ครั้งหนึ่ง เคยไปโดนขโมยแย่งกระเป๋า แต่เอาไปไม่ได้</p>
<p>- ขโมยแพ้ไม้ตะพดเสียก่อน (ตาคุยโม้หลายวัน)</p>
<p>.</p>
<p>ตาเดินไม่ไหว ตาใช้แม่ แม่ใช้ผมไปซื้อของจากตลาดมาให้</p>
<p>ผมเบื่อจะตาย ขัดใจก็ไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องหวย</p>
<p>.</p>
<p>วันหนึ่ง อดใจไว้ไม่ไหว ถามตาไป &#8230;</p>
<p>“จะซื้อหวยทำไม ซื้อไปไม่เห็นเคยถูกสักงวด”</p>
<p>.</p>
<p>คุณตาอายุ 84 นุ่งผ้าขาวม้านั่งอยู่กับพื้นห้อง</p>
<p>พูดคล้ายคนติดอ่าง น้ำเสียงสั่นงั่กๆ ว่า</p>
<p>.</p>
<p>“คนอยู่ได้ด้วยความหวัง ชีวิตไม่มีอะไรให้หวัง ไม่น่าอยู่</p>
<p>ถ้าถูกล๊อตตารี่ จะซื้อบีเอ็ม 316 ให้แม่แก”</p>
<p>ตาเห็นโฆษณารถบีเอ็มจากหนังสือพิมพ์</p>
<p>.</p>
<p>ก่อนวันสุดท้ายไม่นาน ผมคุยกับตาอย่างที่เขียนไว้เมื่อปลายปี 50</p>
<p>คุณตากลับมา &#8230; นับดาว &#8230; คืนส่งท้ายปี!</p>
<p><a href="http://culturegap.wordpress.com/2007/12/31/grand-pa/">http://culturegap.wordpress.com/2007/12/31/grand-pa/</a></p>
<p>.</p>
<p>ดู Gran Torino แล้วคิดถึงคุณตาจัง</p>
<p>.</p>
<p>ขุนอรรถ</p>
<p>.</p>
<p>ปล. โปสเตอร์นี่ ปู่คลิ้นท์หุ่นดี จะว่าไปดูคล้าย &#8220;คนเหล็ก&#8221;</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-1949" title="gran-torino_resize" src="http://culturegap.files.wordpress.com/2009/08/gran-torino_resize.jpg?w=450&#038;h=337" alt="gran-torino_resize" width="450" height="337" /></p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/culturegap.wordpress.com/1948/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/culturegap.wordpress.com/1948/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/culturegap.wordpress.com/1948/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/culturegap.wordpress.com/1948/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/culturegap.wordpress.com/1948/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/culturegap.wordpress.com/1948/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/culturegap.wordpress.com/1948/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/culturegap.wordpress.com/1948/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/culturegap.wordpress.com/1948/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/culturegap.wordpress.com/1948/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&blog=1264318&post=1948&subd=culturegap&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://culturegap.wordpress.com/2009/08/24/gran-torino/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">ขุนอรรถ</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://culturegap.files.wordpress.com/2009/08/gran-torino_resize.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">gran-torino_resize</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>หมาตัวล่าง*</title>
		<link>http://culturegap.wordpress.com/2009/08/18/underdog/</link>
		<comments>http://culturegap.wordpress.com/2009/08/18/underdog/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 18 Aug 2009 08:47:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ขุนอรรถ</dc:creator>
				<category><![CDATA[mind gap]]></category>
		<category><![CDATA[politics gap]]></category>
		<category><![CDATA[Anti-social]]></category>
		<category><![CDATA[ชนชั้น]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมที่ต้องปาหินใส่]]></category>
		<category><![CDATA[อ.นิธิ เอียวศรีวงศ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturegap.wordpress.com/?p=1941</guid>
		<description><![CDATA[ผมติดตามผลงานของ อ.นิธิ เอียวศรีวงศ์ ได้ไม่นาน จะเรียกว่าอ่านเป็นระยะๆ ก็ไม่เชิง เพราะอ่านบ้างไม่ได้อ่านบ้าง เอาเป็น “ระยะห่างๆ” คงพอไหว หลังๆ เห็นคนโดนต่อว่าอาจารย์เรื่องส่วนตัวให้เสียหาย ชั่งน้ำหนักแล้ว และลองตัดคติคับแคบออกไป – ยิ่งอ่านก็ยิ่งชอบ คือบทสรุปส่วนตัวครับ
บทความล่าสุดเรื่อง “สังคมที่ต้องปาหินใส่” ของ อ.นิธิ ในมติชนสุดสัปดาห์ 14-20 สิงหาคม 52 น่าอ่านเหมือนเดิม เชิญชวนหาฉบับเต็มๆ มาอ่าน แต่เพื่อไม่ให้อารมณ์ของคุณค้าง เชิญอ่านฉบับย่อ(แอนด์ล้อ)
&#8230; ตอนนี้ การปาหิน ระบาดไปทั่ว สร้างความวิตกกังวลแก่คนสันจรไปมา นักวิชาการสายจิตวิทยา ออกมาฟันธงว่า คนปาหินถือเป็นพวกพิการ(ทางจิต) อันเกิดจากครอบครัวแตก บ้านแยก สาแหรกวิ่น หรืออะไรเทือกนั้น
นอกจากปัญหาส่วนตัว(ปัจเจก)แล้ว พฤติกรรมดังกล่าวอาจเกิดจากปัญหาสังคมก็ได้ พฤติกรรมแบบนี้ ฝรั่งเรียกว่า “Anti-social” หรือ พฤติกรรมต่อต้านสังคม
ที่เรียกว่า “ต่อต้านสังคม” ก็เพราะ ผู้ปาหิน กับ ผู้ถูกหินปา ไม่รู้จักมักจี่กันมาก่อน กล่าวคือ ผู้ปาหินไม่ได้ประสงค์ทำร้ายผู้ถูกหินปาเป็นการส่วนตัว เมื่อไม่มีอะไรสักอย่างที่ตัวอาจสัมพันธ์ด้วย [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&blog=1264318&post=1941&subd=culturegap&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>ผมติดตามผลงานของ อ.นิธิ เอียวศรีวงศ์ ได้ไม่นาน จะเรียกว่าอ่านเป็นระยะๆ ก็ไม่เชิง เพราะอ่านบ้างไม่ได้อ่านบ้าง เอาเป็น “ระยะห่างๆ” คงพอไหว หลังๆ เห็นคนโดนต่อว่าอาจารย์เรื่องส่วนตัวให้เสียหาย ชั่งน้ำหนักแล้ว และลองตัดคติคับแคบออกไป – ยิ่งอ่านก็ยิ่งชอบ คือบทสรุปส่วนตัวครับ</p>
<p>บทความล่าสุดเรื่อง “สังคมที่ต้องปาหินใส่” ของ อ.นิธิ ในมติชนสุดสัปดาห์ 14-20 สิงหาคม 52 น่าอ่านเหมือนเดิม เชิญชวนหาฉบับเต็มๆ มาอ่าน แต่เพื่อไม่ให้อารมณ์ของคุณค้าง เชิญอ่านฉบับย่อ(แอนด์ล้อ)</p>
<p>&#8230; ตอนนี้ การปาหิน ระบาดไปทั่ว สร้างความวิตกกังวลแก่คนสันจรไปมา นักวิชาการสายจิตวิทยา ออกมาฟันธงว่า คนปาหินถือเป็นพวกพิการ(ทางจิต) อันเกิดจากครอบครัวแตก บ้านแยก สาแหรกวิ่น หรืออะไรเทือกนั้น</p>
<p>นอกจากปัญหาส่วนตัว(ปัจเจก)แล้ว พฤติกรรมดังกล่าวอาจเกิดจากปัญหาสังคมก็ได้ พฤติกรรมแบบนี้ ฝรั่งเรียกว่า “Anti-social” หรือ พฤติกรรมต่อต้านสังคม</p>
<p>ที่เรียกว่า “ต่อต้านสังคม” ก็เพราะ ผู้ปาหิน กับ ผู้ถูกหินปา ไม่รู้จักมักจี่กันมาก่อน กล่าวคือ ผู้ปาหินไม่ได้ประสงค์ทำร้ายผู้ถูกหินปาเป็นการส่วนตัว เมื่อไม่มีอะไรสักอย่างที่ตัวอาจสัมพันธ์ด้วย ลักษณะนี้อาจเรียกรวมๆ ได้ว่า “สังคม” – คนปาต้องการให้หินวิ่งเข้าชน(กระจก)สังคม !</p>
<p>นอกจาก “ปาหิน” แล้ว ยังมีพฤติกรรมต่อต้านสังคมอีกหลายอย่าง เช่น ไม่กี่ปีก่อน วัยรุ่นเชียงใหม่ขี่มอเตอร์ไซด์ไล่ฟันคนเดินถนน หรือ คนพันธุ์(ระ)อาที่รบพุ่งกันอยู่ในกรุงเทพฯ ตอนนี้ข่าวว่าระบาดลงมาถึงคนพันธุ์มะ (มะทายม) อีกด้วย หรือการพ่นสีในที่สาธารณะ การทำลายป้ายโดยสาร ตู้โทรศัพท์ การขโมยสายไฟ ฯลฯ</p>
<p>คนขโมยสายไฟ ก็รู้แก่ใจว่า ชาวบ้านเขาจะเดือดร้อน แต่เพราะ “เขาเป็นคนอื่น” ไม่ใช่พวกเรา คนขโมยเขาเลยไม่ต้องคิดมาก &#8230; สังคมจะตั้งอยู่ได้ ก็ด้วยต่างคนต่างไม่รู้สึกแปลกแยกว่า คนที่อยู่ร่วมกัน(ในสังคม)เป็นคนอื่นคนไกล</p>
<p>สำนึกทางสังคมหายไปในคนไทยปัจจุบัน เพราะเวลานี้ คนไทยมีความแตกแยกสูงมาก ความแตกแยกอันเกิดจากความเหลื่อมล้ำต่ำสูง ทั้งทางเศรษฐกิจ การศึกษา อำนาจทางการเมือง ฯลฯ</p>
<p>ความเหลื่อมล้ำทางสังคม ทำให้คนบางกลุ่มอยู่สูง และทำให้บางกลุ่มอยู่ต่ำกว่า (อ.นิธิ เรียกว่า) “หมาตัวล่าง” (Underdog) ยกตัวอย่าง เพื่อนเรียนปวช. จะอยู่ต่ำ(ชั้น)กว่าเพื่อนเอ็นท์ติด ไม่ว่าจะเป็นเพราะรวยกว่า เก่งกว่า หรืออะไรก็ตาม – เรียน ปวช ต่ำกว่า เรียนมหา’ลัย อยู่ดี</p>
<p>เป็นหมาตัวล่างยังไม่พอ แต่โอกาสจะใช้ปากกัดเท้าถีบให้ลูกหลานเขยิบขึ้นชั้นเป็น “หมาตัวบน” ก็ยังไม่มีอีกด้วย &#8230; นี่คือความหมายแท้จริงของ “ชนชั้น” – ชนชั้นของแท้ ต้องสามารถสืบต่อจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่งได้  (อ.นิธิว่า)</p>
<p>หลักฐานปรากฏว่า พวกก่อเหตุปาหิน พวกไล่ฟันชาวบ้าน อาชีวะอันธพาล ฯลฯ ล้วนเป็นหมาตัวล่าง แทบทั้งสิ้น &#8230; หมาตัวบน อย่าง สวนกุหลาบ ราชวินิต เคยยกพวกตีกันไหม – ไม่มี</p>
<p>จริงอยู่ มนุษย์มักลอกเลียนกันเพื่อให้มีสถานภาพสูงขึ้น อย่างน้อยก็สูงขึ้นในแวดวงของตน ดังนั้น เหตุใดคนพันธุ์อา จึงไม่ลอกเลียนแบบนักเรียนสวนกุหลาบเล่า? คำตอบก็คือ เพราะแวดวงของทั้งสองต่างกัน</p>
<p>&#8230; คนพันธุ์อา (หมาตัวล่าง) คือคนหมู่น้อย ที่เลือกให้ตัวเองมีสถานภาพสูงขึ้นในแวดวงตัวเอง มากกว่าในสังคมวงกว้าง (คนส่วนใหญ่) &#8211; Why? ก็เพราะแวดวงของหมาตัวล่างถูกตัดขาดจากสังคมวงกว้างของคนส่วนใหญ่(น่ะสิครับ)</p>
<p>สังคมวงกลว้างนั่นแหละ บีบให้พวกเขาเป็นหมาตัวล่าง ดังนั้น สังคมวงกว้าง จึงเป็นเป้าหมายของการแก้แค้น ! (อ่านถึงตรงนี้ ขอใช้ภาษาอังกฤษอีกที &#8230; โ_ค_ต_ร_เ_ก็_ท เลย)</p>
<p>การตามจับคนปาหินนั้นต้องทำให้ได้ และต้องทำต่อไป แต่แค่นั้นไม่พอ นักการเมืองและนักวิชาการต้องพิจารณาให้ลึกกว่านั้น อย่างน้อยก็ต้องพยายามทำให้สังคมไทย เป็นสังคมแห่งความหวังสำหรับหมาทุกตัว เอ้ย สำหรับคนทุกคน ทั้งที่อยู่ชั้นบนและชั้นล่าง</p>
<p>นอกจากนั้น รัฐต้องไม่ปล่อยให้ หมาตัวบน(บางตัว) แสดงพฤติกรรมต่อต้านสังคมอย่างออกหน้า(ด้านๆ) อย่าง พวกปล่อยมลพิษ ผลิตน้ำเสีย ทำลายพืชผัก ลำน้ำ ไร่นา ตลอดจน ทำให้ชาวบ้าน(หมาตัวล่าง)ตายฟรีอย่างที่เห็นเป็นเรื่องธรรมดา ทุกวันนี้</p>
<p>“ในสภาพเช่นนี้ พฤติกรรมต่อต้านสังคมหาได้เป็นที่น่ารังเกียจแต่อย่างไร โดยเฉพาะแก่ “หมาตัวล่าง” อ.นิธิ สรุป</p>
<p>คารวะ</p>
<p>ขุนอรรถ</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-1942" title="underdog_poster_resize" src="http://culturegap.files.wordpress.com/2009/08/underdog_poster_resize.jpg?w=337&#038;h=500" alt="underdog_poster_resize" width="337" height="500" /></p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/culturegap.wordpress.com/1941/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/culturegap.wordpress.com/1941/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/culturegap.wordpress.com/1941/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/culturegap.wordpress.com/1941/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/culturegap.wordpress.com/1941/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/culturegap.wordpress.com/1941/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/culturegap.wordpress.com/1941/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/culturegap.wordpress.com/1941/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/culturegap.wordpress.com/1941/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/culturegap.wordpress.com/1941/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=culturegap.wordpress.com&blog=1264318&post=1941&subd=culturegap&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://culturegap.wordpress.com/2009/08/18/underdog/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">ขุนอรรถ</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://culturegap.files.wordpress.com/2009/08/underdog_poster_resize.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">underdog_poster_resize</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>