อันว่า … การไม่มี เครดิต(การ์ด)เป็นลาภอันประเสริฐ!?

แรกๆ (ประมาณ 1950-1960) เครดิต เป็นเรื่องระหว่าง พ่อค้า และ ลูกค้า ตกลงกันว่า จะซื้อขายสินค้า โดยไม่ต้องใช้เงินสด … รวมเรียกว่า Form of creditในปี 1958 หลัง AMEX หรือ American Express คลอดได้ไม่นาน ธนาคารแห่งสหรัฐฯ ก็ออกบัตรเครดิตชื่อ Americard ต่อมาเห็นว่าชื่อนี้(โคตร)เชย … เลยเปลี่ยนใหม่เป็น VISA  Traveling salesman (ส่วนใหญ่เจ้าชู้?) ที่ต้องเดินทาง ไปโน่นมานี่ กินเลี้ยงกับลูกค้า (ด้วยเงินบริษัท) ค่อยๆ สร้างภาพลักษณ์ใหม่ ให้กับบัตรเครดิต   

ประมาณต้นปี 1960 Frank McNamara มองเห็นว่า อากับกริยาขณะจ่ายเงิน ค่าอาหารเลี้ยงสาวๆ ดูไม่ใคร่น่าพิสมัยนัก จึงออกบัตรเครดิตใหม่ ใช้ชื่อว่า สโมสรต้อนสาว ด้วยข้าวเย็น (Dinner’s club)  

ลูกค้าหน้าบาง(และหวังกินไข่แดง?) รู้สึกดีไม่น้อย ที่มี Dinners’ คอยดูแลจ่ายเงินให้(ก่อน) ส่วนตัวเอง รอบิลค่าอาหารจาก Dinners’ ภายหลัง … ดูดีอย่างนี้ ชาร์จค่าบริการนิดหน่อย … รับได้   

บัตรเครดิต กลายเป็นเรื่องความสะดวกสบาย (Time-saving device) หรือ หน้าตา (Look) เสียมากกว่า เรื่องเครดิต (Form of credit) ตั้งแต่ตอนไหน ไม่มีใครรู้  

การมีเงินใช้เป็นเรื่องดี(กว่าไม่มี) แต่ต้องไม่ลืมว่า เงินนั้นเป็นของใคร?? คุณไทเกอร์ หวูดส์ เขามีเงินอยู่ในแบงค์หลายร้อย(ล้านเหรียญ) เป็นเงินปัจจุบัน … “Not (far) future money, like yours!!”   

คนไทย(รวมถึง Ku ด้วย) มักเข้าใจผิด โดยเฉพาะเวลาหน้ามืด (…เพราะหิวข้าว) คว้าบัตรทอง บัตรเงิน บัตรแพลตินั่ม มาใช้ ทั้งที่รู้ว่า (1) เงินปัจจุบันไม่พอจ่าย และ (2) ทั้งที่รู้ว่า เงินอนาคต (ยัง)ไม่ใช่เงินของเรา  

อีกหน่อย โฆษณาทีวีไทย น่าจะบังคับให้ มีคำบรรยายเร็วกว่าแสง! ในทำนองว่า … “ห้ามรูดเกินวันละ 2 ปื๊ด โปรดสังเกตคำเตือนบนหน้าภรรยา(และลูก)ก่อนรูดทุกครั้ง  

khun_aut  

Inspired by: หนี้สินคนกรุงเทพ (Blog: Let your money works for you.)