เพลงใหม่ … ดีเบต, ไม่รู้จักถาม? ไม่รู้จักฟัง!!

คอลัมน์ รู้ไปโม้ด ของน้าชาติ ประชาชื่น ให้ข้อมูลไว้ว่า การโต้วาทีระหว่างผู้สมัครเริ่มขึ้นครั้งแรกสมัยจอห์น เอฟ.เคนเนดี้ พรรคเดโมแครต กับ ริชาร์ด นิกสัน พรรครีพับลิกัน ซึ่งเป็นเวทีที่ได้รับความนิยมสูงสุด”  

Debate หรือ การโต้วาที (วาที เป็นคำบาลี/สันสกฤต แปลว่า speaker) เพิ่งจะ Pop กันในบ้านเรา ไม่กี่ปีที่ผ่านมานี่เอง … ? หรือ วัฒนธรรมไทย ไม่นิยมการเผชิญหน้า (ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ) เข้าทำนอง ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด อย่างที่ร้องกันนั่นแล  

สาระของการ โต้วาที ก็คือ ตอบกระทู้ (ที่ setup เอาไว้) ด้วยเหตุด้วยผล … ส่วน เหตุผลที่ว่านั้น จะตอบตามหลักวิชาการ (เอาเหตุผล) หรือ หลักวิชามาร (เอาเฮ เอาชนะ) มาประกอบ … อันนี้ก็แหล่วแต๊  

การโต้วาที จะโต้กันสองคน หรือมากกว่านั้นก็ได้ หรือ อาจจะจัดแบบ โต้เรียงคิว หรือ “โต้เป็นทีม” อย่างที่ พี่เน็ท (people-net) พยายามจัดอยู่ตอนนี้ ~~ นี่เอง  

ใช่! ผู้โต้(ตอบ) เป็น ตัวองค์ประกอบสำคัญ แต่ไม่อยากให้ ทิ้ง ประเด็นเรื่อง กระทู้ ที่จะโยนขึ้นไปถาม ให้พวกเขาโต้กัน เพราะ กระทู้ นี่แหละ จะเป็นตัวชี้วัด(หมายถึง ถ้าตายก็หามเข้าวัดได้เลย!) อย่างหนึ่งว่า ผู้จัด ตั้งใจจะได้ output อย่างไร(กันแน่?)  

ก่อนจะได้ฟังการ debate ระหว่าง “ใครหน้าไหน!” กับ “ไหนจมูกใคร!” … “คนฟัง” ลองตั้งคำถามขึ้นมาในใจ เสียก่อนดีไหม (เออ … ก็แกนั่นแหละ ฮา) ว่าแกคุณต้องการอะไร จากการ debate ครั้งนี้?

บางที สิ่งที่คุณต้องการ(ถาม) ผู้จัดก็ไม่ถามให้ และ สิ่งที่คุณอยากฟัง ผู้ตอบก็ไม่ตอบให้ชัด อาจเพราะ ทั้งคู่ ต่างให้ความสนใจ กับ (การสร้าง)ภาพ และ (การขาย)เสียง อยู่ ก็เป็นได้ … ถึงเวลานั้น เขาก็โบ้ยมาที่คุณ แล้วบอกว่า “ฟังไม่รู้เรื่องเอง” ทำนองเดียวกับเพลง “ไม่รู้จักฉัน? (ฉันก็)ไม่รู้จักแก!”

หากความรักเกิดในความฝัน
เราจุมพิตโดยไม่รู้จักกัน
ปฏิทินได้บอกคืนและวัน
ดั่งที่ฉันไม่เคยต้องการ

แต่อยากให้เธอได้พบกับฉัน
เราสมรสโดยไม่มองหน้ากัน
จูบเพื่อล่ำลาในความสัมพันธ์
ก่อนที่ฉันจะปล่อยเธอหายไป (โดยไม่รู้จักเธอ)

khun_aut