จา (มา จ๊ะ) จีจ้า … ปรัชญา ถามหา แม่ไม้ !

เมื่อกว่า 230 ปี มาแล้ว  
เชลยไทย นายหนึ่ง นามว่า … นายขนมต้ม
โดดเตะก้านคอชนะมวยพม่า 10 คนรวด
ต่อหน้าต่อตา พระเจ้ามังระ  

มวยไทย เริ่ม ส่งออก นับแต่นั้นมา  

ยิ่งฝรั่งมังค่า มาเห็นมวยไทย ในสนาม
ยิ่งทำให้ อึ้ง ทึ่ง และอยาก(เอา)ชนะ 

เพื่อนร่วมโลก ส่ง คาราเต้ เทควันโด ยูโด
Kick Boxing ~~~ มวยปล้ำ! มาชิงชัย 

แต่ส่วนใหญ่ เจ็บตัว เจ็บกระเป๋า! กลับบ้านไป  

มวยไทย เริ่มกลายเป็น วิชา ที่ชาวโลกสนใจ
ทั้งมาเรียนที่นี่ และ จ้างครูไทยไปสอน
อังกฤษ อเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น ฯลฯ 
 

(แล้วก็กลับมา ท้าเตะ กับ มวยไทย อีกที)   

วิชามวยไทย เน้นใช้อวัยวะ 6 ชนิด
หมัด ศอก แขนท่อนล่าง เท้า แข้ง และ เข่า  
ผสมกันจนเป็น แม่ไม้ ลูกไม้ ไม้ตาย ไม้เด็ด

อย่างเช่น สลับฟันปลา ปักษาแหวกรัง
อิเหนาแทงกริช ยกเขาพระสุเมรุ มอญยันหลัก ฯลฯ  

ครูมวย ต่างคน ต่างมีวิชาเฉพาะของตน   
ครูใต้ … มวยไชยา เน้นวงใน
ครูภาคกลาง … มวยลพบุรี เน้นชกฉลาด
ครูอีสาน … มวยโคราช เน้นเตะหนัก   

ครูภาคเหนือ … มวยท่าเสา รุนแรงติดเรท 
เคยชกมวยเขมรตาย จนต้องออกกฏ ใส่นวม 

กระแสมวยไทย peak สุดขีด ทันทีที่ องค์บาก เข้าฉาย  
ต่อด้วย ต้มยำกุ้ง … โทนี่ จา นำแสดง  

… และ ช้อคโกแลต ในอีกไม่กี่วัน
มี น้องจีจ้า (ญาติพี่จา?) แสดงนำ    

นับว่า มวยไทย พันธุ์ใหม่ ถือกำเนิดแล้ว   
ใช้ชื่อว่า มวยปรัชญา (ปิ่นแก้ว)  
ส่งออก แม่ไม้ ลูกไม้ ขายได้ ขายดี ทั่วโลก

khun_aut

prachaya.jpegjija.jpeg