… ใต้เสื่อของกระผม !

 

Ref: วันแม่ของผม : คุณประทีป

 

ใต้พรมของคุณประทีป กับ ใต้เสื่อของกระผม เหมือนและต่างกัน ขอรับ

 

แม่กับพ่อ ของกระผม แยกทางกัน ก่อนวัยมัธยมต้น

สถานที่ วันเวลาที่เราทั้งหมดห้าคน นั่งรวมกัน เพื่อร่ำลา … ผมยังจำได้ดี

หลายนาทีผ่านไป นานเหมือนหลายชั่วโมง … ผมไม่ได้เปิดปากเลย จนเมื่อ

 

พ่อว่า ลูกคงมีอะไรหลายอย่างในใจ … ลองพูดให้พ่อฟังบ้างสิ พ่อหันมาพูดกับผม

จบกัน … จริงอย่างพ่อว่า ผมมีอะไรอยากพูดมากมายเหลือเกิน

ก็ได้ … ผมบอกทุกอย่างไป ด้วยเสียงสะอึกสะอื้น ยกเว้นประโยคแรกประโยคเดียว …

 

พ่อกับแม่จะกลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิมไม่ได้เหรอ

จากนั้น หูของผมก็ไม่ได้ยินอะไรอีกเลย นอกจากเสียงน้ำตา …

 

.

.

.

 

แม่ดูแลเราสามคนพี่น้องอย่างเข้มแข็ง … จนหลายครั้งเหมือนว่า แข็งไป 

ถึงผมคิดช้า แต่ในที่สุดก็คิดได้ … 

แม่จำเป็นต้องเข้มแข็ง ถ้าแม่ไม่เข้มแข็งเสียแล้ว เราสามคนพี่น้องจะอยู่กันได้อย่างไร

จะเรียนอะไร เติบโตขึ้นมาอย่างไร ไม่อยากจินตนาการ …

 

.

.

.

 

ปลาดุกย่างสามตัว จากร้านค้าหน้ากระทรวงสาธารณสุข

เมื่อแม่เอามาคลุกกับข้าวร้อนๆ ควันฉุย โพยตัวขึ้นมา จากกะละมังสังกะสีลูกใหญ่ 

แม่เหยาะน้ำปลาพอหอม … นั่นเป็นมื้อเย็นที่อร่อยที่สุดในโลก

 

ผมยอมแลกทุกอย่างที่มีในตอนนี้ เพื่อกลับไปนั่งล้อมวงให้แม่ป้อนข้าวด้วยมืออีกครั้ง 

 

แต่กระนั้นก็เถอะ แม่กับผมก็แตกต่างกัน หรือ ผมกลายเป็น พ่อ ในสายตาของแม่  

ผมมีเวลาอยู่ในโลกความฝันบ่อยๆ ส่วนแม่มีเวลาให้เฉพาะแต่โลกความจริง

 

แม่รักพี่ชาย รักน้องสาว … ดูเหมือนว่าจะรักพวกเขามากกว่าผม

จะเรียก คิดสั้น หรือ คิดโง่ๆ ก็ตาม … แต่ผมเคยคิดแบบนั้น

ความตั้งใจที่จะมีลูกคนเดียว ของผม อาจเกิดจากปมที่ว่า ก็เป็นได้  

 

งานบ้านน่ะเหรอ … ซักผ้า กวาดถูบ้าน ล้างจาน รดน้ำต้นไม้

ผมรับเหมาทำเสียส่วนใหญ่ พี่ก็ออกไปทำงานแล้ว น้องก็รับงานเขียนบทมาทำที่บ้าน

แม่ว่า ช่วยๆ กัน … ผมว่าผมทำคนเดียวมากกว่า

 

เช้าเย็น เสาร์อาทิตย์ … ผมอยู่กับงานที่ว่ามาได้ตั้งนาน โดยไม่คิดอะไร

แต่ทันทีที่ คิด … ชีวิตก็เหมือนเดินขึ้นเขา ยิ่งสูง ยิ่งนาน ยิ่งเหนื่อย ยิ่งท้อ

 

วันหนึ่ง ผมเก็บของเดินออกมา แล้วปักหลักนอนบ้านเพื่อนเสียอย่างนั้น  

พี่ป้าน้าอาควานหาตัว และ หว่านล้อมให้กลับไป … แม่รออยู่

… ผมไม่เชื่อ

 

จากลูกชายที่นอนตักแม่จนใครๆ อิจฉาในวันก่อน กลายเป็นผม ลูกที่เดินจากมา  

เหมือนไม่รักแม่ เหมือนแม่ไม่รัก

 

โชคดีที่เลือดจากแม่เข้มข้น ผมตั้งใจ เอาดี ไม่อย่างนั้น ไม่คิดย้อนกลับบ้าน

จาก เมสเซนเตอร์เจอร์ เป็น ผู้จัดการ … สองบริษัท ในวันนี้

แม้จะเป็นบริษัทเล็กๆ แต่เครดิตทั้งหมด ผมยกให้แม่(ครับ)

 

เพราะความเข้มแข็งนั่นไง

เพราะรู้จักจัดการ โลกแห่งฝัน และ โลกแห่งความจริง

เพราะการทำงานเพื่องานอย่างแม่ ผมจึงมีวันนี้ … มีทุกอย่างในวันนี้

 

แม่ยอมทิ้งความฝันเพื่อลูกได้ ลูกจะยอมทิ้งมันเพื่อแม่ได้บ้างไหม

ผมได้แต่ถามตัวเองในเวลานั้น …

 

.

.

.

 

เชื่อเถอะครับ คุณประทีป เราต่างมีเลือดพ่อและแม่เข้มข้นอยู่ภายใน

ไม่สำคัญเลยว่าท่านจะอยู่ที่ไหน ท่านได้ฝากของขวัญยิ่งใหญ่เอาไว้  

 

 

มันวิ่งผ่านหัวใจของเรา … ทุกวัน

 

 

คารวะ

 

ขุนอรรถ

 

– เติม –

สาระสำคัญที่ตกล่นหล่น คือ วันนี้ แม่ยังยิ้มอยู่ ผมเทียวกราบแม่เป็นระยะ

พ่อกับแม่เป็นกัลยานมิตรกัน ห่วงใยกันตามสมควร

แม่ยังดูแลน้องสาว (หรือน้องสาวดูแลแม่ … คงผลัดกัน)

 

 

อ้อ … ผมกลับบ้านหลังจากเดินออกมาได้แค่ไม่ถึงปี