ลาก่อน … หลวงพระบาง !

 

 

เพราะคุณ Always Lek แท้ๆ เชียว จึงต้องควักกระเป๋า จ่ายเงินซื้อ VCD “สบายดี หลวงพระบาง” มาเบิ่ง !

 

นอนดูจนหนังจบ สรุปว่า ไม่ได้ดู ก็ไม่ต้องเสียดายอะไร เป็นหนังรักโรแมนติกตื้นๆ เบๆ (เบสิก เบสิก) ของคู่ต่างทางวัฒนธรรม และ ติดป้าย the one you love ของ พ่อGlenn Frey ณ อีเกิ้ล เข้าไปอีกนิดหน่อย …

 

Are you gonna stay with the one who loves you
Or are you goin’ back to the one you love?
Someone’s gonna cry when they know they’ve lost you
Someone’s gonna thank the stars above

 

คนซื้อตั๋วไปดูหนังเรื่องนี้ คงหวังแค่ได้นั่งมองหน้าพระเอกแห่งยุค อนันดา (เอฟเวอริงแฮม) โดยทั้งเขาทั้งเราไม่เขินจนอ้วก (ฮา) ส่วนโพรดักชั่น ก็โซๆ งั้นๆ … แปลกใจอยู่บ้าง เพราะไม่คิดว่า ลาวจะมีน้ำตกสวยมากขนาดนั้น” 

 

ว่าจะไม่เอาไปวางเทียบกับ Good Morning, Vietnam แล้วเชียว แต่ก็อดไม่ได้ … เพราะอย่างไรเสีย อนันดา ก็หล่อล่ำกว่า อีตา พ่อโรบิน วิลเลี่ยม เป็นไหนๆ ส่วนคุณจิตรา ก็น่ารักกว่า คำลี่ พันละวง หลายช่วงตัว 

มีประเด็นเล็กๆ ให้สังเกตุว่า เหตุใด ฝรั่งเจอสาวเอเซียเป็นไม่ได้ … ตกหลุม ตกร่อง(ป่องชิ้น) จิ้มจุ่มกันไปก็หลายคู่ จะว่าเพราะ สด(ใส) ดูซื่อๆ (ลาวจริง อ่าน เบิงสื่อๆ) ก็ไม่น่า … เปิดประเด็นล่อเป้าเอาไว้เท่านี้ (ฮา) 

สิ่งที่ผมสนใจในหนังสบายดี หลวงพระบาง กลับเป็นเรื่องมรดกโลก !

 

ก่อนเหตุการณ์ เขาพระวิหาร จะปะทุ … ไทยเราก็ยังหาข้อสรุปกรณี อยุธยา … มรดกโลกไม่ได้ ว่าตกลงจะเอาอย่างไร ใครจะดูแล รัฐ ชาวบ้าน หรือ พ่อค้าแม่ค้า ! มาถึงตอนนี้ issue ที่ว่า โดนหางเลขกรณีเขาพระวิหารปิดปากรูดซิบ เงียบฉี่

 

มรดกโลก ก็ควรเป็นของโลก หมายความว่า ใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ … คนมาชมก็ได้ความรู้ ข้อมูล และความสวยงามอย่างที่สาระไป คนดูแลก็ได้ค่าเทคแคร์ บำรุงรักษาให้เป็นมรดก(โลก)ถึงลูกหลาน เหลนโหลน 

แต่ มรดกโลก ในความหมายใหม่ บัญญัติโดยยูเนสโก มันไม่ใช่ … ยูเนสโก จัดมรดกโลกไว้ใน Class เดียวกับ Casino !

 

ยูเนสโก ไม่สนใจมิติที่เกี่ยวกับคนเลย มรดกโลกในสายตาของยูเนสโก ไม่ต่างอะไรจากบ่อนคาสิโน เป็นแหล่งท่องเที่ยวฉาบฉวย (ฉาบน้ำตาล + ฉวยเงิน) ใครจะได้จะเสียช่างมัน … ขอให้ได้เงิน จบ

 

มีมรดกโลกกี่แห่งแล้ว ที่เสียหายยับเยิน ไม่เพียงแต่กายภาพ แต่ยังสูญเสียความสำคัญในเชิงจิตวิญญาน องค์ความรู้ ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ …

 

อ.ศรีศักร วัลลิโภดม (Fukuoka Asian Culture Prizes 2007 – Academic Prizes) ให้สัมภาษณ์ในนิยสาร WAY เล่ม 18 ไว้แสบสัน ประมาณนี้

 

… การเป็นมรดกโลกชัดเจนว่า มันไม่ใช่แหล่งเรียนรู้ แต่เป็นแหล่งปลดปลอย มีแต่มาเที่ยวเอาเงินรายได้ แล้วหน่วยงานที่ซับพอร์ทมัน(ยูเนสโก) คือ ททท. นั่นแหละ ไอ้กรมศิลปาก็โง่ ใช้ระบบแบบเดิม แบบอาณานิคม ยังเป็นอาณานิคมทางปัญญา …

 

… เวลานี้ที่พัง อย่างเช่น ฮอยอัน หลวงพระบาง เป็นมรดกโลกแบบยูเนสโกไป มีแต่พวกฝรั่งอยู่ เป็นนานาชาติไป คนอื่นเข้ามาแทนคนท้องถิ่น  … กลายเป็นตลาดนานาชาติไป พระธาตุภูศรรีที่คนลาวกราบไหว้อย่างมีสัมมาคารวะ กลายเป็นลานกอดของฝรั่งที่ขึ้นไปดูพระอาทิตย์ตกดิน การท่องเที่ยวตัวแสบเป็นปัญหาที่หมักหมมมายาวนาน

 

คนไทยหลาย(ล้าน)คน โดยเฉพาะนักวิชาการจบนอก เรียนสูง แต่ รากไทย ไม่มี … ยังไม่เข้าใจคำว่า กินน้อยกินนาน กินผลาญ ไม่เหลืออะไรให้กิน

 

จริงอยู่ ไม่มีอะไรไม่เปลี่ยนแปลง แหล่งท่องเที่ยวทุกแห่ง ย่อมเสื่อมทรุดไปตามระดับความโด่งดัง ตามเรทติ้งบรรดาจัดอันดับไว้ใน Traveling magazine ดังๆ ไม่มีใครปฏิเสธ

 

… หน้าที่ของเรา จึงต้องวางเป้าหมายและยุทธศาสตร์ (how to) ร่วมกัน เพื่อเก็บรักษาแหล่งท่องเที่ยวสวยๆ ให้กับเรานานๆ นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ … ถึงลูกถึงหลาน

 

ไม่อย่างนั้น จะเรียก มรดก(โลก) ทำส้นตึกอะไร(ฟะ) …

 

ขุนอรรถ