เซ่อร์ … เซ่อร์ …

 

คุณคงเคย … เมื่อตัดสินใจทำอะไรลงไปด้วยความรู้เท่าถึงการ มีความหมายว่า ขณะทำสิ่งนั้น สติดีจัง สตางค์อยู่ครบ แต่ภายหลังรู้ว่า สิ่งที่ทำนั้น แม้ไม่เลว แต่ก็ไม่เหมาะกับกาลเวลาและสถานที่ … คุณคงเคยได้รับรู้ถึงความรู้สึกนั้น

 

มิอาจกล่าวได้ว่า ตนเองเป็นคนดี(เด่)อะไร ออกจะมีแนวโน้มเอียงไปทางดีน้อยอีกต่างหาก แต่พร้อมกันก็มีนิสัยขอโทษไวไม่ปล่อยให้สถานการณ์ผลักตนเองเข้าไปในมุมอับ ไม่ยอมรับความคิดเห็นใคร

 

นิสัยขอโทษไวนี้ มีบทเรียนมาจากห้องเรียนชั้นมัธยมต้น ในโรงเรียนคาทอลิกชายล้วนแห่งหนึ่งกลางกรุงเทพ พ.ศ.2524 – ประมาณนั้น  

 

 

เป้ เพื่อนร่วมก๊วนนายหนึ่ง ก่อการร้ายในห้องเรียนจนเกินพอดี ครูประจำชั้นหนุ่มใหญ่ สั่งสอนด้วยคำหนัก หนักหนาขนาดเพื่อนร้ายนายนี้ท้าชกอาจารย์หลังโรงเรียน ใช่ ท้าชกกับอาจารย์ฯ  

 

เซ่อร์* … เซ่อร์มาชกกับผมหลังโรงเรียนเลยกว่าครับ!”

ได้ แต่ขอผมสอนก่อน ตอนนี้เป็นชั่วโมงเรียน

 

*มาสเซอร์ หรือ มาสเตอร์ (Master) ใช้เป็นคำเรียกครูบาอาจารย์ในโรงเรียนคาทอลิก นักเรียนส่วนใหญ่เรียกมาสเซอร์สั้นๆ ว่า เซ่อร์ 

 

ในห้องเรียนคาบนั้น เงียบผิดปกติ พวกเราสังเกตได้แต่สายตาวอกแวกของเพื่อนๆ ระหว่างนั้น เป้จะกำลังคิดอะไรอย่างไร ไม่มีใครรู้ได้ ก่อนหมดชั่วโมงเรียนไม่ถึง 5 นาที ทุกสายตาจับจ้องไปที่เป้

 

เป้เดินตรงไปที่หน้าห้อง จากนั้นก็เดินอาดๆ เข้าไปใกล้โต๊ะสำหรับอาจารย์ … มาสเซอร์ลุกขึ้นยืน

 

ผมขอโทษ เป้คุกเข่าลง แล้วก้มกราบอาจารย์ มันเป็นเวลาเนิ่นนานพอจะได้ยินเสียงหายใจของใครบางคนในเหตุการณ์นั้น

 

“ผมยกโทษให้

 

 

ภาพอาจารย์ประคองลูกศิษย์ให้ยืนขึ้นในวันนั้น ผมจดจำและนำมาใช้ทุกครั้งที่ทำพลาด และ ตลอดเวลาที่ผ่านมา สิ่งที่ได้เรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน นั่นก็คือ …

 

คำขอโทษ นั้น ด้วยตัวของมันเอง ยังเป็นการ “ยก-โทษ ที่เกิดตามมา โดยเฉพาะ โทษที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้ภายในใจของเราเอง

 

คำขอโทษ ยังดึงเราออกจากมุมอับ(ชื้น) และ คับแค้น … ออกมาสู่ทุ่งกว้าง เส้นทางดอกไม้ มีแดดสวยๆ และ เมฆอ้วนๆ ให้ชื่นชม

 

สุดท้าย คำขอโทษ จะไม่ยังประโยชน์ใดๆ หรือ แก่ใครทั้งสิ้น รวมถึงตัวเราเอง หากเราไม่นำความผิดพลาดนั้น กลับมาทบทวน ใคร่ครวญ และปรับปรุงการกระทำในครั้งต่อไป

 

ขุนอรรถ

 

lk_bush_costume5