ความสุขของกระทะ !

ความสนใจอะไรๆ ใน ความสุขของกะทิสำหรับผม เริ่มต้นเมื่อได้ยืนอ่านหนังสือเบื้องหลังการถ่ายทำภาพยนตร์ในร้านนายอินทร์ … แน่นอน เพื่อให้ได้อรรถรสยิ่งขึ้น ผมจ่ายเงินซื้อและกลับมานั่งอ่านต่อที่บ้าน

 

นับจากวันนั้นไม่เกินสัปดาห์ ผมซื้อหนังสือรางวัลซีไรท์เล่มนี้มาอ่าน ขณะนั้น พิมพ์ครั้งที่ ๕๒’ (เมื่อวานนี้ เห็นบนชั้นหนังสือไม่ถนัด ประมาณว่า พิมพ์ครั้งที่ ๖๕’) 

 

ผมประทับใจนะ ชอบความง่าย ความง่ายที่เอาชนะพล๊อตเรื่องได้ของหนังสือเล่มนี้ ภาษาใสๆ มุมมองเงียบๆ ง่ายๆ สไตล์กะทิฯอ่านรวดเร็วจบ ไม่เหนื่อยตีความ ไม่ต้องถามหาปรัชญา(หมาวัด)อะไรให้หนักสมอง

 

ไม่บังอาจสรุปว่าเป็นวรรณกรรมเยาวชนที่ดีเล่มหนึ่ง ไม่ได้ซาบซึ้งกับรางวัลซีไรท์ถึงกับต้องยอมจ่ายเงินซื้อภาคต่อ ชอบก็ชอบ เท่านั้นพอ มากกว่านี้อาจเปลี่ยนใจ

 

เอาเข้าจริง ผมจำเนื้อเรื่องหรือพล๊อตอะไรไม่ได้มาก นอกจากจดจำอารมณ์เด็กน้อยเฝ้าถามตัวเองเงียบๆ ว่า แม่ไปไหน’ … นั่นโน่นนี่

 

สำหรับคน(หัด)เขียนหนังสือแล้ว การเขียนหนังสือให้ ดูเหมือนง่ายนี่ … ยากชะมัด

 

และแล้ว กะทิฯ ก็เข้าฉายในโรง จำได้ว่าตื่นเต้นเล็กน้อยที่จะได้เห็น ตัวละครในหนังสือประทับใจออกมาเดินเล่นบนจอ (คงเพราะไม่ใช่ คอพ่อมดน้อยแฮรี่เลยทำให้ตึ่งเต้งตึ่งเต้ง อย่างที่ว่า)

 

หนังเดินไปได้ประมาณครึ่ง ก็รู้แล้วว่า น้องกะทิฯ จะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง อย่างน้อยก็ต้องได้คำวิจารณ์ทางลบกันบ้าง สำหรับตัวเอง เฉยๆ

 

เพราะมันขึ้นอยู่กับว่า คุณวางเทียบหนังเรื่องอะไรไว้ข้างๆ หนังกะทิฯ … แฟนฉัน เด็กหอ ดรีมทีม ปิดเทอมใหญ่ ซีซันเช้นจ์ รักแห่งสยาม ฯลฯ

 

ค่ำๆ วันหนึ่ง ขณะขับรถกลับบ้าน ผมได้ยินพิธีกรสองคนคุยกันทำนองว่า คอดูหนังโรง(ในกรุงเทพฯ) 80% อายุ 18-24 ปี ตัวเลขที่ว่านี้ กำหนดกลุ่มลูกค้า หนังตลาดอย่างไม่ต้องสงสัย

 

หากนิยามหนังตลาดว่าเป็นหนังพ๊อพ(พูล่าร์) เป็นหนังดูง่าย ขาย(ตั๋ว)ก็ง่าย พูดต่อก็ง่าย สบายๆ พ๊อพๆ (กรุณาทำเสียงน้องพ๊อพ!) … หนังกะทิฯ คงไม่ใช่หนังตลาด

 

กะทิฯ ขาดความง่าย สไตล์กะทิ อย่างที่บอกไว้ข้างต้น … ภาษาใสๆ มุมมองเงียบๆ ง่ายๆ สไตล์กะทิฯดูรวดเร็วจบ ไม่เหนื่อยตีความ ไม่ต้องถามหาปรัชญา(หมาวัด)อะไรให้หนักสมอง

 

จะว่าการเล่าเรื่องกะทิฯ ผ่านตัวอักษร กับเล่าผ่านมุมกล้อง ภาพสี และ บรรดามีที่เรียกว่า พร๊อพ’ (Properties) เพื่อทำให้ภาพสื่อความหมาย ย่อมแตกต่างกัน นั่นก็พอเข้าใจได้

 

แต่กะทิฯ เวอร์ชั่นภาพเคลื่อนไหว ขาดความง่าย หรือไม่ก็ง่ายไปจนง่วง หมายความว่า เด็กสาวคนหนึ่งเกิดมา เผชิญกับชะตากรรมแม่ป่วย ไม่มีพ่อ อยู่กับตายาย พี่ทอง แต่ก็ยังมีความสุขได้ กระนั้นหรือ ?

 

ผมนั่งดูจนจบประทับเอามากๆ ๒ ฉาก ฉากแรก ยายทอดไข่เจียว น่าจริงและได้กลิ่นเหมือนอยู่ในครัว ในบริเวณนั้น มุมมองง่ายๆ น่ารักไปอีกแบบ

 

อีกฉาก หลัง เครดิตเคลื่อนตัวขึ้นไป กะทิกับพี่ป้าน้าอา มีความสุขกันตามปะสาคนชั้นกลาง(เกือบสูง – B+) ฉากนี้ เกิดอารมณ์ร่วมว่า คนเราไม่ โดดเดี่ยวหรอก หากไม่ โดดเดี่ยว ตัวเอง (งงไหม?)

 

ก่อนจบ ขอเอ่ยถึงการโปรโมทหนังฯ สักหน่อย จำได้ไหม รักแห่งสยาม โปรโมทกันอีท่าไหนไม่ทราบ คนดูกันรึ่ม หลังหนังจบ โดนด่ากันตรึมเหมือนกัน … เปล่า รักแห่สยามเป็นหนังไทยที่ดีเรื่องหนึ่ง (คุณสินจัย เปล่ง เล่นเนียนมหาศาล!)

 

เหมือนกะทิฯ … โปรโมทเหมือนหนังเด็ก(เริ่มโต) ใครอ่านหนังสือแล้ว คงไม่ต้องโปรโมท กัน แต่หากใครที่ตัวอักษรยังไม่ผ่านตา อาจเข้าใจว่า หนังพ๊อพฯ

 

วรรณกรรมมาทำเป็นหนังฯ หลายเรื่องล้มเหลว อีกหลายเรื่องก็รุ่งโรจน์ ไม่มีสูตรตายตัว คู่กรรม เขาชื่อกานต์ แผลเก่า บ้านทรายทอง แม่เบี้ย ครูไหวใจร้าย เวลาในขวดแก้ว คำพิพากษา มหาลัยเหมืองแร่ กล่องไปรษณีย์สีแดง (เพื่อนสนิท) ฯลฯ

 

ไม่แน่ใจ มีใครเกิดทันหนัง ปุกปุยหรือเปล่า ผมดูปุกปุยแล้วเสียน้ำตา เหมือนอ่านเวลาในขวดแก้ว … แต่เรื่องหลัง พอนำมาสร้างเป็นหนัง มันไม่ซาบอย่างเคย

 

เรื่องเดียวกัน หนังสือกับหนังฯ เล่าเรื่องต่างกันได้ และความประทับใจ เป็นเรื่องของใครของมัน

 

ขุนอรรถ 

ขอบคุณ คุณ pat ช่วยเตือนความจำ : http://www.patsonic.com/movie/happiness-of-kati/

กระทู้ใน pantip (Hot!) http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A7410869/A7410869.html 

“ส่วน(เด็ก)แนวที่บอกว่า เป็นหนังของพวกหัวสูง ปัญญาชน หอคอยลอยฟ้า อมาตยาธิปไตย ไปโน่นก็มีครับ … เฮ้อเธอ!”  

allbook_resize

kati-3_resize