ห้องปฏิบัติชา_รวม (๗) … ‘เบื่อยัง?’

 

ทุกศาสนาสอนให้คนละชั่ว ทำดี และชำระจิตใจ แต่อะไรเล่าทำให้ พุทธศาสนา พิเศษและแตกต่าง … สติ ยังไงเล่า ศาสนาพุทธศ สอนให้เจริญสติ (พัฒนาสติ) นั่นยังไง  

 

เมื่อมีสติ ก็ไม่ทำชั่ว เมื่อไม่ทำชั่ว ก็เท่ากับกำลังทำดี เมื่อทำดี จิตก็สงบ ใจก็เย็นเป็นสมาธิ สติก็มีกำลัง เป็นพลัง นั่งก็รู้ว่านั่ง ยืนก็รู้ว่ายืน รักก็รู้ว่ารัก อยากก็รู้ว่าอยาก โกรธ เกลียด ก็ทันรู้ เป็นปัญญามุ่งหลุดพ้น 

 

… ขาดสติเสียอย่างเดียว เราเป็นได้ก็เพียง ชาวพุทธตามสำเนาทะเบียนบ้าน

 

สติเหมือน หัวเลี้ยว… พอจิตวิ่งไปอยู่ในอารมณ์รัก ขณะรู้ว่ารัก แว่บนั่นเองคือสติ และ พอจิตวิ่งไปอยู่ในอารมณ์โกรธ ขณะรู้ว่าโกรธ แว่บที่รู้ว่าโกรธ นั่นก็สติ

 

สำหรับผู้เริ่มต้นฝึกฝนสติ สติเกิดได้แค่แว่บๆ … แว่บๆ นั่น บางท่านเรียก ขณะจิต(คำเรียกน่าฟังจังนิ)  

 

หากเปรียบให้น่ารักน่าชังเข้าไปอีกสักนิด … สติ คือ จิตสะดุ้ง(เบาๆ) สติเป็นอาการ(สะดุ้ง)ของจิต เคยไหมนั่งใจลอยอยู่คนเดียว พอมีใครมีสะกิดเรา เราสะดุ้ง … สะดุ้งเพราะรู้สึกตัว

 

เอาล่ะ … เคยเครียดไหม (ถามบ้าๆ ใช่ไหม ?) ถ้าอย่างนั้นขอถามใหม่ เคยไม่รู้ตัวว่าเครียดหรือไม่ เชื่อเถอะ มีเพื่อนๆ เรามากมาย ไม่รู้ตัวว่าเครียด ไม่รู้ตัวว่าเกลียด ไม่รู้ตัวว่าหลง … ว่ารัก

 

เพราะอารมณ์รัก เกลียด เครียด โกรธ ก็มีละเอียดหยาบ สัมผัสยากง่ายได้ต่างกัน บางคนโดดล้อชื่อพ่อ ก็รู้สึกเฉยๆ แต่สำหรับบางคนต้องล้อชื่อแม่ และ บางคนแค่เรียก อ้า_ยสองสลึงถึงจะเริ่มเครียด !

 

อย่าลืมว่า ขณะจิตรัก มันจะสั่งใจให้ดึง ขณะจิตเกลียดหรือโกรธขึง มันจะสั่งใจให้ผลัก ทั้งดึงและผลักจะรุนแรงตามกฎกติกาธรรม(า)ชาติ กฎอันมีนามว่า Action = Reaction แปลเป็นไทยว่า กฎแห่งกรรม

 

เพื่อนตีหัวเรา เราตีหัวตอบ … เพื่อนตีหัวเราอีกทีแรงขึ้น ไม่ว่าจะแรงขึ้นจริงๆ หรือ เราปรุงแต่งว่าแรง(Ship-หาย) ก็ตาม เราก็ตีหัวเพื่อน(มัน)แรงขึ้นตามนั้น ตอบโต้กันไป โต้ตอบกันมา สร้างกรรม(กระทำ)ใหม่ และ กลายเป็นกรรมเก่า สะสมนอนก้นไว้ในเมมโมรี่ ที่ที่เป็นเสมือน ‘เสบียงอาหารของจิต’ 

 

หมั่นสังเกต หมั่นตามรู้ดูจิต พอใจไม่พอใจ ชอบชัง จากหยาบไปสู่ละเอียด ได้ผลลัพธ์ ๒ ชั้น ๒ เด้ง ยิงนัดเดียวได้นก ๒ ตัว … ตัวแรก ลดเลิกกรรมใหม่ และ(นก)อีกตัว สลายกรรมเก่า

 

สลายกรรมเก่าอย่างไร ?

 

กรรมเก่าไม่เน่าไม่เสีย ไม่เคลียร์ และไม่ย่อยสลายภายในเวลา ๗๐๐ ปี เหมือนพลาสติก แต่กรรมเก่า ย่อยสลายได้ ด้วยความเข้าใจในกรรม (ยังไงฟะ เริ่มงง!?!)

 

เอาอย่างนี้ … เมื่อก่อน ถูกล้อชื่อพ่อทีไร ของขึ้นเป็นฟืนเป็นไฟเมื่อนั้น อ้าว … โตขึ้น เหตุใดโดนล้อชื่อพ่ออย่างไร ก็ได้แต่หัวร้องอหาย จากฟืนไฟกลายเป็นน้ำแข็ง ซะงั้น ฝรั่งเรียกว่า Growing up หรือบางทีมักเปรียบเทียบกันง่ายๆ ว่า ‘พระเจ้า จะไม่หยุดส่งข้อสอบมา หากคุณยังสอบไม่ผ่านสักกะที !’   

 

โลกมนุษย์เต็มไปด้วยแอคชั่น รัก โลภ โกรธ หลง … หากคุณไม่งงๆ และ รู้จัก แอนด์ เข้าใจ พวกมันแล้ว รีแอคชั่น(อันเป็นกรรมใหม่) ก็ไม่เกิดอีกต่อไป ใจไม่ดึงรั้งไว้ กายไม่ผลักไส … รับ(รู้)แล้ววางไว้ รับ(รู้)แล้ววางไว้ อยู่อย่างนั้น

 

ต่อจากนั้น ไม่ว่าจิตไปดึงอารมณ์เก่าๆ มาอย่างไร ใจก็ไม่พรือ กายก็ไม่พลั้ง อายุ วรรโณ สุขัง พลังงงงง สูงสุด !!

 

ก่อนจบ จะขอทั้งประเด็นไว้ว่า ชอบฝึกสติ กับ ฝึกสติชอบ นั้นต่างกันลิบลับ ไม่เชื่อลองอ่านนิทานก่อนนอนเรื่องนี้ 

 

เฉลิม ออกคำสั่งไปยัง เฉลียว ผู้เป็นลูก (ลูกเหลิม) ให้ออกติดตาม น้าปื้ดคนสนิทใกล้ชิด ซึ่งหายตัวไปนาน ไม่โผล่หน้ามา เช็คชื่อเหมือนเคย

 

เฉลียว ได้ฟังดังนั้น จึงคว้าม้าตัวโปรดออกวิ่ง! … เยส! ม้าก็วิ่งไป คนก็วิ่งตาม เฉลิม เห็นอย่างนั้น จึงเรียกกลับมาเบิร์ดกะโหลกก่อน แล้วจึงถามว่า ‘you fool, man! why dun u ride her ? Be on horse back, horse ชิท!, man!’ 

 

เฉลียว โมโหเพราะมั่นใจ ไขข้อแถลงตอบพ่อว่า ขี่ทำไมล่ะพ่อ ถ้าผมขี่มัน รวมกันก็ได้แค่ ๔ ขา จะสู้ ๖ ขา ต่างตัว-ต่างคน-ต่างวิ่ง ได้ยังไง … วู้ว์ว์ว์ พ่อนี่ ไม่รู้เรื่องเล้ย

 

เห็นไหม ฝึกสติชอบ กับ ชอบฝึกสติ ต่างกันอย่างไร … สติที่ดี ต้องมี สัมปชัญญะ เป็นตัวซับพอร์ต เป็นเหมือนตัวประกอบให้ละครน้ำเน่ามีสมบูรณ์ !

 

สัม แปลว่าดี แปลว่าถูกต้อง
ปะ คือชัดเจน แจ่มแจ้ง

ชัญญะ (ชานะ) เท่ากับ รู้
โซ, สัมปชัญญะ สรุปว่าคือ รู้อย่างดีชัดเจนถูกต้อง

 

ฝึกสติกันนะขอรับ โกรธก็รู้(สึกตัว)ว่าโกรธ และ รู้คุณรู้โทษของมัน รักก็รู้(สึกตัว)ว่ารัก รู้ประจักษ์ว่ารักนั่นมีคุณและโทษ สุดท้าย รู้เข้าไปอีกว่า มันไม่ใช่เรา … เราไม่ใช่ลูกน้องของมัน นั่นแหละ สติ แอนด์ สัมปชัญญะ  

 

ขุนอรรถ 

ธรรมะ มาฆะ จะพา ชีวา … on the way back ! (22/2/08)
https://culturegap.wordpress.com/2008/02/22/candle

 

p2010970_resize