ห้องปฏิบัติชา_รวม (๘) … ‘จบละ’

 

สถานธรรมปฏิบัติแห่งนี้ มีห้องนอนหันหน้าเข้าหากันเป็นแถวๆ บรรยากาศคล้ายคอกม้า หนึ่งแถวนับห้องนอนได้ประมาณสัก ๓๐ ห้อง ช่วงกลางระหว่างห้องนอน เป็นที่ตั้งของห้องน้ำ

 

ห้องนอนกับห้องน้ำขนาดเดียวกัน คือ ๒ เมตรครึ่ง คูณ ๒ เมตรครึ่ง เตียงเป็นแบบพับได้ ส่วนที่นอน หมอน  และ ผ้าห่ม อย่างละชิ้น เป็นแบบบางๆ เรียบกระชับในยามค่ำคืน !   

 

ยามเช้า เมื่อพวกเราตื่นนอนตอนตี ๔ เพื่อนพ้องน้องพี่ วิ่งจองห้องน้ำกันให้วุ่น แลดูอบอุ่นชิปเป๋ง ! ท่ามกลางความเงียบสงบ พวกเราต้องพบกันเสียงสวรรค์ เสียงนั่นลอดออกมาจากประตูห้องน้ำ … โอ้แม่เจ้า

 

โฮกก์ก์ก์ก์ ฮากก์ก์ก์ก์ 

ป้าดด์ด์ด์ด์ ปู้ดด์ด์ด์ด์ … ปี้ดดด์ด์ด์ด์

 

สะเด็ดสะเด่าหัวใจ ไม่รู้ไปกินวัวกินฟายที่ไหนมา แม่เอ้ย …

 

พี่อิทธิชัย เจ้าของบริษัทใจดี ทุกปีจะออกเงินส่วนตัวส่งลูกน้องมาสถานธรรมปฏิบัติแห่งนี้ แต่คงเป็นเพราะรอบปฏิบัติข้ามปี! คราวนี้ พี่อิทธิชัยเลยพาตัวเองมา

 

ผมถามพี่อิทธิชัยว่า ห้องนอนของพี่อยู่ข้างๆ ห้องน้ำ สำราญไปเลยไหมล่ะพี่พี่อิทธิชัยกลับบอกว่า ยิ่งในสถานการณ์อันเลวร้าย … ธรรมะแสดงตัวได้ชัดเจนเสียยิ่งกว่าในเวลาปกติ  

 

พี่กลับได้คิด … ไม่ใช่สินะ พี่กลับคิดได้ว่า หากธรรมปฏิบัติสามารถบำบัดโรคทางใจ แล้วมันจะต่างอะไรกับ ดีท๊อกซ์กาย เพียงแต่ไม่ได้เอาสายสวนกาแฟบิ๊กแอส แค่นั้น พี่อิทธิชัยตอบยิ้มหวาน

 

คนมีประสบการณ์เลวร้ายกับความรัก มักมองหาวิธีล้างใจ เธอและเขาคงอยากให้อะไรๆ ไม่ค้างคา หลงเหลือ

 

บางคนล้าง(ใจ)ด้วยการออกเดินทางท่องเที่ยว เก็บเกี่ยวประสบการณ์นั่นโน่นนี่ เปลี่ยนบรรยากาศเสียบ้างก็ดี ที่เดิมๆ จะไปหาเรื่องใหม่ๆ ได้อย่างไร   

 

ในขณะบางคนใช้เอทธิวแอลกอฮอล์ล้างใจ คงเพราะมีให้เลือกหลายกลิ่น รินใส่มิกเซอร์ได้อีกหลายสี แต่ทั้งที่รู้ว่า ล้างคอ เอ้ย ล้างใจแบบนี้ เดียว(หัว)ใจก็ต้องกลับมาหมอง แต่ทำอย่างไรก็ได้ ให้ผ่านคืนโหดร้ายนี้ไปเสียก่อน 

 

พระท่านว่า ยิ่งอยากได้ ยิ่งไม่ได้ … ยิ่งอยากลืม ยิ่งไม่ลืมเป็นเสียอย่างนั้น เหมือนพี่แอมเสาวฯ ของน้องๆ วัยฉะกัน เคยบอกว่า เวลาอกหักจากใครมา ให้พยายามจำ อย่าพยายามลืม

 

สังเกตไหม ? คนอกหักนี่ มักเป็นโรคอกหักเรื้อรังซ้ำซาก เดี๋ยวเลิกเดี๋ยวรัก เดี๋ยว(อก)หัก รักคุดอยู่นั่นแหละ แต่เมื่อไหร่ ได้(เรียน)รู้จักใจอย่างดีแล้ว เรื่องอกหัก แนวเขารักข้างเดียว ก็จะสลายตัวหายไป

 

แถมเมื่อร่ำๆ ว่าอกหักเมื่อไหร่ ใจก็เฉย ก็ชา ซะงั้น !  

 

คนใจอ่อน เจ้าชู้ไก่แจ้แม่ปลากัด ก็เหมือนกัน เป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น แก้ไม่หาย แต่เมื่อเรียนรู้ว่า (หัว)ใจ ที่แท้มันไม่เที่ยง จะหลีกเลี่ยงไปหาน้องติ๋ม จิ๋ม จุ๋ย ไม่ว่าน้องคนไหน ก็ไม่พ้น(ทุกข์) … คิดได้อย่างนั้น ใจมันก็เติบโต grow up

 

อย่างที่บอก เมื่อไหร่เรารู้จักใจของเรา เราก็เป็นนายมัน ใจก็กลายเป็นลูก(น้อง) ถ้าปล่อยให้ใจมันโขกสับ เท่ากับยอมรับว่าเป็นทาส … ไม่ใช่ทาสของใคร แต่เป็นทาส(หัว)ใจ ไร้อิสระ 

 

เวลาใจมันบีบคั้นคุณน้อง ให้คุณน้องขำใส่มัน จะไม่ให้ขำได้อย่างไรกัน ก็มันเป็นลูกน้อง … ลูกน้องออกคำสั่งเจ้านาย หรือ ผู้ร้ายออกคำสั่งให้ตำรวจวิ่งหนี ท่าจะบ้า !  

 

เคล็ดลับ ครับเล็ด ! อารมณ์อะไรเกิดขึ้นในใจ อย่าขับไล่ไสส่งมัน อย่ากดเอาไว้ให้เหมือนกดลูกบอลใต้น้ำ เมื่อไหร่หมดแรงกด กดไม่ได้ กดไม่เก่ง ลูกบอลจะเด้งใส่หน้า  

 

อารมณ์อะไรเกิดขึ้นมา … ให้รับรู้ ให้เป็นผู้ดู อย่าเป็นผู้เป็น ! โกรธให้รู้ว่า(มันกำลัง)โกรธ ชอบให้รู้ว่า(มันกำลัง)ชอบ อกหักให้รู้ว่า(มัน)อกหัก … อกหักดีกว่ารักป่า(เดียวกัน) 

 

รู้ว่า(ใจ) ไม่ว่า รักโกรธ หรือมันจะโดดขึ้นดีดลงอย่างไร สุดท้าย ก็แค่ เกิดดับ’ — ป๊าดดดโธ่ !!!   

 

เมื่อรู้อย่างนั้น ตัวโมโหโผล่หัวมาก็เฉยๆ และ ตัวอะไรๆเกิดขึ้นในใจ เดี๋ยวก็ไป เฉยๆ เอาไว้ … (รับ)รู้แล้ววางเฉยได้ นั่นเรียก อุเบกขา’ … อุเบกขา คือ ตัวอะไรโผล่มาก็เฉยๆ !   

 

ได้เลยครับ พี่อิทธิชัย … ปู้ดดดดด ปี้ดดดดด ป้าดดดดด เดี๋ยวจาด(จัด)ให้   

 

(รับ)รู้แล้ววาง คือ ล้างใจ ผ่องใส

เป็นยองใย ไม่ค้างคืน เอ้ย ไม่ค้างคา     

 

ขุนอรรถ 

owife