รู้ทันอภิสิทธิ์ *

 

ออกอาการหมดหวัง อย่างเป็นจริงเป็นจังเสียที 

หลังติดตามข่าว “เมล์แก๊ส” และทันทีที่ได้ยินเสียง อภิสิทธิ์ ว่า

“แค่ว่า ซื้อหรือเช่าเท่านั้น เราไม่ติดใจเรื่องคอรัปชั่นแล้ว”  

 

ออกตัวให้ชัดเสียตั้งแต่บรรทัดนี้ว่า

รถเมล์ดีๆ ใครก็อยากได้ ไม่ว่าจะใส่ E-Ticket แอนด์ GPRS หรือไม่

หากค่าโดยสารไม่โหดร้ายเกินไป – โอเคเลยครับ

 

แต่อย่าเอา “ของดี” มาล่อ แล้วก็แอบฟาดกบาลทีหลัง

อย่าแอบไปนั่ง “เซ็งลี้” กัน เรารู้ทัน … เหมือนท่าน – เราไม่ได้กินหญ้า  

 

ดูอย่าง “ห้างสะดวกยักษ์”

ของถูก(กว่า) ใครก็ว่าดี ยิ่งสะดวก นี่ก็ยิ่งชอบ

 

แต่คุณเห็นไหม ยักษ์ใหญ่ตัวนี้เต็มเมือง – มีมากเกินไป

นอกจากจะทำลาย ร้านเล็กร้านน้อยจนหมดสิ้น หากินไม่ได้  

ลองไปถาม “ผู้ผลิต” กี่รายๆ ยักษ์โดนสาบเป็นควาย – ทั้งนั้น

 

อ้อ – ยังไม่รวมการจราจรฉิบหายวายวอด

ถนนเล็กๆ มุมเดียวกัน มี ห้างสะดวกยักษ์ แทบทุกมุม !  

 

ตกลงใครซื้อใคร คนซื้อของ หรือ ยักษ์ใหญ่ฯ ซื้อข้าราชการ !

 

ขสมก. ก็เหมือนกัน จะสมมุติยังไงดีเล่า …

 

สมมุติ ห้องนั่งเล่นบ้านเรา แอร์เก่ามาก – กินไฟ

แถมคนใช้แอบเปิดนอนดูละคร ตอนเจ้าของบ้านไม่อยู่บ้าน

 

อภิสิทธิ์ สั่งการแก้ไข เรียกให้แม่บ้านไปเลือกซื้อแอร์ใหม่

– ฟาย ?

 

แม่บ้านสมองไว เสนอมาตอนแรกเป็นรุ่น 6000 ราคาแสนหนึ่ง !

ลูกเรียน ป. 5 ยังรู้เลยว่า “เสนอราคามาให้ต่อ!”

  

“เอารุ่น 4000 ได้ไหม แต่ไม่มี Smart eye ไว้ดักจับฝุ่นนะ”

(แม่บ้าน หรือ แม่ค้า ฟะ)  

 

“คือว่า ลดอีกหน่อยได้ไหม พักนี้หาเงินไม่ค่อยได้” อภิสิทธิ์ ต่อรอง

 

แม่บ้านหายไป 2-3 วัน กลับมาใหม่ ส่งเสียงใส แต่หน้าบึ้งตึง

“ไม่ได้ๆ ต้อง 4000 น่ะดีแล้ว ไม่มีเงิน เถ้าแก่มันยินดีให้ผ่อน”  

 

“ผ่อน 10 ปี … เท่าไร ?”  

“ … 69,000 นี่ไง ตารางการผ่อน” แม่บ้านยื่นเอกสารยืนยัน

“ไม่ไหวๆ ขอลงอีกหน่อย” อภิสิทธิ์ไม่ถอย ขึ้นชกแต่ไม่ต่อย – ซะงั้น  

 

“เอางี้ 67,000 แล้วกัน …” แม่บ้านพูดพลางดึงเอกสารกลับ

 

อภิสิทธิ์ เริ่มตั้งใจมองตารางผ่อน …

“ … 67,000 นั่นของดอกเบี้ย 9% ของเราต้องช่องนี้ … 6.7%”

 

“… เออ เออ … จริงด้วย เถ้าแก่มันมั่วจริงๆ

… ตกลงต้อง 64,00 ก็ได้ ตกลงนะ … นะ”

สรุปแม่บ้านหักคอขาย ตัดสินใจฉับไว เหมือนเมียเถ้าแก่ !  

 

สุดท้าย เพื่อไม่ใช่ซวยโดยลำพัง และพังโดยไม่จำเป็น

อภิสิทธิ์ทำเก๋ ส่งผ่านการตัดสินใจไปให้ เพื่อนภรรยา ชื่อ “น้องพัฒน์”

ถามเพียงว่า “ซื้อหรือเช่าดีจ๊ะ” 

 

ขสมก. ขาดทุนน่ะ พอรับได้ เพราะไม่ต้องมี maximize profit

(ไม่ต้องเอาอย่าง ปตพ. – การปิโตรเลี่ยมของพ่อมัน)  

เอาแค่พออยู่พอกิน พอจะพัฒนาได้สัก 3 ปี 5 ปี ก็ดีถม

 

รัฐบาลแค่คอยดูล้างหนี้ ไม่ให้ขาดทุนสะสมแบบนี้

แล้วปล่อยให้ “แม่บ้าน” หน้าด้านมาบอกว่า  

“จะเอา เมล์แก๊ส มาล้างปัญหาขาดทุน” – ดูมัน !

 

เพราะปัญหา ขสมก. ไม่ใช่เรื่องเช่าหรือซื้อดีกว่า

อย่าบ้าเสนอ อย่าบ้าอนุมัติ …  

 

(ตัวปัญหา)

หนึ่ง – ค่าโดยสารต่ำ (ตอบง่ายๆ ก่อน เพื่อเข้าสู่เรื่องต่อไป)

สอง – รายจ่ายค่าน้ำมัน พอรับ-จ่ายไม่ทัน ดอกเบี้ยก็ตามมา  

สาม – ค่าซ่อมแพง ซ่อมเองก็แพง จ้างซ่อมเสือกแพงกว่า 

สี่ – ค่าเช่าสถานที่สูง (Office อู่ ลานจอด) เช่าใคร ใครเช่าล่ะ???    

ห้า – ค่าสวัสดิการพนักงานสูง

 

ต้นทุน / ค่าใช้จ่ายอะไรที่ว่า – สูง  

หมายความว่า สูงเกินไป จะทำอย่างไร ให้ต่ำลงเล่าครับ  

 

พวกเราจ่ายเงินจ้างทั่นๆ เป็นแสน – ให้คิด  

… ไม่ใช่เดินบิดตูดอยู่ตามงานการกุศล (และงานแต่งฯ)    

 

ต้นเหตุปัญหา ขสมก. ขาดทุน คือ “ราคาขายต่ำกว่าต้นทุนที่แท้จริง”    

 

ราคาต่ำ ก็เพราะรัฐบาลกดราคาเอาไว้ “ขึ้นราคาไม่ได้”

ที่ว่าไม่ได้ … ไม่ได้อะไร – อย่าเอ็ดไป คือ “ไม่ได้คะแนนเสียง!”  

 

ขสมก. = ขนส่ง / มวลชน*  / กรุงเทพ 

โจทย์ คือ มวลชนในกรุงเทพฯ

ราคาถูกก็ไม่ดี ราคาแพงก็ไม่ได้ เพราะคนมีหลากหลาย

แก้ได้ด้วย Segmentation – คำนี้สำหรับทั่นๆ ผู้เรียนสูง !!

 

อย่างคนเงินเดือนไม่ถึง 8,000 รัฐบาลก็ทำ “ตั๋วพิเศษ” ให้เขาไปซี่ !

ตั๋วพิเศษขาว พิเศษเขียว พิเศษม่วง หรือพิเศษสลับสี ฯลฯ 

– มวลชนคนกรุงฯ ทั้งรวยจน ได้นั่งรถดีๆ เหมือนกัน

 

อย่าถามนะว่า เอาเงินมาจากไหน

… จากภาษีบาป ภาษีบุญอะไรก็ได้

ฯพณฯ ทั่นมีหน้าที่บริหารเงินภาษี และ ทั่นได้สิทธิ์นั้น  

 

ไม่ใช่ มุบมิบๆ กินหญ้ากัน แบบนี้

 

ขุนอรรถ

 

ngv-bus