กลยุทธ์น่านน้ำสีขาว*

(๑)

บ่ายวันอังคารที่ผ่านมา ห้องประชุมพุทธคยา ประมาณจากสายตาน่าจะจุคนได้ประมาณ 100 คน แบบแน่นๆ ผมเลือกนั่งฟังอยู่เงียบๆ แถวสองเยื้องซ้าย ถึงแม้การพูดคุยเล็กๆ คราวนี้จะใช้ไมค์ฯ แต่ที่เลือกนั่งใกล้ๆ เพราะอยากมองเห็นหน้าและสายตาของคนบนเวที

งานเปิดตัวหนังสือเล่มใหม่ของสำนักพิมพ์ DMG “กลยุทธ์น่านน้ำสีขาว” หรือ White Ocean Strategy เขียนโดย คุณดนัย จันทร์เจ้าฉาย ผมอยากเรียนว่างานวิจัยมากกว่าหนังสือ How to

ตั้งแต่แรกได้ยินจากวิทยุ ผมอมยิ้มกับความขี้เล่น(แบบผู้ใหญ่)ของเขา หยิบเอา Red Ocean / Blue Ocean strategy มาล้อ เพราะค่อนข้างมั่นใจว่า … ถ้าเป็น คุณดนัย เราคงได้เห็นอะไรมากกว่า Marketing แน่ๆ

Blue Ocean strategy [ www.blueoceanstrategy.com ] เขียนโดยอาจารย์สอนวิชาบริหารธุรกิจ 2 ท่าน W. Chan Kim and Renee Mauborgne ว่าด้วยการค้นหาและสร้าง “ตลาดใหม่” อุปมาเหมือนการจับปลาในน่านน้ำสีครามสดใส  ไม่ต้องแย่งชิง(ปลา)กันจนเลือดนองทะเล

ใครอ่านแล้วหรือยังไม่ได้อ่านคงเดาได้ไม่ยาก วิชาการตลาดวนเวียนอยู่กับการค้นหาความต้องการใหม่ๆ รักษาฐานลูกค้าเดิมๆ และสร้างเพิ่มลูกค้าใหม่ตลอดเวลา” ก็เท่านั้น ส่วนวิธี (Methodology) ในการค้นหา-รักษา-สร้าง ก็แตกต่างกันออกไปตามยุคสมัย เพราะความต้องการ(กิเลส)ของคนเปลี่ยนแปลงเคลื่อนไหว – ทุกนาที

White Ocean Strategy ไม่เกี่ยวอะไรเลยกับ Marketing (การตลาด) และ ไม่อาจเรียกความคิดแบบนี้ว่า “กลยุทธ์” (Strategy) เสียด้วยซ้ำ … ผมว่า เพราะเรื่องแบบนี้เสียเวลานั่งคิดดี (คิดขาว) เพราะมันควรส่งออกมาจากจิตใต้สำนึกของเรามากกว่า

บ้าน่ะ – ใครบ้างต้องนั่งวางแผนทำดี !?

(๒)

วิริยะประกันภัย เบอร์หนึ่งประกันภัยรถยนต์ติดต่อกันมาเกือบ 20 ปี รายได้ต่อปีหลายพันล้านบาท แต่กำไรเฉลี่ยแต่ละปี อยู่ที่ 200 ล้านบาท คิดเป็นเปอร์เซ็นต์น้อยมาก เมื่อเทียบกับบริษัทระดับเดียวกัน

ผู้ก่อตั้ง คุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ปลูกต้นความคิดสีขาว ลงไปองค์กรตั้งแต่วันแรกก่อตั้งว่า “ธุรกิจของเรา คือ การนำเงินของคนโชคดี มาช่วยเหลือคนโชคร้าย” และด้วยนโยบายเรียบง่าย คือ ตัวแทน สาขา และศูนย์บริการสินไหม ต้องดูแลลูกค้า แถมกำหนดให้มี ศูนย์บริการสินไหม (ส่วนจ่ายเงิน) มากกว่า สาขาที่เป็นส่วนรับเบี้ย !

… Profit ต้องมีแน่ แต่ People ต้องมาก่อน !

“วิริยะประกันภัย ไม่มีเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นเลย … เพราะไม่ใช่องค์กรเน้นกำไรเหมือนกับธุรกิจอื่นๆ … เราโตมาได้ยังไงทั้งที่ไม่มีแบงก์ อยู่เบื้องหลัง” กฤตวิทย์ ศรีพสุธา กรรมการรองกรรมการผู้จัดการ เคยกล่าวไว้กับนิตยสารผู้จัดการ
เชิญอ่านความคิดสีขาวของพวกเขาต่อได้ … ที่นี่

www.gotomanager.com/resources/default.aspx?id=2908

(๓)

วัชรมงคล เบญจธนะฉัตร์ แห่ง Bathroom design เริ่มต้นเรียบง่ายเช่นกัน ด้วยเงินลงทุนเพียง 250,000 บาท กลายเป็นบริษัทเอเชียรายแรกๆ ที่ได้รางวัลการออกแบบสุขภัณฑ์ระดับโลก (Reddot Design Award – เทียบเท่า Oscar ของสาขาภาพยนตร์) มากกว่า 16 รายการ

วัชรมงคล เข้าใจในแก่นธรรมอย่างดี เพราะเคยบวชเรียนกับหลวงพ่อปัญญาฯ แห่งวัดชลประทานฯ และยังเคยได้ไปปฏิบัติธรรมกับท่านพุทธทาสภิกขุ เมื่อครั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ จึงนำหลักธรรม (หลักคิดสีขาว) มาใช้ในธุรกิจอย่างลงตัว

“ท่านพุทธทาสภิกขุ แนะหลักในการบริหาร 3 ข้อง่ายๆ 1. ผลิตให้มาก 2. ใช้แต่พอดี 3. เหลือช่วยผู้อื่น ท่านว่า ถ้าใครทำได้จะได้เป็นเศรษฐี ซึ่งไม่ได้หมายถึงความรวย แต่หมายถึงผู้ประเสริฐ” วัชรมงคล กล่าว

เขายังได้นำหลักอิทธิบาทสี่มาปรับใช้ … ฉันทะ คือ การทำงานด้วยความรัก วัชรมงคล รักงานออกแบบ เมื่อรัก(ในสิ่งที่ทำ) จึงเกิดเป็นความวิริยะพากเพียร เกิดจิตตะ หมายถึงการเอาใจเข้าไปใส่ มุ่งพัฒนาสินค้าให้ดีขึ้น และสุดท้าย ได้แก่วิมังสา การหมั่นทบทวน “Monitoring หรือ Checking” ซึ่งเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการที่เรียกกันในเวลานี้

เป้าหมายของการบริหารงานสมัยใหม่ ต้องการประสิทธิภาพ ในขณะที่การบริหารแนวพุทธจะบริหารแบบพอดี พอใจในสิ่งที่มี ทำธุรกิจในรูปแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่สร้างหนี้เกินความจำเป็น และนำเงินหมุนเวียนที่ได้จากกำไรมาขยายธุรกิจ

ยามเศรษฐกิจตกต่ำในปัจจุบัน วัชรมงคลไม่ได้เพิ่มรายได้ให้กับพนักงานมากนัก แต่เขาช่วยบริหารให้พนักงานมีต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ต่ำลง มีข้าวและน้ำพริกให้รับประทานฟรีทุกวัน น้ำดื่มสมุนไพรจำหน่ายแก้วละ 2 บาท พนักงานไม่ต้องจ่ายร้านค้าภายนอก ประหยัดไปหลายบาทต่อวัน

เขาสนับสนุนให้พนักงานเรียนเพิ่มเติม โดยบริษัทจะออกค่าใช้จ่ายให้ ส่วนพนักงานที่มีบุตร บริษัทจะส่งให้เรียนจนจบปริญญาตรี กรณีที่ไม่มีบุตรและพนักงานเสียชีวิต บริษัทจะจ่ายเงินเดือนให้กับพ่อและแม่ เดือนละ 2 พันบาท

“พนักงานเหมือนลูก ลูกพนักงานเหมือนหลาน ใครไม่มีเงินเรียน แต่อยากเรียนให้บอกมา เราจะช่วยอย่างเต็มที่”
ทุกวันพุธของสัปดาห์ วัชรมงคลจะอนุญาตให้พนักงานจำนวนหนึ่งไปสร้างประโยชน์ให้กับสังคม เช่น ไปสอนหนังสือเด็ก ตัดผม เลี้ยงอาหาร ติดตั้งห้องน้ำให้กับบ้านพักคนชรา

“ที่สำนักงานจะมีกล่องบริจาคเงิน พนักงานให้เท่าไหร่บริษัทจะจ่ายเพิ่มให้อีก 1 เท่า … ให้พนักงานคิดโครงการดีๆ ขึ้นมาเอง”

“ผมกำลังมองว่ามุมมองความสุข ถ้าคนมองความสุก เป็น ก.ไก่ มองความสุขจากสิ่งของ วัตถุ เงินทอง หาเงินมากที่สุด ความสุขจะไปคนละทาง ยิ่งวิ่งหาความสุขๆ ก็ยิ่งวิ่งหนีเรา แต่จริงๆ แล้วความสุขอยู่ในใจเกิดจากความพอเพียง”

“… SME ในเมืองไทยมี 2 ล้านราย สมมุติ แต่ละรายดูแลพนักงาน 10 คน นั่นหมายความว่า 1 ใน 3 ของคนไทย จะมีความสุข และเมื่อพนักงานมีความสุข คนรอบข้าง ตลอดจนครอบครัวของเขา ก็มีความสุข … นี่คือการเปลี่ยนประเทศครับ”

อ่านความคิดสีขาวของเขาต่อได้ที่นี่ …

http://www.gotomanager.com/news/details.aspx?id=77074

(๔)

คุณดนัยบอก “นักธุรกิจมักคิดว่า ธุรกิจสีขาวทำไปเพื่ออะไร ไม่มีกำไร ไม่ได้ตังค์” ซึ่งเป็นเรื่องเข้าใจผิด เพียงแค่พลิกเป้าหมายจากลำพังมุ่งไปยังด้าน Profit ให้ลองคิดใหม่ หันไปใช้แนวทางนี้ – People, Planet, then Profit

คงเหมือนหนังสือเล่มนี้ อยากซื้อก็มีขาย อยากอ่านได้ๆฟรี เชิญที่นี่ครับ

http://www.dmgbooks.com/site/download/white-ocean/index.html

White Ocean Strategy กลยุทธ์น่านน้ำสีขาว … คุณเข้าใจแล้วนะ

ขุนอรรถ

bull_bear_1123_resizestock_market_cartoon1_resize