คนเดียว อันเดียว*

ในร้านนายอินทร์ … ผมหยิบหนังสือ “เขาเรียผมว่า คุณหมอผู้เปลี่ยนโลก” ขึ้นอ่านแวบเดียว ก็รู้ทันทีว่า นี่คือหนังสือที่ควรซื้อหามาอ่าน รวมถึงมีไว้ประดับชั้นวางหนังสือในบ้าน ข้างๆ หิ้งพระ

100% CUP หรือ 100% Condom Use Program เป็นโครงการที่เกิดขึ้นได้ความตั้งใจเล็กๆ ของคุณหมอท่านหนึ่ง นามว่า นพ.วิวัฒน์ โรจนพิทยากร – คุณหมอผู้เปลี่ยนโลก ด้วยเครื่องมือแพทย์ชิ้นเล็กๆ ที่เราเรียกกันติดปากว่า “ถุงยาง”

ถุงยางกับการป้องกันโรค ไม่น่าดึงดูดใจให้อ่าน แต่ที่น่าสนใจตรงที่ คุณหมอท่านนี้ ทำอย่างไรให้ ผู้ซื้อ ผู้ขายรวมไปถึง หมอน้อย หมอใหญ่ และข้าราชการไทย ระดับ ซี 10 เปลี่ยนพฤติกรรมได้ … แบบนี้ น่าสนใจชะมัด

พฤติกรรมคนซื้อ(บริการ)มักง่าย พอเครื่องติดก็คิดแค่จะ “ใส่” เวลานั้น พวกเขาไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหม หรือหน้าอะไร ทั้งที่รู้แก่ใจว่ากำลัง “เสี่ยง” – แต่มันหน้ามืด

ส่วนคนขายฯ เนื่องจากเป็นคนชั้นใต้ดิน มีพฤติกรรมยอมสิ้น เพราะไม่มีสิทธิ์ ไม่มีเสียงจะพูดหรือบ่นอะไร แค่ทำมาหากินวันต่อวันไป ได้เท่านั้น ขืนเรื่องมาก ต้องยุ่งยากให้คนซื้อใส่โน่นนี่ คนซื้อเขาหันไปหาคนอื่น ยืนอยู่ไม่ไกล แบบไม่ใส่ถุง ไม่เป็นไร … “เราก็อด”

การรณรงค์ให้ใส่หมวกกันน๊อค หรือ ขาดเข็มขัดนิรภัย แรกๆ ว่าทำยาก แต่เพราะมีกฎหมายบังคับ และจับปรับง่าย แต่ถ้า “ไม่ใช้ถุง” กฎหมายจะไล่จับอย่างไร ส่วนคดีที่จับได้ตามกฏหมายเพราะขายประเวณี ไมใช่ “ใส่ถุงไหมพี่ ไม่ใส่ผมจับ!”

เจ้าพนักงาน ข้าราชการ และคนในเครื่องแบบแทบทั้งหมด มีพฤติกรรมเดิมๆ เพราะมองปัญหาเดิมๆ คิดแบบเดิมๆ เหมือนกันทุกกระทรวงทบวงกรมและกอง ทำนองว่า ค้ากามเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เมื่อเจอต้องจับให้ได้ “แต่นี่อะไร คุณหมอจะให้พวกเรา(ข้าราชการ) เดินเข้าหาเจ้าของซ่องบาร์ และ หญิงบริการ … สงสารน่ะสงสาร แต่เราทำอย่างนั้นไม่ได้”

หนักไปกว่านั้น คุณหมอมักโดนข้อกล่าวหา ว่าแทนที่จะส่งเสริมศีลธรรมอันดี ไม่ให้มีอะไรกุ๊กๆ กิ๊กๆ นอกบ้าน แต่นี่อะไร ศีลข้อ 3 ยังไม่มี ศีลข้อ 4 ยังไม่ต้องถามหา คุณหมอก็เดินรี่ ไปบอกใครๆ “จะซื้อได้ จะขายก็ตามใจ ขออย่างเดียว กรุณาใส่ถุง” – ชาวพุทธอย่างเรา ไม่ย้อม ไม่ยอม

เห็นหรือยัง พฤติกรรมของคนธรรมดาว่าเปลี่ยนยากขนาดไหน แต่นี่คุณหมอทำงานด้วยปัญญา รู้ว่า คนแบบไหนหน้าบางกลัวอับอาย และกับคนหน้าหนาต้องกดดันมันเข้าไปด้วยตำรวจ คุณหมอวิวัฒน์ ทำงานใหญ่แบบนี้สำเร็จลงได้ จากที่คนไทยเป็นเอดส์นับล้าน เหลือเพียงไม่กี่รายการระดับ “หมื่นสองหมื่นต่อปี”

เรื่องยังไม่จบ เมื่อโครงการและคู่มือ 100% CUP ประสบความสำเร็จในไทย คุณหมอวิวัฒน์ ยังถูกร้องขอให้ไปเผยแพร่ในประเทศต่างๆ อย่าง กัมพูชา พม่า จีน มองโกเลีย ฟิลิปปินส์ พม่า ลาว … “ระยะทางยังอีกยาวไกล” คุณหมอว่า

เรื่องใหญ่ๆ แบบนี้ ทำไมคนไทยไม่มีใครรู้ … ผมคิดว่า คงมีสัก 2 เหตุผล คือ เพราะคุณหมอไม่ใช่นักโฆษณา(ตัวเอง) และ อีกอย่าง คงเพราะเรื่องแบบนี้ ทำให้เป็นเรื่องใหญ่ไม่ได้ ก็เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ และไม่ค้ากาม จะให้รัฐบาลออกตัวมาก … ไม่ได้ – แก้ยากจริงเชียว อ้ายพวกนี้

เผอิญมีหนังสือชื่อ Influencer รวบรวมผลงานของ “ผู้มีอิทธิพล” สามารถแก้ไขปัญหาระดับโลกด้วยการใช้อิทธิพลในการเปลี่ยนพฤติกรรมของมนุษย์นับล้าน … 100% CUP เป็นหนึ่งในโครงการ ได้รับคัดเลือกให้บรรจุเอาไว้ใน Influencer เล่มหนา

อ่านจนจบจึงรู้ว่า “เล่าก็ยาก ย่อก็ยาก” เพราะทุกขั้นตอนคล้ายการลองผิดลองถูกของคุณหมอ จากนั้นจึงนำมาเขียนต่อ แบบทำไปเล่าไป ดังนั้น ทั้งวิธีคิดและวิธีการทั้งหมดจึงอยู่ในหนังสือ “เขาเรียผมว่า คุณหมอผู้เปลี่ยนโลก” เล่มนี้ แบบที่ต้องค่อยๆ อ่านเอาเอง !

เอาเถอะ เพื่อไม่ให้อารมณ์ค้าง มีหนึ่งในเหตุการณ์ ซึ่งพอจะบอกได้ประมาณว่า เหตุใด โครงการ 100% CUP สำเร็จได้ คงเพราะสไตล์การทำงานแบบนี้ …

กาลครั้งหนึ่ง เมื่อโครงการ 100% CUP ต้องเดินทางไปแก้ไขปัญหาถึงเมืองจีน แต่ระหว่างการประชุมเพื่อขอความร่วมมือ ตำรวจจีนสะบัดหน้าและบั้นท้าย แล้วบอกว่า “การค้าประเวณีเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เห็นเป็นไม่ได้ – ต้องจับ”

คุณหมอยิ้มๆ แล้วถามกลับไปแบบขำๆ “เห็นด้วยครับ ส่วนที่ต้องจับก็จับกันไป แต่ ขอถามหน่อย สมมุติ เมื่อคืนผมไปเที่ยวบาร์ มีสาวคนหนึ่งพูดกันถูกคอ จึงพากันมาต่อที่โรงแรม แบบนี้ผิดไหม”

“ไม่ผิด” ตำรวจตอบ

“โอเค ถ้าตื่นเช้ามา ก่อนแยกย้าย ผมจ่ายเงินให้เธอจำนวนหนึ่ง แบบนี้ผิดหรือไม่ผิด”

“การจ่ายเงินตอบแทนหลังมีเพศสัมพันธ์ เป็นความผิด ต้องถูกจับกุม”

“อย่างนั้น ถ้าผมแอบเอาเงินใส่ในกระเป๋าให้ โดยที่เธอไม่รู้ล่ะ ผิดหรือเปล่า”

“…” ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ได้แต่กระพริบตา ไม่ตอบอะไร

“ก็ได้ครับ แล้วถ้าผมจ่ายเงินเพียงเล็กน้อยให้เธอเป็นค่ารถกลับที่พัก แบบนี้ผิดไหม”

“ไม่ผิด” พวกตำรวจ(จีน)มองหน้ากันเลิกลั่ก ก่อนตอบ

“นั่นยังไง” คุณหมอจึงชี้ให้เห็นว่า การตรวจสอบเรื่องนี้ก็ลำบากมาก หลักฐานก็ไม่มี แอบถ่ายวีดีโอเก็บไว้ก็ไม่ได้  แล้วจะจับกุมอย่างไร ปัญหาไหนปราบได้ต้องปราบ แต่อะไรยังห้ามไม่ได้ ก็ต้องปราม แล้วอย่ามองข้ามปัญหาอย่างเอดส์โรคร้าย อย่าให้ระบาดหนัก ทำร้ายลูกหลานอยู่แบบนี้ (ภายหลัง ตำรวจจีนจึงยินยอมให้ความร่วมมือ)

คงเป็นอย่างที่หนังสือ Influencer ว่าไว้ “พฤติกรรมทุกอย่างของมนุษย์ล้วนเปลี่ยนแปลงได้ทั้งสิ้น เพียงแต่ขอให้รู้วิธีการว่าต้องทำอย่างไร” – คนเดียว อันเดียว แท้ๆ

เปลี่ยนโลก หรือ “เปลี่ยนไทย” กันดีครับ ?

ขุนอรรถ

condom02