หมาตัวล่าง*

ผมติดตามผลงานของ อ.นิธิ เอียวศรีวงศ์ ได้ไม่นาน จะเรียกว่าอ่านเป็นระยะๆ ก็ไม่เชิง เพราะอ่านบ้างไม่ได้อ่านบ้าง เอาเป็น “ระยะห่างๆ” คงพอไหว หลังๆ เห็นคนโดนต่อว่าอาจารย์เรื่องส่วนตัวให้เสียหาย ชั่งน้ำหนักแล้ว และลองตัดคติคับแคบออกไป – ยิ่งอ่านก็ยิ่งชอบ คือบทสรุปส่วนตัวครับ

บทความล่าสุดเรื่อง “สังคมที่ต้องปาหินใส่” ของ อ.นิธิ ในมติชนสุดสัปดาห์ 14-20 สิงหาคม 52 น่าอ่านเหมือนเดิม เชิญชวนหาฉบับเต็มๆ มาอ่าน แต่เพื่อไม่ให้อารมณ์ของคุณค้าง เชิญอ่านฉบับย่อ(แอนด์ล้อ)

… ตอนนี้ การปาหิน ระบาดไปทั่ว สร้างความวิตกกังวลแก่คนสันจรไปมา นักวิชาการสายจิตวิทยา ออกมาฟันธงว่า คนปาหินถือเป็นพวกพิการ(ทางจิต) อันเกิดจากครอบครัวแตก บ้านแยก สาแหรกวิ่น หรืออะไรเทือกนั้น

นอกจากปัญหาส่วนตัว(ปัจเจก)แล้ว พฤติกรรมดังกล่าวอาจเกิดจากปัญหาสังคมก็ได้ พฤติกรรมแบบนี้ ฝรั่งเรียกว่า “Anti-social” หรือ พฤติกรรมต่อต้านสังคม

ที่เรียกว่า “ต่อต้านสังคม” ก็เพราะ ผู้ปาหิน กับ ผู้ถูกหินปา ไม่รู้จักมักจี่กันมาก่อน กล่าวคือ ผู้ปาหินไม่ได้ประสงค์ทำร้ายผู้ถูกหินปาเป็นการส่วนตัว เมื่อไม่มีอะไรสักอย่างที่ตัวอาจสัมพันธ์ด้วย ลักษณะนี้อาจเรียกรวมๆ ได้ว่า “สังคม” – คนปาต้องการให้หินวิ่งเข้าชน(กระจก)สังคม !

นอกจาก “ปาหิน” แล้ว ยังมีพฤติกรรมต่อต้านสังคมอีกหลายอย่าง เช่น ไม่กี่ปีก่อน วัยรุ่นเชียงใหม่ขี่มอเตอร์ไซด์ไล่ฟันคนเดินถนน หรือ คนพันธุ์(ระ)อาที่รบพุ่งกันอยู่ในกรุงเทพฯ ตอนนี้ข่าวว่าระบาดลงมาถึงคนพันธุ์มะ (มะทายม) อีกด้วย หรือการพ่นสีในที่สาธารณะ การทำลายป้ายโดยสาร ตู้โทรศัพท์ การขโมยสายไฟ ฯลฯ

คนขโมยสายไฟ ก็รู้แก่ใจว่า ชาวบ้านเขาจะเดือดร้อน แต่เพราะ “เขาเป็นคนอื่น” ไม่ใช่พวกเรา คนขโมยเขาเลยไม่ต้องคิดมาก … สังคมจะตั้งอยู่ได้ ก็ด้วยต่างคนต่างไม่รู้สึกแปลกแยกว่า คนที่อยู่ร่วมกัน(ในสังคม)เป็นคนอื่นคนไกล

สำนึกทางสังคมหายไปในคนไทยปัจจุบัน เพราะเวลานี้ คนไทยมีความแตกแยกสูงมาก ความแตกแยกอันเกิดจากความเหลื่อมล้ำต่ำสูง ทั้งทางเศรษฐกิจ การศึกษา อำนาจทางการเมือง ฯลฯ

ความเหลื่อมล้ำทางสังคม ทำให้คนบางกลุ่มอยู่สูง และทำให้บางกลุ่มอยู่ต่ำกว่า (อ.นิธิ เรียกว่า) “หมาตัวล่าง” (Underdog) ยกตัวอย่าง เพื่อนเรียนปวช. จะอยู่ต่ำ(ชั้น)กว่าเพื่อนเอ็นท์ติด ไม่ว่าจะเป็นเพราะรวยกว่า เก่งกว่า หรืออะไรก็ตาม – เรียน ปวช ต่ำกว่า เรียนมหา’ลัย อยู่ดี

เป็นหมาตัวล่างยังไม่พอ แต่โอกาสจะใช้ปากกัดเท้าถีบให้ลูกหลานเขยิบขึ้นชั้นเป็น “หมาตัวบน” ก็ยังไม่มีอีกด้วย … นี่คือความหมายแท้จริงของ “ชนชั้น” – ชนชั้นของแท้ ต้องสามารถสืบต่อจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่งได้  (อ.นิธิว่า)

หลักฐานปรากฏว่า พวกก่อเหตุปาหิน พวกไล่ฟันชาวบ้าน อาชีวะอันธพาล ฯลฯ ล้วนเป็นหมาตัวล่าง แทบทั้งสิ้น … หมาตัวบน อย่าง สวนกุหลาบ ราชวินิต เคยยกพวกตีกันไหม – ไม่มี

จริงอยู่ มนุษย์มักลอกเลียนกันเพื่อให้มีสถานภาพสูงขึ้น อย่างน้อยก็สูงขึ้นในแวดวงของตน ดังนั้น เหตุใดคนพันธุ์อา จึงไม่ลอกเลียนแบบนักเรียนสวนกุหลาบเล่า? คำตอบก็คือ เพราะแวดวงของทั้งสองต่างกัน

… คนพันธุ์อา (หมาตัวล่าง) คือคนหมู่น้อย ที่เลือกให้ตัวเองมีสถานภาพสูงขึ้นในแวดวงตัวเอง มากกว่าในสังคมวงกว้าง (คนส่วนใหญ่) – Why? ก็เพราะแวดวงของหมาตัวล่างถูกตัดขาดจากสังคมวงกว้างของคนส่วนใหญ่(น่ะสิครับ)

สังคมวงกลว้างนั่นแหละ บีบให้พวกเขาเป็นหมาตัวล่าง ดังนั้น สังคมวงกว้าง จึงเป็นเป้าหมายของการแก้แค้น ! (อ่านถึงตรงนี้ ขอใช้ภาษาอังกฤษอีกที … โ_ค_ต_ร_เ_ก็_ท เลย)

การตามจับคนปาหินนั้นต้องทำให้ได้ และต้องทำต่อไป แต่แค่นั้นไม่พอ นักการเมืองและนักวิชาการต้องพิจารณาให้ลึกกว่านั้น อย่างน้อยก็ต้องพยายามทำให้สังคมไทย เป็นสังคมแห่งความหวังสำหรับหมาทุกตัว เอ้ย สำหรับคนทุกคน ทั้งที่อยู่ชั้นบนและชั้นล่าง

นอกจากนั้น รัฐต้องไม่ปล่อยให้ หมาตัวบน(บางตัว) แสดงพฤติกรรมต่อต้านสังคมอย่างออกหน้า(ด้านๆ) อย่าง พวกปล่อยมลพิษ ผลิตน้ำเสีย ทำลายพืชผัก ลำน้ำ ไร่นา ตลอดจน ทำให้ชาวบ้าน(หมาตัวล่าง)ตายฟรีอย่างที่เห็นเป็นเรื่องธรรมดา ทุกวันนี้

“ในสภาพเช่นนี้ พฤติกรรมต่อต้านสังคมหาได้เป็นที่น่ารังเกียจแต่อย่างไร โดยเฉพาะแก่ “หมาตัวล่าง” อ.นิธิ สรุป

คารวะ

ขุนอรรถ

underdog_poster_resize