Proposal / แต่งงาน / เธอ / หมา

มีคนบอกว่า Sandra Bullock เป็นเจ้าแม่หนังตลก-โรแมนติก – ใช่เหรอ?

เห็นคุณน้า Sandra เมื่อไหร่ นึกถึงฉากตื่นเต้นในรถเมล์ตอนเล่นกับ Keanu Reeves ใน “Speed” มากกว่า โอเคครับ “Speed” โรแมนติกเป็นบ้า อย่างน้อยก็โรแมนติกกว่า Mr. & Mrs. Smith ไม่เชื่อลองดูสิ

เรื่องมีอยู่ว่า ณ สำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง, Margaret (Sandra Bullock) บรรณาธิการสาวใหญ่ นิสัยบ้างาน บ๊อซซี่ งี่เง่า เอาแต่ใจ และใครไม่รักช่างหัว! โดนกองตรวจคนเข้าเมือง(ตม.)(สหรัฐฯ)เล่นแง่ให้ออกจากประเทศ (Deportation) เพราะเธอเป็นคนแคนนาดา และเผอิญว่า Visa หมดอายุ !

Margaret เอาคว้า Andrew (Ryan Reynolds) ผู้ช่วยมาร่วมซ_วยโดนตีหน้าซื้อหลอกนายใหญ่ว่า เขาและเธอกำลังจะแต่งงาน … โดย Andrew ไม่รู้ตัวมาก่อน เลยต้องสมยอม เพราะ Margaret ยื่นข้อเสนอให้เขาเป็น บรรณาธิการ ตรงใจเป็นความใฝ่ฝันของ Andrew มานานแล้ว

ตม. จอมดื้อยอมไม่ได้ เพราะใครๆ ในนิวยอร์คต่างรู้จักบรรณาธิการอย่าง Margaret เรื่องเม้าผ่านเครือข่ายอินเทอร์เนทเดินทางเร็วกว่า Margaret เดินกลับถึงโต๊ะทำงานด้วยซ้ำ จึงพยายามสืบสวน เพราะหากใครให้การเท็จ แต่งงานเพื่อแลกับการเข้าเมือง ต้องโทษปรับหลายตังค์แถมติดคุก 6 เดือนอีกต่างหาก

สำหรับผู้ช่วย Margaret อย่าง Andrew เขารู้จักเธอดี เพราะทำงานใกล้ชิดคล้ายเลขาฯ ใครจะมาจะไป Margaret จะไปทำอะไร เขาเป็นคนประสานงานทั้งหมด

แต่เพื่อให้ Margaret สามารถตอบคำถาม ตม. ได้ทุกข้ออย่างแนบเนียน เธอตกลงใจไปงานเลี้ยงวันเกิดคุณย่าของ Andrew ที่เมืองสวยใน Alaska! และ(สั่ง)ให้ Andrew เตรียม “คำถามส่วนตัว” ระหว่างเขาและเธอมาอ่าน และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวของหนังเรื่องนี้

ใน Alaska, Margaret กลายเป็น always-in-control city girl เต็มตัว ได้ค้นพบตัวเองในสถานการณ์ที่ฝรั่งเรียกว่า Fish-out-of-water ส่วนครอบครัวของ Andrew ร่ำรวยในบ้านเกิด พ่อของเขาอยากให้ Andrew กลับบ้านมาดูแลธุรกิจ ในขณะที่เขามีความฝันเป็นบรรณาธิการอย่างว่า – แทรกประเด็นหลังนี้มาทำอะไรก็ไม่รู้

ไหนๆ ก็ไหนๆ … เรื่องนี้จบ Happy ending ครับ … จะเรียกว่า Spoil ก็ใช่ แต่หนังแนวนี้จบเป็นอย่างอื่นไม่ได้ มันต้องมีอันเป็นไปแบบนี้แหละ แต่ … ผมชอบนะ นั่งหัวเราะทั้งเรื่อง หนังเขียนบทให้เจ้านายสาวจู้จี้กับลูกน้องหนุ่มขี้อำข่มกันมาน่าสนุก

ผมชวนไปดูธรรมเนียมน่ารักดีของฝรั่ง เขาให้ความสำคัญมากพอดีกับนาทีขอแต่งงาน (Proposal) ใครขอใครก่อน ใครหวาน ใครเขิน ใครสร้างบรรยากาศอะไร … เป็นเรื่องหวานๆ เล่าสู่กันฟังถึงลูกหลาน เล่าได้ชั่วชีวิต (กรณีไปกันรอด!) – ช่วงนี้ Margaret กับ Andrew อำกันสนั่น ฮาครับ ฮา

การใช้ชีวิตร่วมกันระหว่างชายหญิงเป็นเรื่องสำคัญก็จริง แต่การใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวของอีกฝ่ายก็เป็นเรื่องสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกัน เข้าทำนอง love me love my dog ครือกัน ไม่ได้หมายความว่า พ่อแม่ เป็นพวกเป็นกับ dog นะครับ หมายถึง “รักฉัน รักสิ่งที่ฉันรักด้วย” ประมาณนั้น

ดู Proposal แล้วได้คิดว่า “ก่อนขอแต่งงาน สำรวจให้ดีๆ ว่า เธอเลี้ยงหมาเยอะไหม”

ขุนอรรถ

(ข้อความนี้ได้มาจากที่ไหนสักแห่ง ผมลืม source ไปแล้ว ขอโทษจริง)
หนังทำเงิน 3 วันแรกระหว่างวันที่ 19-21 มิถุนายน 2009 ไป 34.1 ล้านเหรียญฯ ด้วยทุนสร้างเพียง 40 ล้านเหรียญฯ ก็เดาได้ไม่ยากว่าผลงานของผู้กำกับ แอนน์ เฟลต์เชอร์ (27 Dresses) ได้กำไรแน่ๆ

The Proposal ยังเป็นหนังเปิดตัวสูงสุดของเจ๊แสงดาว รวมถึง ไรอัน เรย์โนลด์ ในฐานะนักแสดงนำ และทำให้มีรายได้รวมประจำสัปดาห์สูงกว่าปีก่อน 3 % (ปีที่แล้วหนังที่ออกฉายในช่วงสัปดาห์นี้คือ Get Smart) แน่นอนว่าไม่ต้องเดาให้ยาก 63% ของผู้ชมเป็นผู้หญิง และ 86 % อายุ 18 ปีขึ้นไป โดยกว่า 70 % มาดูเป็นคู่ (ผลสำรวจจาก Exit Poll)

ฉากนี้ ช่วยดูหน่อยว่า ใช้เทคนิค Green screen* หรือเปล่า?
proposal-movie-knee
เทคนิคนี้ เริ่มตั้งแต่การถ่ายทำโดย ถ้าเป็น Green Screenจะถ่ายทำบนฉากสีเขียว และถ้าเป็น Blue Screenก็ จะถ่ายทำบนฉากสีน้ำเงินสาเหตุที่เทคนิคสองประเภทนี้เป็นที่นิยมกันมากก็เพราะมันไม่มีผลต่อสีผิวอย่างเช่นรายการข่าว โทรทัศน์ก็นิยมใช้ Blue Screen เพื่อเปลี่ยนฉากหลัง ให้เป็นภาพจากข่าวที่กำลังออกอากาศ เป็นต้น หลักการก็คือ ทำให้สามารถใส่ภาพฉากหลังที่ต้องการลงไปได้นั่นเองซึ่งมีข้อควร ระวังในการใช้เทคนิคนี้อยู่นิดหน่อยก็คือ หากคุณใช้ฉากหลัง สีน้ำเงิน หรือสีเขียว ขณะถ่ายวิดีโอ เพื่อจะลบฉากหลังโดย Blue / Green Screen ก็ต้องแน่ใจก่อนว่า ส่วนอื่นๆ ของภาพที่คุณต้องการคงไว้ไม่ได้ประกอบด้วยสีดังกล่าว ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณถ่ายผู้สื่อข่าวที่อยู่หน้าฉากหลังสีน้ำเงิน หากผู้สื่อข่าว คนนั้นใส่เน็คไทสีน้ำเงินเน็คไทอันนั้น ก็จะกลายเป็นโปร่งแสงด้วย http://www.siamcom.co.th/pop_up.php?article_id=2