New Moon : รักใหม่, อยากเก็บเธอไว้ทั้งสองคน*

ไฮ เอ็ดเวิร์ด,

Twilight : New Moon หนังภาคต่อของนายน่าเบื่อว่ะ แต่นายจะสนใจไปทำไมในเมื่อสาวๆ นักเรียนอินเตอร์ 4-5 คนนั่งติดกับเรา แอบกรี๊ดนายกันน่าดู จะว่าไป เรานั่งอยู่แถวหน้าของใครรู้ไหม?

… โย ยศวดี นางแบบมือที่สาม โทษที – เธอเป็นมือวางอันดับสามนั่นไง ฉายา “สื่อไม่ใช่แม่” นายรู้จักไหม? แต่ขอโทษนะ โยไม่กรี๊ดนาย และนี่แหละคือเรื่องสาวๆ ที่เรากำลังจะเม้ากัน

จะว่าไป เรานั่งดูหนังแวมไพร์มาหลายเรื่อง แต่จำได้เรื่องเดียว – Interview with the vampire ปี 1994 โน่นแน่ะ นายได้ดูไหม Tom Cruise กับ Brad Pitt เล่นเกย์เข้าขาและเข้าตาคณะกรรมการสมานฉันท์เสียเหลือเกิน แวมไพร์ประสาอะไร เบื่อเลือด เบื่อเนื้อหนังมังสาขนาดนิยม”กินหนู” – ซะงั้น!

อุตส่าห์มีคุณสมบัติแวมไพร์แปลกๆ อย่างไม่แก่ ไม่เหี่ยวไม่ห้อย ไม่ตาย(ง่ายๆ) แต่ตัวซีดขาวเหมือนหนูตายอย่างที่เห็น … อ่านใจคนได้ อ่านใจหมา(ป่า)ก็ได้ มีคฤหาสน์ใหญ่อย่างกับแดนเนรมิต แต่ทะลึ่งชอบนอนในโลงแคบๆ อย่างนี้ไม่เรียกว่ากรรมของผี แล้วจะเรียกว่ากรรมของคนเสื้อแดง หรือยังไง ฮึ?

นายรู้หรือเปล่า, คอหนังชายหญิงคู่หนึ่งเดินออกจากโรงฉาย New Moon ยังไม่ทันพ้นประตู ก็เริ่มถกกันทันทีเปรียบเทียบกับ Interview with the vampire ทำนองว่า “ถ้า Interview’ คือ หนังแวมไพร์เกย์ แล้วล่ะก็ New Moon ต้องเป็น หนังแวมไพร์แฟนฉัน แหงๆ”

“ทำไมวะ” ฝ่ายชายถาม
“แม่_งหน่อมแน้ม Ship-หาย” ฝ่ายหญิงบอก

คงจะใช่ … โดยเฉพาะฉากสุดท้ายที่นาย commit suicide ฆ่าตัวตายด้วยคำพูดเห่ยๆ นั่น เราแทบอ้วก!

ยิ่งน้องคนหนึ่งที่ไปนั่งดู New Moon ด้วยกันบอกเราว่า ตามตำนาน ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หมาป่า หรือ ค้างคาวผีอย่างพวกนาย ส่วนใหญ่จะรักเดียวใจเดียว เพราะมีชีวิตอีกยาวไกลหลายร้อยปี อยู่เป็นคี่คงไม่ดีแน่ หาคู่มาอยู่ด้วยท่าจะมันกว่า ยิ่งเจอ Soul mate ต้องยิ่งรักยิ่งหวง ใครมาพรากไป ต้องตามล่าฆ่าให้ตายกันไปข้างหนึ่ง

ดูอย่างใน Interview’ นั่น พอ Lestat (Brad Pitt) ได้เจอหนุ่มหล่อในสภาพกระทงหลงทางอย่าง Louis (Tom Cruise) ก็ชวนกันไปหาชีวิตนิรันรัตน์ พลัดกันดูดเสียจนสาวแวมไพร์ Claudia (Kirsten Dunst) เป็นเคือง … ชะชะ อร่อยว่าเลือดหนูได้ไงเนี่ย!

ครั้น Lestat เห็นแววตาให้ท่าเวลา Claudia ช้อนมอง Louis เมื่อไหร่ ก็แอบเจ็บปวดใจอยู่ลึกๆ (ท่อนนี้ให้อ่านเป็นทำนองลิเก) “เอ๊ะ ชักไม่ได้การ ชักไม่ได้การ อย่ารอท่า จำเราต้องปลิดชีวา … ให้วายชีวัน จับหล่อนขังไว้ในนั้น รอแสงอาทิตย์เผามัน เผามันในทันใด” (แตร้ง แตรง แตร่ง …) (ฮา)

จากนั้นเรื่องราวจะเป็นอย่างไร อยากให้นายลองหามาศึกษาดู

กลับมาที่เรื่องของนายอีกหน่อย … เบลล่า นางเอก Twilight เดอะ ซีรี่ย์ น่ะ แบบนั้นเรียกว่า “สวย” ได้ไง เราอดแปลกใจไม่ได้จริงๆ นะ เดี๋ยวนี้เขา cast กันยังไงก็ไม่รู้

เรื่อง Casting นี่ เราแอบตั้งข้อสังเกตตั้งแต่ GTH เลือก “คริส ลาดกระบัง” มาเป็นนางเอก “รถไฟฟ้าฯ” แล้วล่ะ ทำไมน่ะเหรอ?

เราคิดว่า GTH เลือก คริส ก็เพราะทำให้คนดูโดยเฉพาะสาวๆ เชื่อได้ไม่ยากว่า “เราก็มีโอกาส(นะเฟ้ย)” แบบว่า …

(กรุณาทำท่าสาวๆ กำลังครุ่นคิด) (เสียงบรรยายประกอบภาพ) “หน้าตาของเธอก็ไม่ดีเด่ไปกว่าฉันสักเท่าไหร่ แล้วทำไมฉันจะฟลุ้คเจอหนุ่มล่ำอย่าง “เคน” แบบเธอไม่ได้” – เข้าใจมะ

สำหรับเรา คริสมีภาพลักษณ์ (1) เป็นคนเก่ง อาจเพราะชีวิตจริงของเธอเป็น Dancer ที่มีฝีมือระดับโชว์ได้ (2) เธอมีภาพลักษณ์ของคนโสด แม้ความจริงเธอคบหากับพ่อหนุ่มหน้ายาวหนึ่งในชาว Buddha bless นานแล้ว แต่เธอไม่เปิดตัวมากไปจนเสียราคาและภาพลักษณ์ สุดท้าย (3) คริส มีภาพลักษณ์ของคนธรรมดา ไม่ใช่ “ดารา” อย่างอั้ม อย่างนุ่น อะไรแบบนั้น

เรื่องแบบนี้ต้องสร้างนะ ภาพลักษณ์น่ะ ย้อนกลับมาที่นางเอกเบลล่าของนายหน่อย หรือกอง Casting ของหนัง Twilight ต้องการให้ เบลล่า ออกมายั่วน้ำลายเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกันหล่อน จะเรียกว่า Target group จะได้ไหม

ถ้าอย่างนั้นก็คงไม่แปลก ข่าวว่า ยอดขายตั๋วของหนัง Twilight ภาคสองนี่ ทะลุทลายสถิติแบบทิ้งกันไม่เห็นฝุ่น แถมด้วยยอดขายตั๋วรอบ Midnight อันเป็นรอบ “ออกเดท” ของวัยรุ่นอเมริกันนั่นไง ก็ทำลายสถิตอีกเหมือนกัน

อ้อ … ในข่าวเดียวกันบอกว่า 70% ของคนดูเหล่านั้นเป็นเด็กวัยรุ่น Teenage ที่ซื้อตั๋วมานั่งดูนั่งกรี๊ดนายกันเป็นกลุ่มๆ อีก 10% เป็นผู้ชายที่พาแฟนคลั่งดาราหน้าตาอย่างนาย (สงสัย “Look-กรามโต” กำลังอินเทรนด์) และอีก 20% นายว่าเป็นใคร รู้ไหม?

ว่ากันว่าอีก 20% นั่น ปนๆ กันอยู่ในพวกหญิงเก่ง หญิงโสด (น่าจะรวมถึงหญิงเสรีรักด้วย) และสุดท้าย ภาษาไทยแปลว่า กลุ่ม “สีทนได้” แต่อยากเก็บเธอไว้ทั้งสองคน!

ขุนอรรถ