ปัดยา*

คุณกาลิเลโอ

ผมเลือกหนัง “หนีตามกาลิเลโอ” มาดูที่บ้านอีกรอบ คงเป็นเพราะ หนึ่ง. ดูรอบแรกแล้วประทับใจ และ สอง. ผมกำลังคิดถึงคนที่นั่งดูด้วยกันวันนั้น

… ระหว่างนั่งดูรอบสอง ผมมีคำถามมากมาย แต่พอหนังจบ สรุปได้แค่ 2 คำถาม นั่นแหละคือเหตุผลที่ผมคว้าสมุดอิเลคโทรนิกส์ขึ้นมาเขียนจดหมายหาคุณ

คุณกาลิเลโอ, ข้อความในพระคัมภีร์ฯ ที่ว่า “โลกได้ตั้งสัณฐานขึ้น และไม่อาจเคลื่อนไป” และ “พระเป็นเจ้าทรงสร้างโลกไว้บนแท่น และไม่อาจเคลื่อนไป” และ … “แล้วดวงอาทิตย์ก็ขึ้น เคลื่อนไปและหวนคืนสู่ตำแหน่งเดิม” นั้น มันหมายถึงอะไรกันแน่

ครับ, เราคงเหมือนกัน, ผมไม่ได้ตีความตามตัวอักษร

เราชาวพุทธหลายล้าน มีคำถามทำนองนี้เกิดขึ้นในใจทันที เมื่อได้ยินครูในห้องเรียนสอนว่า “ทันทีที่พระพุทธเจ้าประสูติ ทรงดำเนินด้วยพระบาท 7 ก้าว มีดอกบัวผุดรองรับ (ยิ่งไปกว่านั้น) พระองค์ท่านทรงเปล่งพระวาจาว่า เราเป็นเลิศที่สุดในโลก ประเสริฐที่สุดในโลก การเกิดครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายของเรา”

ใครจะบ้าอย่างคุณล่ะ ใช่, ผมไม่ได้ยกมือขึ้นเถียง โรงเรียนประถมฯ ในประเทศที่ผมอาศัย เขามีสำนวนซึ่งต่อมากลายเป็นวัฒนธรรมของเราไป ที่ว่า “จงดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย”

ขืนให้นักเรียนประถมฯ ยกมือถามคำถามทำนองนี้ได้ ถึงแม้จะไม่โดนศาลเรียกตัวไปไต่สวน แล้วยัดข้อหา “ต้องสงสัยอย่างรุนแรงว่าเป็นพวกนอกรีต” อย่างเดียวกับที่ พระคาร์ดินัลเบลลาร์ไมน์ เคยทำกับคุณกาลิเลโอหรอก เอาแค่ครูทำตาเขียวด่าว่า “เด็กบ้า” พวกเราก็แย่แล้ว

เรื่องที่สองที่อยากชวนคุณกาลิเลโอพูดคุยสักหน่อย ก็คือ เรื่องแรงดึงดูดระหว่างกัน ความจริงน่าจะเรียกว่า แรงดึงผลักระหว่างกัน เสียมากกว่า

นานแล้วแต่ผมยังจำได้ดี และผมยังเชื่อตามทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ทำนองว่า ระยะห่างที่พอดีเท่านั้น จึงจะเกิดแรงดึงดูดที่เหมาะสมได้ ใกล้เกินไป ห่างเกินไป แรงดึงดูดที่ว่าจะเสียไป

ผมเคยอธิบายเรื่องนี้ให้กับคนที่นั่งดูกาลิเลโอด้วยกันคนนั้น ไม่รู้หรอกว่าเธอเข้าใจหรือรำคาญ แต่ตอนนี้ แรงดึงดูดระหว่างกันมันไม่ทำงานอีกแล้ว

แต่ครั้งนี้แปลกกว่าครั้งก่อน ที่ผ่านมา ผมมักจะคิดว่า ผมเป็นฝ่ายทำให้มันเสียสมดุล ไม่ว่าจะเป็นใกล้เกินไป หรือ ห่างเกินไป … ช่วง 1 ปีกว่าๆ ที่ผ่านมา ผมมั่นใจว่าผมรักษาสมดุลเอาไว้ดีแล้ว แต่ก็นั่นแหละ ในจักรวาลนี้ไม่ได้มีเราแค่สองคน

… ป่านนี้ นุ่นกับ(เชอร์)รี่ ตามเจอคุณกาลิเอโอหรือยังไม่ทราบ และเมื่อพวกเธอพบว่า ไม่ว่าโลกหรือดวงอาทิตย์จะเป็นศูนย์กลางของจักรวาล เรื่องเหล่านี้ไม่สามารถตอบโจทย์ “สอบตก อกหัก” ของเธอทั้งสองได้

ความรักต่างหากรักษาสมดุลของทุกอย่าง สุดแต่ว่าเรา “รักเป็น” ไหม

ผมนึกถึงคำพูดของนุ่น เธอบอกกับเชอร์รี่ในฉากที่พวกเธอทั้งสองยืนกอดคอกันอยู่บนแฟลตฟอร์มยอดเครนบันจี้จั้มนั่น

“ปัดยาอะไรกะกูตอนนี้”

ขุนอรรถ