ว้าฮู*

ท่านพี่สามจู้ด!

… ชู้วับ ชู้วา ว้าฮู!

ครึ้มอกครึ้มใจอะไรก็ไม่รู้สิพี่ จะว่าพยายามปลอบใจตัวเองไม่ให้สนใจอะไรจะเกิดขึ้นใน “วันยึดทรัพย์” ที่กำลังจะมาถึงเหมือนที่หลายคนเป็นห่วงกัน นั่นก็ใช่ หรือสงสัยผมยังอยู่ในอารมณ์ “ว้าฮู” หลังได้ฟังเพลงจากดีวีดีคอนเสิร์ต ดิ อินโนเซ้นท์ เสียมากกว่า

เสียงคลอรัสแนวชู้ๆ วับๆ ทำนองนี้หาฟังยากเข้าไปทุกทีนะพี่ว่าไหม ได้ยินทีไรหัวใจมันย้อนยอกซอกแซกแปลกๆ ครับพี่ ภาพและเสียงเพลงจากวงดนตรีในยุคเดียวกันลอยมาชวนให้ปากร้อง “ฮูลัลลัลลา” ออกมาโดยไม่รู้ตัว

ดนตรีแนวนี้, ฝรั่งเขาจัดให้อยู่ในกลุ่ม “ดนตรียุคปีแปดศูนย์” แต่สำหรับผมหรือเพื่อนๆ ร่วมสมัย(นั้น) แหม … อยากจะสถาปนาให้อยู่ใน “ยุคโลกดนตรี” เสียจริงๆ

น้องๆ ที่บังเอิญอ่านผ่านมาคงสงสัย “’ไรฟะ โลกดนตรี” … โลกดนตรีเป็นลานคอนเสิร์ตวันอาทิตย์ จุคนได้ 4-5,000 คน ใช้พื้นที่หน้าช่อง 5 ย่านอนุสาวรีย์ชัยนั่นแหละเป็นฐานทัพ! ถ้ายังนึกไม่ออกอีกล่ะก็ วันอาทิตย์เที่ยงลองเปิดดูรายการ “เจ็ดสีคอนเสิร์ต” ก็นั่นแหละ ประมาณเดียวกัน

ทั้งธงชัยแม็กฯ ธงชัยสามโทน สาวๆ และสาวะลักกระแอม ดิอินโนเซ้นท์ วงชาตรี ฟรีเบิร์ด บิลลี่ พี่ป้อมโต๊ะ นูโว โต้ชีริก พี่แช่(หรือพี่แจ้วะ?) พี่กี้ Alan smith อริสมันต์ เจ้าของเพลงดัง “ยังด้านไม่พอ จะขออีกสักที” นี่ก็เคยขึ้นโชว์ในรายการโลกดนตรีกันแทบทั้งนั้น … พี่สามฯ ยังจำได้ไหม?

บางคนก็ยัง(พยายามหอบสังขาร)มายืนค้ำไมค์ร้องเพลง บางคนก็โลดแล่นอยู่เบื้องหลังทั้งเขียนเพลง เล่นแบ็กอัพ หรือถูกรับเชิญเป็นแขกพิเศษตามงานบวชงานแต่งสารพัด และที่ขาดเสี้ยมิด้าย! บางคนแม้ยังจับไมค์อยู่ก็เถอะ แต่เขาเปลี่ยนบทบาทจากการร้องเพลงเป็น “ปราศรัยให้ผู้ชุมชุนฟัง”

บนโต๊ะหูฉลาม, ผู้บริหารพรรคการเมืองเขานั่งเม้ากันบ่อยๆ ว่า “อยากได้คะแนนเสียง ก็น้องรัก-นักร้องนี่แหละ ฐานเสียงเขาดี” – ฮา

กลับมาที่ ดิอินโนเซ้นท์ ดีกว่านะพี่สามนะ คอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นการรวมตัวกันอีกครั้ง หลังอัลบั้ม 10 นาฬิกา ในปี 2532 ต่างคนต่างไปทำหน้าที่ของตนเองนานเกือบ 20 ปี

ช่วงเวลาที่ว่า นาฬิกาดนตรีของพวกเขานอกจากจะไม่หยุดเดินแล้ว กลับยังสะสมจังหวะจะโคนเข้มข้นขึ้นอีกต่างหาก

ชาตรี คงสุวรรณ (โอม) คงไม่ต้องกล่าวอะไรมากเพราะเสียงเพลงมากมายจากค่ายแกรมมี่ก็ผ่านมือชาตรีในฐานผู้ควบคุมการผลิต ล่าสุดโซโลอัลบั้ม Into the light (2550) ก็ได้รับรางวัล The Best Album จาก สีสันอวอร์ด

พรสันติ จวบสมัย เป็นนักแต่งเพลงอยู่เบื้องหลังศิลปิน นอกจากนั้นยังทำเพลงโฆษณา และเพลงประกอบภาพยนตร์หลายเรื่อง สายชล ระดมกิจ ทำเพลงกับค่ายเลิฟอิส ของบอย โกฯ 2 อัลบั้มและดูแลศิลปินในค่ายนี้ด้วย ส่วนเสนีย์ ฉัตรวิชัย หันไปทำธุรกิจส่วนตัวและยังเล่นดนตรีร้องเพลงบ้างตามโอกาส

20 ปีผ่านไป พวกเขากลับมารียูไนท์กันอีกครั้ง เรียบเรียงเพลงเสียใหม่แทบทุกเพลง และที่น่าสนใจและอยากชวนพี่สามฯ หามาฟังก็คือเรื่อง Sound production ที่พวกเขาตั้งใจให้ออกมาครบถ้วน ไม่ด้วนไม่บอดเหมือนคอนเสิร์ตขาย(ภาพลักษณ์)ศิลปิน

ผมตามอ่านข้อมูลในอินเทอร์เนท ทราบว่า ในคอนเสิร์ตเองเสียงน่าฟังดังไปถึงชั้นสามของอารีน่าฮอลล์

ในเรื่องเพลงและทักษะแอนด์เทคนิคการเล่นดนตรีแล้ว หลังจากดีวีดีคอนเสิร์ตวง ETC. แล้ว ผมว่าคอนเสิร์ตรียูไนท์ของดิอินโนเซ้นท์นี่แหละ ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง – ฟันธงครับพี่!

นั่งนิ่งๆ คิดดูอีกที ไม่ว่าจะการเมืองหรือดนตรี มีเรื่องเหมือนกัน 2 อย่าง(อย่างน้อย) เรื่องแรกมันต้อง”เล่น” สุดแต่ว่าจะสนุกหรือเปล่า และอีกอย่าง มันทั้งคู่คงเหมือนเข็มนาฬิกา, ทั้งเข็มยาว เข็มสั้น และเข็มวินาที ต่างทำหน้าที่ของมันไป และเมื่อถึง ณ ติ๊กหนึ่งของเวลา … การรวมตัวกันก็เกิดขึ้น

ว้าฮูสักแก้วไหมพี่ …

ขุนอรรถ

รูปอัลบั้มเก่าๆ
http://www.theinnocent-fanclub.com/board/index.php?topic=2.0