เป็นคำตอบ หรือคำถาม*

สัปดาห์ที่ผ่านมา ด้วยความเครียดหรือความว่างหรืออะไรสักอย่าง เวลา 4-5 วันที่ผ่านมา ผมดูหนัง 4 เรื่อง – Hunt Locker, Up in the air, Agora แล้วก็ Whiteout

คงบังเอิญมากกว่า สองในสามที่ว่านั่น ถูกเสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์หลายสาขา และที่อยากจะหยิบขึ้นมาเขียนถึงก่อนเรื่องอื่นๆ

เรื่องนี้เข้าตากรรมการหลายสาขา ไม่ว่าภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผู้กำกับยอดเยี่ยม นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม นักแสดงสมบทหญิงยอดเยี่ยม และ บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม นั่นก็ใช่

ยังไม่พอนิตยสาร Time ยกย่องให้เป็นภาพยนตร์ที่ดีที่สุดแห่งปี แต่ปัดติโถ! หนังเรื่องนี้ ไม่ได้ตุ๊กตารางวัลติดมือติดไม้กลับบ้านไปเลยแม้แต่ตัวเดียว

เรื่องที่ผมว่านั่นคือ Up in the air (กรุณาทำเสียงเอ็กโค่)

Up in the air แสดงนำโดย จอร์จ คลูนี่ย์ (George Clooney) คนนี้คนเดียวแท้ๆ ที่ผมเลือกหยิบจากแผงมาดู คลูนี่ย์โดดเด่นมาก(ในสายตาผม)เรื่องบุคลิก+ภาพ ทั้งการพูด การเดิน การให้เกียรติเพศตรงข้าม (ชีวิตจริงไม่ทราบ) สายตา ท่าที รวมถึง Nice smile ที่แอบพูดถึงกันในหนังเรื่องนี้ด้วย

ในเรื่อง คลูนี่ย์รับบทเป็น ไรอัน – เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องการลดขนาดองค์กร (Corporate downsizing expert) เขาใช้ชีวิต 320 วันอยู่บนเครื่องบิน อยู่นอกบ้าน ไม่ใช่สิ ความจริงไรอันไม่มีบ้าน เขามีเพียงอาร์ตเม้นท์เช่าขนาดกลางไม่ไกลจากออฟฟิศ

ขณะที่ลูกจ้างทั่วไปสะสมสิ่งของสารพัด ไรอันสะสมบัตรทองบัตรพลาตินั่ม บัตรสมาชิกรถเช่า บัตรสมาชิกร้านอาหารหรู บัตรวีไอพีโรงแรมเจ็ดดาว และแม้ไม่ได้ตั้งใจ ไรอันสะสมไมล์ได้ครบล้าน ใช้ชีวิตเฟิร์สคลาสตั้งแต่ตื่นจนตายอย่างที่พนักงานออฟฟิศหลายคนอิจฉา

นอกจากงานแรกที่ว่าแล้ว ไรอันยังเป็นผู้บรรยายให้ความรู้ซ่อนปรัชญา “ชีวิตปลอดพันธนาการ” อีกต่างหาก (Relieving one’s life of excess physical)

ในคอร์สทุกครั้ง ไรอันบรรยายให้ผู้เข้าฟังเห็นว่า ชีวิตของคนส่วนใหญ่พะรุงพะรังไปด้วยสิ่งของมากมาย หลายอย่างต้องนำใส่กระเป๋าไปด้วยทุกที่ หลายอย่างเก็บไว้ที่ออฟฟิศและในบ้าน แต่ที่หนักอึ้งสุดเพราะมันทำให้ชีวิตขาดอิสระที่จะคิดทำอย่างใจ คือ ความผูกพัน

โดยเฉพาะกับความผูกพันกับใครสักคน เพราะไม่ว่าจะได้มันมาแบบไหน ความผูกพันกับใครสักคนทำให้เราพะรุงพะรังไม่เป็นอิสระ จะคิดจะทำอะไรไม่มีอิสระอย่างใจไปเกือบทั้งหมด

ไรอันว่า ยิ่งผูกพันยิ่งขาดไร้อิสระ ยิ่งมากยิ่งหนักอึ้ง ใช่, ในธรรมชาติ ยิ่งช้าเท่าไหร่ยิ่งตายเร็วเท่านั้น และคงไม่ผิดใช่ไหมหากจะบอกว่า ชีวิตคือการเคลื่อนไป จริงอยู่ สัตว์บางอย่างอยู่กับคู่ของมันจนวันตายอย่างหงส์ แต่นั่นไม่ใช่เรา ฉลามต่างหากที่เราเป็น …

ขณะนั่งดูชีวิตของไรอันอยู่นั้น เหมือนมีคนกระซิบถามผมอยู่ข้างในหัวว่า ตกลงแล้ว จะมีอะไรบ้างไหมที่ผมคอยหลอกตัวเองเช้าเย็นด้วยการมองโลกมุมดี และเราหลอกบ่อยและนานจนตัวเราเองก็เชื่อว่าสิ่งๆ นั้นหรือคนๆ นี้ทำให้เรามีความสุข รู้ทั้งรู้ ว่าไม่มีอะไรหรอกในโลกใบนี้ที่ทำให้เรามีความสุขได้ถ้าเราอยากทุกข์อยู่อย่างนั้น

และจะว่าไป ถึงที่สุดแล้ว สุขหรือทุกข์ก็ไม่ต้องไปเฮฮาหดหู่อะไรทั้งนั้น มันอยากก็มา อยากไปใครจะรั้งไว้ได้

ไรอันคงถามตัวเองเหมือนกัน จนเมื่อวันหนึ่ง ไรอันได้พบกับอเล็กซ์สาวใหญ่วัยใกล้เคียงกัน อเล็กซ์เป็นนักเดินทางอย่างเดียวกับเขา และดูเหมือนเขาและเธอ“โตพอ” ทำให้ต่างก็พอใจกับการใช้ชีวิตข้ามคืนร่วมกันสองสามเดือนครั้ง – สำหรับไรอัน ปากก็บอกว่ารักแต่ไม่ผูกพัน แต่ข้างในใจล่ะ

เนื้อเรื่องยังดำเนินต่อไป เหตุการณ์ต่างๆ สะกิดให้ไรอันคอยตั้งคำถามตัวเองบ่อยๆ “ตกลงแล้วปรัชญาบ้าบอนั่น เป็นเรื่องจริงที่ต้องการ หรือแค่หลอกตัวเองไปวันๆ กันแน่”

วันหนึ่ง เขาตัดสินใจหยุดการบรรยายกลางคัน หันหลังให้กับชีวิตแบ็กแพ็ก จับเครื่องบินตรงไปหาอเล็กซ์ถึงหน้าบ้าน ทันทีที่ประตูเปิดออก บางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น ชีวิตของไรอันเต็มไปด้วยคำถามอีกครั้ง

สำหรับใครที่ยังมีคำถามประเภทนี้อยู่ในใจ รักแต่ไม่ผูกพันทำได้จริงไหม เรามีทางเลือกอื่นใดนอกจากต่างดำเนินชีวิตไปสู่ความตายอันว่างเปล่า หนังเรื่องนี้อาจให้คำตอบที่ว่า

ขุนอรรถ