แม่เจ้า*

สวัสดีปีใหม่คนแปลกหน้า …

จะว่าไป ปีใหม่ปีนี้มีอะไรแตกต่างจากปีใหม่ที่ผ่านมาหลายอย่างอยู่เหมือนกัน เรื่องแรกก็คือ การเดินทางขึ้นมาทางทิศเหนือ แต่ไม่ยักกับไปให้ถึงเชียงใหม่ หยุดไว้แค่ลำปาง

แต่นั่นก็ยังไม่แปลกเท่ากับเรื่องการเดินทางด้วยรถไฟเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีเห็นจะได้ และไม่ใช่รถนอนปรับอากาศแบบธรรมดาเสียด้วย แต่เป็นรถนอนปรับอากาศแบบห้องแยกส่วนตัว

… นี่มันเฟิร์สคลาสของรถไฟ – ไฮโซสุดลิ่มทิ่มปลาทู !!

ห้องนอนปรับอากาศแบบนี้ ทั้งขบวนกว่า 10 โบกี้ มีเพียงโบกี้เดียวเท่านั้น มันจะไม่เฟิร์สคลาสขนาดได้ยังไง – วู้!

นี่เธอ, ในห้องมีอ่างล้าง … ล้าง … ล้างอะไรดีหว่า เล็กซะขนาดนั้น ช่างเถอะ เอาเป็นว่ามันมีอ่างล้างอวัยวะเล็กๆ พร้อมกระจกและไฟส่องหน้าเหลืองทรงเก๋ไก๋

ยังไม่นับรวมถึงห้องน้ำไฮโซกว้างขวางกว่าห้องน้ำรถไฟไทยไม่ว่าชั้นไหนก็ตามที แถมปริมาณเตียง 22 เตียงต่อห้องน้ำ 2 ห้องนี่ ก็ต้องถือว่าขบวนนี้เอ็กครูซีฟไม่น้อยเลยใช่ไหม

ดีนะที่ไม่ได้ยกขบวนกันมาทั้งตระกูล ไม่อย่างนั้นคงได้มีโอกาสใช้บริการ “คอนเนคติ้งรูม” ก็ระหว่างห้องสองห้องสามารถเปิดประตูเข้าหากันได้อีกต่างหาก

เราขึ้นรถ(ไฟ)ได้ปั๊บ ก็กระดิกนิ้วสั่งอาหารกินปุ๊บ ตอนนั้นเกือบทุ่มหนึ่งแล้ว ท้องไส้ยังไม่มีอะไรตกลงไปเป็นวัตถุดิบเลย

อ่า! ข้าวผัดรถไฟนั่นไง! พวกเราคนไทยอุตส่าห์ดั้นด้นขึ้นมากินกัน เราสั่งผัดผักใส่ปลานิล ไข่เจียว และข้าวเปล่าด้วย อ้อ โค้กอีกสองกระป๋อง ทั้งหมด 440 บาท

… 440 บาท !!!

ความจริงราคานี้มันพอๆ กับบุฟเฟ่อาหารญี่ปุ่นสำหรับ 2 คนเลยนะเนี่ย แต่คิดอีกทีก็โอเค นี่มันบนรถไฟ ราคาจึงแพงมหาโหดแบบนี้ ถ้าเป็นข้าวผัดเรือดำน้ำ หรือข้าวผัดยานอวกาศดิสคัพเวอรรี่แล้วล่ะก็ คงหนักกว่านี้หลายเท่า

เพียงแต่ที่เล่ามาให้ฟังทั้งหมดนั้น ไม่ได้เศษเสี้ยวของเรื่องที่กำลังจะเล่าต่อไป โปรดอ่ากระพริบตา

เรานอนไม่หลับเลยให้ตายเถอะ หรืออย่างดีก็แค่ชั่วโมงนิดๆ จากการเดินทางทั้งหมดประมาณ 11 ชั่วโมง – แม่เจ้า!

การนอนบนรถไฟไม่ว่าจะเป็นชั้นไฮโซหรือคลาสไหน เปรียบไปคงเหมือนกับเรากำลังนอนหลับอยู่ในห้องแม่บ้าน … กลางเมืองหลวง ประเทศเฮติ ยังไงยังงั้น

เพราะมันทั้งสั่นไหวได้ทุกอุปกรณ์และไส้ติ่ง แถมระบบเสียงรอบทิศทางอีกต่างหาก โรงหนังเมเจอร์ฯ น่าส่งคนมาดูงาน (ฮา) แต่อะไรก็เถอะคงไม่เกินใจรับไปกว่าเสียงอุปกรณ์เหล็กในห้องเสียดสีกัน กระแทกกระทั้น มันหยดติ๋งเลยคุณพี่

ยิ่งเมื่อแรงสั่นสะเทือนขนาด 8 ริกเตอร์ สนธิกำลังเข้ารวมกับอาการปวดฉี่แล้วล่ะก็ อยากตะโกนกรอกหูรัฐมนตรีคมนาคมคำเดียวเลยว่า “เมิงทำได้แค่นี้ใช่ไหม ไอ่วอกเอ้ย!”

แต่ก็นั่นแหละ นับเป็นโชคดีอย่างเดียวของการเดินทางเมื่อคืนเลยทีเดียว ที่เราไม่ลืมเอาเพลงที่เธอเลือกไว้มานอนฟัง – สิบรอบหรือกว่านั้นจำไม่ได้

นี่ละน้า ที่พระท่านว่า “ก่อนกินทุเรียนต้องผ่านหนาม ในสุขมีทุกข์ ในทุกข์ก็มีสุขซ่อนตัวอยู่เป็นธรรมดา”

ปีใหม่นี้ หาสุขในทุกข์ให้เจอนะเธอ

คนหน้าแปลก(ประหลาด)