วิธีชนะ*

เพื่อนร่วมงานหลายคน บ่อยๆ ทำหน้าเศร้าเข้ามาปรับทุกข์ทำนองว่า “ทำงานแทบตาย แต่ไม่เข้าตา” เรื่องทำนองนี้มักเกิดหลังงานของพวกเขาไม่เป็นไปตามคาด ไม่ถูกใจลูกพี่ ไม่ได้ใจลูกน้อง

“ต้องทำยังไง” พวกเขาทิ้งคำถามแบบนี้ทุกครั้งไป

จะว่าไม่มีหลักสูตรหรือหนังสือฮาวทูก็คงไม่ใช่ หนังสือทำนองนี้มีมากแถมมากเกินไปด้วยซ้ำ แม้กระทั่งหนังสือหญิง(ไม่)มั่น อย่าง คลีเอ้ เมโทรฯ และอีกมากมาย มากจนทำให้หลายครั้งกลับมาคิดว่า หากไม่มีหนังสือเหล่านี้ พวกเราจะคิดกันได้ไหม

งั้นลองดู …

เรื่องแรก หยุดโทษตัวเอง หยุดด่าตัวเอง และที่สำคัญหยุดทำร้ายตัวเองด้วยการทำหน้าเศร้าๆ อยู่ในบรรยากาศยะเยือก เสียก่อน การทำแบบนั้นไม่ทำให้อะไรดีขึ้น หรืออย่างดีก็แค่มีพระเอกหรือนางเอกมิวสิควีดีโอเกิดใหม่สักคน

ใครบ้างอยากทำงานกับเพื่อนซึมเศร้า หน้าหงิก คิดมาก ขี้ระแวง กล่าวโทษทุกอย่างรอบตัว (แต่ไม่เคยมองเห็นวิธีพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น) – ใช่ไม่ใช่?

ลุกขึ้นมาล้างหน้าล้างตาให้สดใส แต่งตัวเสียใหม่ ยิ่งไฉไลกว่าเดิมยิ่งดี เดินให้เร็วขึ้นสักนิด ยิ้มให้เก่งขึ้นสักหน่อย ทำไมน่ะเหรอ

เรื่องนี้เป็นศาสตร์ว่าด้วย “กายสั่งจิต จิตสั่งกาย” เลยล่ะ กายกับจิตทำงานสัมพันธ์กัน เวลาเราเศร้าซึม หน้าเราจะหุบตามแรงโน้มถ่วงเพราะเราไม่ฝืนกล้ามเนื้อ ดังนั้นยิ้มต้องฝืน(กล้ามเนื้อ) ไปลองส่องกระจกดู

ในทางกลับกัน เมื่อไหร่เราเศร้าสร้อย ให้ลองฝืนยิ้ม หรือเดินเร็วขึ้นหน่อย ทำตัวแอคทีฟขึ้นอีกนิด(นิดเดียวก็ได้) รับรองจะเกิดความคิดสดชื่นขึ้นมา(นิดนึง)ทันที อย่าเชื่อโดยไม่ได้ลองดูก่อน

เพราะงั้นใครจะมองว่าเรา “ระรื่น” ก็ช่างเขา พวกนั้นชอบคิดลบอยู่แล้ว …

ต่อมา หยุดตั้งคำถามผิดๆ กับตัวเองได้แล้ว คำถามผิดๆ ไม่เคยทำให้เราได้มาซึ่งคำตอบที่ถูกต้อง (ดอกจัน) อย่าง ทำไมเรามันห่วยอย่างนี้ ทำไมเราไม่เตรียมการดีกว่านี้ ทำไมพี่คนนั้นเป็นอย่างนั้น เจ้านายเป็นอย่างโน้น … สารพัดสัตว์บก !

ตั้งคำถามกับตัวเองเสียใหม่ หรือเรียกว่า “คำถามชูใจ” หรือ เลือกคำถามท้าทายตัวเองก็ได้ แบบ … เชื่อมั้ย? เราจะเอาชนะใจคนพวกนี้ให้ได้ หรือ (เออ …) เราทำอะไรพลาดไปวะ เชื่อดิ เที่ยวหน้าไม่มีแน่ๆ หรืออะไรทำนองนี้

สุดท้าย ผมกำลังลังเลที่จะเขียนว่า หัดมองหาโอกาส(ข้อดี)ในวิกฤต หรือหัดโลกในแง่บวกเสียบ้าง จริงๆ การมองโลกในแง่บวกก็ดีอยู่หรอก แต่หลังๆ ผมชอบใช้คำว่า “มองโลกตามความจริง” มากกว่า

ความจริงก็คือ ไม่มีใครเก่งมาแต่เกิด ความเก่งในสิ่งใดเกิดขึ้นได้เพราะเราได้ทำสิ่งนั้นมากพอและนานพอ หนังสือแปลเล่มหนึ่ง ทำวิจัยคนเก่งในโลกพบว่า พวกเขาเก่งได้เพราะทำสิ่งนั้นๆ (Focus) ไม่ต่ำกว่า 10,000 ชั่วโมง และแน่นอนว่าพวกเขาผิดพลาด ล้มเหลว และไม่เข้าตามาแล้วนับไม่ถ้วน

ความจริงก็คือ ความผิดพลาดต่างๆ นาๆ แสดงให้เราเห็นว่า เรายังคงเดินหน้าทำอะไรสักอย่าง คนตายแล้วเท่านั้นที่ไม่ต้องทำอะไร ไม่ว่าเราจะขับรถยนต์หลงทางมาแล้วกี่ทางแยก ตราบเท่าที่เรายังขับรถยนต์ต่อไป คอยระวังไม่ให้หลงทางในแยกเดิมๆ เราก็ยังคงอยู่บนเส้นทาง ใช่. เราผิดพลาดเพื่อถูกต้อง!

ความจริงก็คือ ทุกสิ่งอย่างมีการเปลี่ยนแปลงไปตามเหตุปัจจัยทั้งหมดทั้งสิ้น ในสนามแข่งขัน คนชนะต่างจากคนแพ้ตรงที่สามารถหาวิธีชนะได้ ฝ่ายที่หาวิธีชนะไม่ได้ก็ไม่ควรเสียอกเสียใจ เมื่อไหร่หาวิธีชนะได้ก็เมื่อนั้น คนในโลกนี้ล้มเลิกมากกว่าล้มเหลว คุณว่าไหม

ขุนอรรถ

ปล. ใครกำลังมีปัญหาหัวใจ ลองอ่านใหม่ ใช้ได้เหมือนกัน