แตร*

ใครไม่เคยเห็นจำนวนมอเตอร์ไซด์บนถนนในกรุงโฮจิมินห์ คงนึกไม่ออกว่าพวกเขาใช้ชีวิตกันบนถนนอย่างนั้นได้อย่างไร

มอ’ไซด์นับพันเคลื่อนที่กึ่งไหลไปตามถนนสองสามเลน โดยมีไฟเขียวไฟแดงตามแยกน้อยมากที่ใช้งานได้ นอกนั้นไฟแดงไฟเขียวเป็นเหมือนเสาแขวนขวดน้ำเกลือกลางถนน

ใครบางคนเรียกว่า “แยกวัดใจ” แต่ผมว่าไม่ใช่ ผมบอกชาวต่างชาติข้างๆ ว่า “Brave heart intersection” ต่างหาก

มันไม่มีระเบียบอะไรเลย ต่างคนต่างใช้แตรบีบเตือนกันและกัน ปาดกันไปมาน่าหวาดเสียวแต่ไม่ยักเห็นอุบัติเหตุสักครั้ง ไม่มีอุบัติเหตุไม่ว่า พวกเขาไม่ออกอารมณ์หัวเสียแล้วเปิดปากด่ากันให้เห็นเลย – ช่างเป็นวัฒนธรรมที่น่าสนใจจริงๆ

แรกๆ ยอมรับว่ารำคาญเสียงแตรมาก จินตนาการเหมือนเอาเป็ดมาติดไมค์จ่อปากแล้วปล่อยให้เดินเพ่นพ่านสัก 2-3,000 ตัวกลางถนน!

แป้น!
แป้น!
แป้น!
แป้น!
… แป้น!

วันนี้เป็นวันที่สามแล้ว จู่ผมก็คิดขึ้นมาได้ว่า ถ้าเสียงแตรไม่ได้มีไว้ด่า เหมือนคนไทยหลายร้อยปฏิบัติสืบต่อกันมาสองชั่วโคตรแล้วล่ะก็ มันคงต้องมีเสียงเอาไว้เพื่อสื่อสารเป็นแน่ และนี่คือบอกสนทนาที่ว่านั่น …

เธอ
ว่าไง
จะไปไหน
เล่นเนท
อ้าว ‘ไมไม่เล่นที่บ้าน
ไม่มีเพื่อน
โถ
เดี๋ยวคืนนี้เธอจะ “ออนเอ็ม” มะ
คิดดูก่อน
เอางี้ จะรออีกชั่วโมง ถ้าไม่ออนจะไม่รอแล้ว
โอเค
.
.
.
อ้าวเธอไปไหนมา ‘ไมไม่รับสาย
โทษทีไม่ได้เอาโทรศัพท์ไป
แล้วไปไหนมาดึกดื่น
ไปกินไอติมมา
ไอติมตอนสามทุ่มเนี่ยนะ
เออ ก็ไปกับเพื่อนสนิทน่ะ

ไม่มีอะไรหรอก คุยกันเฉยๆ

.
.
.
.

ขุนอรรถ