น๊อตติ้ง*

10:19 น.

“พี่ครับ แถวนี้มีเซเว่นมั้ย?” ผมเอ่ยถาม รปภ.หนุ่ม ผู้กำลังนั่งเฝ้าอาคารเหงาๆ ถัดจากตึกนิติศาสตร์ที่คุ้นเคย

พลันสายตาก็สะดุดเข้ากับโน๊ตบุ๊คสภาพใหม่กิ๊กของรปภ.หนุ่มนั่น!!! โอ้พระเจ้าช่วยกล้วยหักมุก! บัดเดี๋ยวนี้ รปภ.มีโน๊ตบุ๊คส่วนตัวกันแล้ว … ทั่นทักษิณของกระผมอยู่ที่ใดโปรดทราบ ประเทศเราเดินมาถูกทางท่านผู้นำแล้ว

“หลังรามฯครับ” รปภ.เงยหน้าตอบผมอย่างเฉยชา นี่อาจเป็นเวลาเล่นเฟสบุ๊คของเขา

ผมเดินตุ้บปัดตุ้บเป๋ไปตึกกีฬา มีน้องนักศึกษาแต่งชุดพร้อมเตะบอลนั่งคุยกันกลุ่มใหญ่ ด้านหลังพวกเขาเป็นตู้กดเครื่องดื่มบรรจุกระป๋อง ผมเดินรี่เข้าหาตู้กดสีฟ้าขนาดใหญ่กว่าตู้เย็นที่บ้านนั่น

เบื้องหน้า น้องคนหนึ่งกำลังสาระวนกับการหยดเหรียญลงไปในช่องแคบ ระหว่างรอ ผมเกิดไอเดียว่า ถ้าได้ออกแบบตู้กดเครื่องดื่ม ผมจะทำให้ไอ้ตู้บ้านั่นมีอะไรใหม่ๆ สักหน่อย – ประมาณนี้

ตู้กดจะออกแบบมีรูปขอทานแม่ลูกสองคนนั่งอยู่ด้านล่างสุด คนแม่ยื่นกะลาเก่าๆ ให้เราหยอดเหรียญ ใช่. ช่องหยอดเหรียญจะขยายกว้างเป็นทรงกลมรับกับกะลาที่ว่าส่วนคนลูกจะทำหน้าที่ทอนเงินด้วยใบหน้าสนุกสนาน!

หลังเลือกชนิดเครื่องดื่ม ปุ่มยืนยันจะเป็นแป้นทุบ! บนรูปทั่นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ส่วนเครื่องดื่มกระป๋องจะไหลออกมาช่องแบบเดิม บนช่องมีข้อความว่า “สองนคราประชาธิปไตย”

หลังคิดอกุศลเสร็จ พระเจ้าก็ลงโทษผมทันทีโดยการเสกให้กระเป๋าผมเหลือเหรียญรวมกันได้แค่ 6 บาท ในขณะที่โค้กกระป๋องละ 15 – บ้าแล้ว!

“น้องครับ พอจะมีเหรียญสิบสองเหรียญให้พี่แลกไหม” ผมบิ้วท์ตาเศร้ากับน้องนักกีฬาสองสามคนแถวนั้น – ไม่ได้ผล จิตอกุศลอันดับสองผุดขึ้นกลางใจว่า “กูไม่ขาวอย่างพอลล่าบ้างแล้วไป”

ช่างมัน ผมเดินพุงตกกลับมานั่งเปิดโน๊ตบุ๊คอย่างเงียบเชียบกับเพื่อนร่วมปลั๊กพ่วง 4-5 คนใต้ตึกนิติศาสตร์ตึกเดิม ขณะใจจดจ่อรอหน้าจอพร้อมใช้ พลันเกิดปัญญา …

อโรคา ปรมาลาภา การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ ฉันใด “อคาเฟอีน ปรมาน๊อตติ้ง” ใช่. ปราศจากคาเฟอีน กูจะเขียนอะไรดีวะ … ฉันนั้น

ขุนอรรถ