ยั๋ว*

สวัสดีวันเสาร์ครับเพื่อนๆ ทุกคน

เผลอแวบเดียวก็ผ่านเข้ามาถึงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนเมษาแล้ว เดือนเมษานี่ผมถือเป็นเดือนสำคัญของชีวิตผมเลยทีเดียว จะเรียกว่าเป็นเดือนเปลี่ยนชีวิตก็ว่าได้

ปลายเดือนเมษาฯ เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา หลังเที่ยวสงกรานต์เสร็จ ผมตัดสินใจเข้าตรวจสุขภาพประจำปี เพราะทนรำคาญอาการวูบ ใจสั่น และมีอาการมึนหัวที่เป็นติดต่อกันมาหลายเดือนก่อนหน้าไม่ไหว สันนิษฐานไว้ก่อนแล้วว่าต้องเกี่ยวกับหัวใจหรือไม่ก็เบาหวานเป็นแน่ …

แต่สิ่งที่พบกลับเป็นก้อนเนื้อขนาดใหญ่เกือบเท่ากันกับขนาดไต รังสีแพทย์ตรวจพบที่ไตด้านขวา หลังตั้งสติและเดินเข้าตรวจร่างกายซ้ำ(โรงพยาบาลอื่น) รวมถึงหา “เซกกันโอพีเนี่ยน” ก็พบว่าได้รับข้อแนะนำตรงกัน และไม่กี่วันต่อมา ผมก็ถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัดเป็นครั้งแรกให้ชีวิต

หลังผ่าตัด นอกจากไตด้านขวาจะหายไปแล้ว ผมรู้สึกชัดเจนว่า “ตัวตนเดิม” ของผมหายไปบางส่วน – บางส่วนเท่านั้น

จากเดิมที่คิดว่าเป็นคนอดทนมากอยู่แล้ว ผมกลับมีความอดทนมาขึ้นอีกนิดโดยเฉพาะกับคนที่คิดต่างจากตัวเอง ผมมองเรื่องต่างๆ ใกล้ตัวมากขึ้นมาอีกนิด และแน่นอนว่าหลายเรื่องที่เคยเห็นว่ามันใหญ่โตมากกลับกลายเป็นเรื่องเล็กขี้ผง เรื่องเล็กบางเรื่องไม่ระแคะระคายต่อมลุยของผมเหมือนก่อน

เมื่อสองวันก่อน หลังพบว่ามึนหัวหลายวันติดกันคล้ายเดิม ผมก็เตรียมใจไว้ก่อนเดินเข้าไปตรวจสุขภาพอีกครั้ง หลังทิ้งช่วงมากกว่า 6 เดือนแล้ว (ผมต้องตรวจเช็คทุก 3-6 เดือน)

ลุ้นน่าดูครับ แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี นอกจากพบว่าคลอเรสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์เพิ่มขึ้นตามน้ำหนัก ซึ่งเป็นต้นเหตุของอาการมึนหัวที่ว่า … ปรับการกินการนอนสักหน่อย คงเรียบร้อยดี

ผมอยากบอกคนที่พยายามยั่วให้ผมโกรธว่า คงเหนื่อยหน่อย แต่ถ้ามันจะทำให้ชีวิตของเขาขาดสีสันไปบ้างจะบอกเอาบุญก็ได้ คือถ้าอยากให้ผมโกรธจริงๆ ก็ไม่ยากครับ แค่พยายามปลุกปั่นคนที่เคยรักกันดีๆ ให้เข้าใจผิดต่างๆ นาๆ แยกพวกเราออกเป็นสองสีสองฝ่ายนั่นแหละครับ ผมโคตรหงุดหงิดเลย

น้าเอ้

ปล. จำได้ว่าเคยบันทึกเหตุการณ์ไว้ >>> https://culturegap.wordpress.com/my_ca/