กันสมิธ (2)

ฉาก 3 : ถนนสู่คาสเทลเวคกิโอ เมืองเล็กๆ ในหุบเขาอะบรัสโซ มองเห็นบ้านสีขาวหน้าที่มีต่างขนาดเล็กเรียงรายไล่เลียบสันเขาอยู่ไกลๆ

แจ๊คขับรถเฟียตรุ่นกลางเก่ากลางใหม่นานเกือบสามชั่วโมง เมื่อถึงตัวเมืองที่หมาย สายตานับสิบเหลือบมองมาที่คนแปลกหน้าเชื้อสายอเมริกันอย่างสังเกตสังกา

เมื่อได้ที่พักในมุมปลอดภัยแล้ว แจ๊คจึงเดินออกมาสำรวจพื้นที่และผู้คน …

หน้าร้านอาหารเล็กๆ บาทหลวงเบเนเดตโต้ทักทายเขาเป็นคนแรก “ลูกไม่ใช่คนแถวนี้ ลูกมาเที่ยวหรือมาทำงาน” บาทหลวงชวนคุย

“ทำงานครับ ผมมาทำงาน” แจ๊คพยักหน้าเล็กน้อย

บาทหลวงเบเนเดตโตยังจับมือแจ๊คแน่น “งานอะไร”

“เออ … ผมเป็นช่างภาพครับ” แจ๊คค่อยๆ เลื่อนมือออกและเริ่มมองไปรอบๆ บริเวณตามสัญชาติญาณ

“ถ่ายรูปเหรอ หนังสืออะไร บอกพ่อได้ไหม” บาทหลวงเลิกคิ้วถาม

ไม่ว่าวินาทีนี้หรือวินาทีไหน แจ๊คไม่อาจวางใจใครได้แม้แต่พัลล์ผู้ดูแลนักสังหารเองก็ตาม แจ็คมองหน้าบาทหลวงด้วยสายตาคมกริบ จากสายตาของแจ๊ค บาทหลวงรับรู้ถึงบางสิ่งบางอย่างได้จากประสบการณ์ชีวิต

แต่คงเป็นเพราะสายตาของบาทหลวงไม่มีวี่แววอันตรายใดๆ แจ๊คตอบและชิงถามกลับ “หลายเล่มครับคุณพ่อ หลายเล่ม … คุณพ่อกำลังจะไปไหน”

“พ่อกำลังจะกลับวัด แต่เผอิญรถพ่อเสียตอนอยู่ตรงโน้น” บาทหลวงเบเนเดตโตชี้ให้ดูรถกระบะที่นั่งเดียวสภาพเก่าโทรม ด้านหลังบรรทุกลังไม้และถังนมโลหะ

“ผมคงพอช่วยคุณพ่อได้” แจ๊คหยิบอุปกรณ์ช่างแบบพับได้ออกมาจากกระเป๋า สบตาบาทหลวงให้เดินนำ

ครู่เดียวหลังเปิดฝากระโปรงรถกระบะปุโรทั่ง แจ๊คมุดลงไปงัดท่อขนาดเล็กออกมาเป่าเศษฝุ่นทรายและจัดแจงประกอบกลับเข้าในที่ของมันอีกครั้ง ก่อนบอกให้บาทหลวงทดลองติดเครื่อง

“ตัดๆ ตัดๆ … บรืนนนน” เสียงดังของเครื่องยนต์ค่อยๆ หมุนจนครบรอบของมัน มวลควันขาวพรูออกจากท่อไอเสียจนมองไม่เห็นอาคารที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

“ขอบใจมากนะลูก” บาทหลวงเบเนเนตโต้ชะโงกหน้ามาออกสบตาแจ๊ค แจ๊คพยักหน้ารับช้าๆ

ก่อนบาทหลวงเหยียบคันเร่งขับรถออกไป เขาจับมือจับไม้แจ๊คอีกครั้งและทำท่าเหมือนจะบอกอะไรสักอย่างจนแจ๊คต้องก้มหน้าเงี่ยหูฟัง

“บางทีลูกอาจต้องการไปสารภาพบาปที่วัด เมื่อพระเป็นเจ้ารับรู้ ลูกจะเป็นสุข และพ่อคงยินดีมาก” บาทหลวงกล่าวด้วยจิตเมตตา

“ขอบคุณ แต่ผมคงไม่” แจ๊คตอบไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

บาทหลวงยิ้มน้อยๆ เหมือนยืนยันว่าสิ่งที่เขาคาดคิดไว้-ถูกต้อง แล้วพูดด้วยสายตาอบอุ่นว่า “ทักษะของลูกค่อนไปทางช่างมากกว่าจะเป็นศิลปิน” บาทหลวงพูดจบแล้วขับรถออกไป

รถกระบะคันจิ๋วเคลื่อนตัวห่างไปเรื่อยๆ แจ๊คยืนมองบาทหลวงยื่นแขนโบกมือไปมาแทนคำว่า “ขอบคุณ”

บางทีแจ๊คอาจโหยหาชีวิตเป็นสุขอย่างบาทหลวงว่า หรือเขาเพียงแค่รอเวลา … รอใครสักคน

(ภาพ : แจ๊คเดินข้ามถนนกลับไปที่ร้านอาหาร)

ฉาก 4 : บนเส้นทางกลับที่พัก แจ๊คเดินผ่านตู้โทรศัพท์สาธารณะริมถนนขนาดรถคันเดียววิ่งได้ ถนนหนทางในเมืองเล็กๆ แห่งนี้เต็มไปด้วยมุมเล็กมุมน้อย ทางเลี้ยวมีบันไดสูงชันคดเคี้ยวหักศอก

“กัก กัก … กัก” เขาสังเกตเสียงรองเท้าพื้นหนังกระทบถนนที่ทำจากก้อนหินที่ดังจากข้างหลัง เสียงฝีเท้านั่นเดี๋ยวช้าเดี๋ยวเร็ว บางครั้งเสียงเงียบหายเมื่อเขาหยุดหายใจเพื่อรับฟัง

แจ๊คเร่งเท้าเพื่อให้พ้นแนวกำแพงแคบข้างหน้า ทันทีทันใดเขาหลบผลุบตัวเข้าไปในซอกประตูหน้าอาคารแถวหลังหนึ่งแล้วถอดรองเท้าออกซุกไว้ในซอกอิฐ

ประสบการณ์ของเขาบอกว่า ทีท่าของการสังหารหาจำเป็นต้องงดงามอย่างในหนังสืบสวนสอบสวนไม่ เพียงแค่มันสามารถสังหารเป้าหมายได้ นั่นคือความจำเป็นเพียงพอ

“กัก กัก … กัก” ในมือแจ๊คกำอาวุธปืนขนาดเล็กและสอดนิ้วรอลั่นไกไว้อย่างดี เขารอจนเสียงฝีเท้าต้องสงสัยผ่านไปได้เพียงเสี้ยววินาทีจึงรุดเดินด้วยถุงเท้าเปล่า

นั่นทำให้ฝีเท้าของเขาไร้เสียง

“ปรืนนนนน ปัง ปัง” เสียงแรงอัดจากท่อไอเสียรถมอเตอร์ไซด์ดังสวนทางมาจากอีกซอกซอยหนึ่ง …

โป้! โป้! เสียงปืนดังขึ้นสองนัด ชายบนรถมอเตอร์ไซด์ล้มลงใกล้ๆ จุดที่แจ๊คยืน แจ๊คหลบทัน แต่เสียงฝีเท้าต้องสงสัยวิ่งห่างออกไปในซอยมืดเบื้องหน้า

แจ๊คพบว่าชายบนรถมอเตอร์ไซด์นอนจมกองเลือดเสียชีวิต เขาคว้ามอเตอร์ไซด์ขึ้นมาขี่ตามเสียงฝีเท้าศัตรูไปติดๆ

ทันทีที่แจ๊คขี่มอเตอร์ไซด์ออกมาจนถึงถนนใหญ่ เขาเห็นรถยนต์ขนาดเล็กกวาดวงตีโค้งอย่างรวดเร็วตัดหน้า รถคันนั้นมุ่งหน้าไปบนถนนเปลี่ยว

แจ๊คประคองมอเตอร์ไซด์บนถนนหินก้อนใหญ่อย่างยากเย็นก่อนยิง “โป้ … โป้”

กระจกหลังแตกกระจาย รถคันเล็กที่กำลังขับหนีสบัดโดนมอเตอร์ไซด์ที่จอดข้างทางล้มลงหลายคัน

“โป้” คราวนี้แจ๊คตั้งใจยิงยางรถยนต์ที่ค่อยๆ วิ่งห่างออกไป – ได้ผล!

รถคันเล็กยางหน้าแตกเสียหลักพุ่งเข้าชนเกาะกลางถนน มอเตอร์ไซด์ของเขาล้มลงพาแจ๊คไถลไปข้างหน้าเกือบสองเมตร

เขายังกำปืนอยู่และยกจ่อไปที่ชายในรถคันนั้น เสี้ยววินาทีเป็นตายผ่านเข้ามาอีกครั้ง แจ๊คเข้าถึงตัวศัตรูก่อนและล็อคคอชายคนนั้นจากด้านนอกตัวรถ

“กึก” แจ็คโยนตัวหักกระดูกต้นคอของชายลึกลับกับขอบประตูรถอย่างแรง ชายในรถแน่นนิ่งไป เขามุดเข้าไปหยิบปืนของชายคนนั้นออกมาจากรถยนต์แล้วเดินกระเผก*ออกจากที่เกิดเหตุอย่างใจเย็น

“ระหว่างอุบัติเหตุกับฆาตกรรม อย่างแรกดีกว่าแน่ๆ” แจ็คคิด

ฉาก 5 : บนเส้นทางกลับที่พัก แจ๊คยืนอยู่ในตู้โทรศัพท์สาธารณะตู้เดิมก่อนเกิดเหตุ

“ทำไมพวกมันถึงรู้ว่าผมอยู่ที่นี่ ทำไม” แจ๊คถามพัลล์ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว

พัลล์มีน้ำเสียงงัวเงียจากการปลุกให้ตื่น “ไม่รู้สิ คงเพราะคุณไม่เหมือนเดิมแล้วแจ๊ค (แจ๊คยืนฟังอยู่เงียบๆ ก่อนพัลล์จะพูดต่อว่า) โทร.มาก็ดีแล้ว ผมมีงานให้ทำ งานนี้คุณแทบไม่ต้องกระดิกนิ้วลั่นไกด้วยซ้ำ”

แจ๊คเงียบไปก่อนพูดว่า “ผมขอคิดดูก่อน”

พัลล์เหมือนรู้ว่าแจ๊คกำลังจะวางหู จึงรีบพูดว่า “แจ๊ค ทำไมคุณไม่ใช้โทรศัพท์ในซองที่ผมให้ไป”

“แค่ไม่คุ้นเคย คุณก็รู้ ผมไม่ชอบอะไรที่เป็นเทคโนโลยีแบบนั้น” แจ๊คพูดจบแล้ววางหูโทรศัพท์กับที่แขวน

โปรดติดตามตอนต่อไป

ขุนอรรถ