กันสมิธ (7)

ฉาก 15 : ขบวนแห่พระแม่มารีต้องหยุดชะงักอย่างกะทันหัน ถนนปูด้วยหินรอบโบสถ์สับสนอลหม่านไปด้วยผู้คนนับร้อยที่ต่างวิ่งหนีเอาชีวิตรอดหลังเสียงปืนดัง

เสียงผู้คนดังเอะอะด้วยความตระหนก เมืองคาสเทลเวคกิโอไม่เคยมีเหตุการณ์ใดให้ต้องแตกตื่นตกใจเช่นนี้มาก่อน

แจ๊คล้มตัวลงเหนือคาร่า เขาพยายามสาดสายตาหาจุดกำเนิดเสียง เมื่อแน่ใจว่าจุดกำเนิดเสียงอยู่ไกลและนั่นไม่ใช่เสียงจากปลายกระบอกปืนซุ่มยิงอย่างที่ควรจะเป็น เขาหันกลับมาหาคนรักเธอด้วยสายตาเป็นห่วง “คุณโอเคนะ”

คาร่าและแจ๊คลุกขึ้นยืนในขณะที่ผู้คนยังวิ่งผ่านหน้าคนละทิศทาง “แจ๊ค เกิดอะไรขึ้น” คาร่าถาม แววตาของเธอเหมือนไม่มั่นใจอะไรสักอย่าง

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันที่รัก ช่างเถอะ ผมต้องไปทำงานให้เสร็จ คุณไปรอผมที่เดิม ไปรีบไป” แจ๊คเขย่าตัวคาร่าเบาๆ แต่หนักแน่น คาร่ารู้ว่าชีวิตของแจ๊คเต็มไปด้วยความลับ แต่เธอเชื่อในความรักครั้งนี้มากกว่า แจ๊คมองคาร่านิ่งจนเชื่อว่าสามารถเรียกสติของเธอกลับคืนมาได้แล้ว เขาจึงเร่งเท้าออกเดินไปบนถนนข้างโบสถ์ด้วยความระมัดระวัง

ฉาก 16 : มุมโบสถ์โบราณเป็นอาคารสูง 2 ชั้น กระเบื้องหลังคาหลายแผ่นตกลงมาแตกกระจายบนทางเดิน ร่างหญิงสาวใส่โอเวอร์โค้ทสีน้ำตาลอ่อนนอนบิดเบี้ยวห่างจากประตูโบสถ์ไม่ถึง 2 เมตร ไม่ไกลจากร่างของเธอมีปืนซุ่มยิงเก็บเสียงกระบอกยาวตกอยู่!

แจ๊คมองเห็นร่างนั้นจากระยะไกล เขารู้ว่าเธอคนนั้นคือมธิลดา! นั่นทำให้เขาหยิบปืนพกพร้อมยิงออกมาแล้วรุดเข้าไปถึงร่างหญิงสาวก่อนใคร

ใบหน้าด้านขวาของมธิลดาแหลกเละจนแทบจะไม่น่ามีใครจดจำได้ เธอนอนนิ่งแทบไม่เคลื่อนไหว สังเกตุได้เพียงลมหายใจรินๆ แผ่วลงทุกที

นักสังหารมือสองอย่างมธิลดาย่อมรู้ดีว่า สักวันไม่เขาก็เธอต้องตายจากคมกระสุนด้วยกันทั้งนั้น แต่ไม่นึกว่าเธอจะเสียท่าโดนแจ๊คตบตาสลับกลไกภายในปืนซุ่มยิงก่อนส่งมอบ

วิถีกระสุนทะลวงย้อนกลับด้านกลายเป็นระเบิดขนาดเล็กที่มีพิษสงมากเพียงพอต่อการสังหารผู้เล็งยิงเสียเอง

เสียงฝีเท้าของผู้คนยังคงดังผ่านไปมาโดยไม่สนใจใยดีต่อเหตุการณ์ต่างๆ เบื้องหน้า แจ๊คและมธิลดามองตากันด้วยเข้าใจในธรรมชาติและความเป็นไปของสายอาชีพนี้

“ใคร?” แจ๊คย่อตัวลงถามข้างๆ ร่างของมธิลดา

พิษของบาดแผลทำให้มธิลดาไม่สามารถพูดออกมาเป็นคำๆ ได้ แจ๊คโน้มตัวลงเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ เขาได้ยินเพียงเสียงตะกุกตะกักจากลำคอที่เต็มไปด้วยเลือดข้น

แจ๊คเงยหน้าขึ้นแล้วถอนใจ “พัลล์อยู่ที่นี่ด้วยใช่ไหม” มธิลดากระพริบตาแทนคำตอบ

“ขอบคุณ” แจ๊คกล่าวพลางพยักหน้าเหมือนต้องการให้มธิลดารู้ว่าเขานับถือทั้งฝีมือและหัวใจของนักสังหารอย่างเธอ … นี่อาจเป็นเสมือนเสียงสวรรค์สุดท้ายที่มธิลดาได้ยิน

แจ๊คละจากมธิลดาแล้วมุ่งหน้าผ่านผู้คนที่มุงดูไปทางหอนาฬิกาอย่างรวดเร็ว เขาไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองเขาจากทางเดินในที่สูง

ฉาก 17 : ทางเดินและบันไดแคบๆ ปูด้วยหินลัดเลาะไปตามบ้านเรือน เสียงฝีเท้ากึกกักสะท้อนไปมายากต่อการกำหนดทิศทางของเสียง แต่สำหรับนักสังหารแล้ว มันไม่ยากเกินคาดเดาอารมณ์จากฝีเท้าได้

แจ๊คเร่งหนีเสียงฝีเท้าหนึ่งอย่างตั้งใจ เขาดูเป็นกังวลและมีอาการกระสับกระส่ายเมื่อเสียงฝีเท้าขยับใกล้เข้ามาทุกที โดยเฉพาะเมื่อแจ๊ครู้ว่าเสียงฝีเท้านั้นเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำอะไรสักอย่างไม่ต่างจากเขา

เส้นทางแคบๆ ทำให้รู้สึกคล้ายกับกำลังเดินเข้าไปในซอยตัน แจ๊คหันมาตรวจสอบเสียงฝีเท้าเป็นระยะๆ แล้วจู่ๆ เสียงฝีเท้าของผู้ติดตามก็เงียบลงกะทันหัน แจ๊คหยุดเดินแล้วหันไปดูรอบตัว

แทนที่เป็นด้านหลัง แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น เงาดำของผู้ชายคนหนึ่งปรากฏขึ้นตรงเชิงบันไดด้านหน้า ห่างจากแจ๊คไม่เกิน 20 ก้าว

“โป้ โป้” แจ๊คยกปืนขึ้นยิงโดยไม่ลังเล ชายในเงาดำล้มลง เสียงจากปืนของแจ๊คก้องกลบเสียงกระสุน 2 นัดจากปืนเก็บเสียงที่ดังมาจากด้านหลัง!

แจ๊ครู้ว่าเขาพลาดท่าเสียแล้ว สัญชาติญาณบอกเขาว่าต้องจัดการกับต้นเหตุให้ได้เสียก่อน “โป้ โป้” แจ๊คหันกลับมายิงพัลล์ที่ปรากฏตัวอย่างเงียบๆ พร้อมปลายกระบอกปืนเก็บเสียงที่ส่องมาทางแจ๊ค

เสียงปืนยังสะท้อนก้องไปรอบบริเวณ แจ๊คทรุดตัวลงนั่งบนเข่าในมือเขายังกำปืนเล็งไปที่เป้าหมาย ส่วนพัลล์ล้มกลิ้งนอนพับไปต่อหน้า

เมื่อมั่นใจว่าคมกระสุนเข้าจุดสำคัญของเป้าหมาย แจ๊คค่อยๆ ประคองตัวลุกเดินหนีไปจากที่เกิดเหตุ

ฉาก 18 : ในรถเฟียตเก่าๆ ของแจ๊ค เขากำลังมุ่งหน้าไปยังสถานที่นัดหมาย มือขวาของเขากำพวงมาลัย ในขณะที่มือซ้ายกุมท้องชุ่มเลือด ระยะทางที่เคยใกล้กลับยิ่งไกลกว่าความเป็นจริง แจ๊คมองตั๋วเครื่องบิน 2 ใบวางอยู่บนเบาะด้านขวา

แจ๊คนึกถึงภาพสุดท้ายที่เขาเห็นพัลล์ นึกถึงคำพูดหลายอย่างของพัลล์ซึ่งครั้งหนึ่งแทบจะเป็นเพื่อนคนเดียวของเขา

“แจ๊ค คุณก็รู้ว่า การก้าวออกจากงานนี้เป็นเพียงแค่การก้าวจากมุมมืดหนึ่งไปสู่อีกมุมมืดหนึ่งเท่านั้น”

“งานแบบนี้ไม่เหมาะให้เราสร้างความสัมพันธ์กับใครหรอกแจ๊ค”

“ผู้คนทั่วไปมองว่านักสังหารคือคนร้าย แต่พวกเขาไม่รู้หรอกว่าเราไม่ได้ฆ่าคน เรากำลังลงมือฆ่าความชั่วร้ายที่ไม่มีใครจัดการมันได้มากกว่า”

ภาพของเป้าหมายสังหารหลายรายหลุดผ่านเข้ามาในสมอง สำหรับแจ๊ค การสังหารไม่ใช่เรื่องส่วนตัว หากแต่มันมีเหตุผลมากมายยิ่งกว่าการมองเพียงชั้นเดียว

แจ๊คกัดฟันแน่นแล้วทุบพวงมาลัยหลายต่อหลายครั้งเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด ภาพพล่ามัวที่เขาเห็นเบื้องหน้าไม่ใช่เส้นทางลัดเลาะเนินเขา แต่หากเป็นภาพหญิงสาวคนรักที่กำลังรออยู่ริมลำธาร – ที่เดิมที่นั่น

รถเฟียตสีน้ำเงินเลี้ยวตัดออกจากถนนหลวงผ่านป่าโปร่งเข้าไปยังลำธารธรรมชาติที่อยู่ข้างหน้า แจ๊คเห็นคาร่ายืนรออยู่ ท่าทางเป็นกังวล

“แจ๊ค” เขาอ่านคำจากริมฝีปากของคาร่า

ภาพที่เห็นช่างพล่ามัวราวกับมีม่านหมอกหนาขวางเขาและคาร่าไว้ ผีเสื้อตัวใหญ่ขยับปีกใสสีขาวโบกตัวบินขึ้นไปเหนือทุ่งหญ้าเชิงเขา

เสียงคาร่าดังมาจากริมลำธาร แจ๊คมองเห็นเธอไกลๆ เขาเห็นเธอกวักน้ำสาดมาทางแจ๊ค “แจ๊ค แจ๊ค มาเล่นน้ำกัน” คาร่าและสายน้ำธรรมชาติที่ปรากฏตรงหน้าเป็นภาพจริงที่สวยงามกว่าภาพฝัน

แจ๊คไม่ตอบอะไร สายตาที่เขามองคาร่าเต็มไปด้วยความเข้าใจ โลกกว้างใบนี้ไม่ได้มีสถานที่ปลอดภัยไปเสียทั้งหมด

จบบริบูรณ์

(End title)

ขุนอรรถ