สมัย*

7:56 น.

ผมนอนดูคลิปและฟังเรื่อง “โพสโมเดิร์น” ด้วยความหงุดหงิดงุ่นง่าน แอนด์คันนิ้วยิกๆ ฟังจบก็รีบโดดออกจากที่นอน เดินปลิวหิ้วเป้ลงมาข้างล่าง …

… เปิดโน้ตบุ๊ควางเตรียมไว้ในมุมถนัด หยิบถ้วยมัคพร้อมกับน้ำปริมาณสองในสาม ใส่เข้าไปในไมโครเวฟ

“เช้านี้ต้องโกโก้ร้อนเท่านั้น” ผมคิด

ถ้าเป็นเมื่อก่อน หากจะเขียน(บ่น)เรื่องการจราจร ผมจะเริ่มจากการหาข้อมูลในช่องแคบกูเกิ้ลหลายนาที ประมาณว่าในกรุงเทพฯ มีปริมาณรถมากน้อยแค่ไหน อัตรารถใหม่ที่เกิด งานมอเตอร์โชว์ครั้งล่าสุด รวมไปถึงการเปรียบเทียบกับความยาวถนนว่าขาดเกินอย่างไร

“รถติด”เป็นเรื่องที่ไม่ต้องหาข้อมูลอะไรแบบนั้นอีกแล้ว ถ้าใครอยู่ในกรุงเทพแต่อดทนเรื่องรถติดไม่ได้ ก็ควรลาออกจากกรุงเทพไป

(อารมณ์เดียวกับใครไม่รักชาติก็จงออกไปจากชาตินี้ – หนักเข้าอาจถูกผลักใสให้ไปอยู่ชาติหน้า!)   

ไม่รู้คุณจะเกิดทันไหม วันที่ถนนในกรุงเทพรถจะติดแค่วันจันทร์กับวันศุกร์ ติดเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน หรือไม่ก็รถติดหลังฝนตก …

แต่ถ้าคุณเกิดมาพร้อมแยก “ลำสาหัส” ทั่วกรุงเทพฯ รถติดทุกวันทุกเวลา ขอให้ภูมิใจว่าคุณเป็นคนยุคใหม่รุ่นใหม่ที่ไม่ต้องใส่ใจว่าวันนั้นเป็นวันอะไร ไม่ต้องวางแผนเดินทางก่อนหรือหลังชั่วโมงเร่งด่วน โคตรโชคดีที่ไม่ต้องทำแบบนั้น

รถติดคือผลิตผลสำคัญของโลกสมัยใหม่ (Modernized world) …

หามองย้อนกลับไป นับตั้งแต่ “โรงงานวิทยาศาสตร์” เกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ เขาไม่ได้ผลิตรถยนต์และเครื่องไฟฟ้าใช้เท่านั้น โรงงานนี้ยังทำให้เราแข่งกันออกรถใหม่มาจอดบนถนนได้อีก  

ใช่, โรงงานวิทยาศาสตร์ยังผลิต “ความทันสมัย” ให้เป็น “สินค้าความเชื่อ” ส่งออกขายเป็นชุดๆ ลักษณะเดียวกับอุตสาหกรรมรถยนต์ จัดจำหน่ายไปทุกเมืองทั่วโลก – เมืองที่อุดมไปด้วยความสมัยใหม่

บนท้องถนน โลกสมัยใหม่ยังผลิตสินค้าความเชื่ออีกมากมาย อย่าง การใช้ทางเท้า (Footpath)  สัญญาณจราจร ไฟเขียวไฟแดง ทางม้าลาย รวมไปถึงกฎหมาย ทั้งกฎหมายใหญ่(แม่) และกฎหมายน้อย(ลูก)

หรือแม้กระทั่งในระดับจิตใจ โลกสมัยใหม่ยังผลิตความเชื่อ(ใหม่) ที่ว่าพระยานาคเป็นสัตว์ในนิทาน พระเจ้าไม่มีจริง กษัตริย์ไม่ใช่สมมุติเทพ ฯลฯ (เมื่อก่อนคิด)    

แต่ไม่ถึงร้อยปีที่ผ่านมา ความเชื่อว่าวิทยาศาสตร์ได้นำพาชีวิตเข้าสู่โลกสมัยใหม่ และเชื่อว่าโลกสมัยใหม่มีความทันสมัยสะดวกสบาย มีบทพิสูจน์มากมายว่าไม่ได้เป็นไปอย่างที่เชื่อที่ว่านั้น

วันนี้ เรามีรถไฟฟ้า หม้อหุงข้าว เครื่องซักผ้า โทรศัพท์มือถือ แต่กลับไม่มีเวลาหนักกว่าเก่า  มิหนำซ้ำ ความสมัยใหม่ยังทำให้โลกกำลังจะขาดแคลนน้ำมัน ไฟฟ้า ทำให้โลกร้อนขึ้น ร้อนจนแสบตัวแสบหน้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมา

เมื่อโลกสมัยใหม่ไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป โลกหลังสมัยใหม่ หรือแนวคิดแบบโพสโมเดิร์นจึงเริ่มค่อยๆ กลายเป็นนักแสดงนำในเวลานี้

จะเห็นได้จากอาการกบฏ(เกรียน)ต่อกฎเกณฑ์ต่างๆ ของแนวคิดแบบโลกสมัยใหม่ทั้งหลาย เกิดเป็นคำถามมากมายหลายต่อหลายชุดที่กำลังถกเถียงกันในสังคมเสมือนจริง (Virtual) และสังคมจริงๆ อย่างในบ้าน ในโรงเรียน ในที่ทำงาน 

พวกโพสโมเดิร์นมีความเชื่อว่า ความจริงและความดีเป็นเรื่องปัจเจก เป็นเรื่องของใครของมัน  ความจริงและความดีไม่เป็นสากล

ปัญหาคือ นักโพสโมเดิร์นอาชีพทั้งหลายและเราเองก็น่าจะสรุปได้ว่า สังคมไทยยังไม่ได้ยกเท้าก้าวเข้าสู่โลกสมัยใหม่เลยด้วยซ้ำ พวกเราหลายคนยังอยู่ในยุคกลาง ยุคที่เรายังกราบไหว้ขอพรจากต้นไม้ หรือขอให้ซากศพทารกแห้งๆ คุ้มครอง!  

เรายังไม่ได้เดินบนทางเท้าอย่างทั่วถึง ยังไม่ได้ข้ามถนนบนทางม้าลาย ยังขับรถฝ่าไฟแดง ยังฝ่าฝืนกฎหมายทั้งฉบับเล็กฉบับใหญ่กันอย่างที่เห็น(และที่เป็นเองด้วย)

ปัญหาก็คือ นักโพสโมเดิร์นอาชีพเองก็ไม่ได้เสนอทางออกอะไรให้ มีเพียงแต่มีข้อโต้แย้งหรือคำถามต่อความเชื่อเดิมต่างๆ ที่สามารถนั่งดีเบตได้เป็นวันๆ ทั้งที่พวกเขาก็ยังหาทางออกให้ตัวเองไม่ได้ – จิตนิยมก็ไม่ชอบ วัตถุนิยมก็ไม่ใช่  

ปัญหาก็คือ สังคมไทยยังเชื่อไสย ยังเชื่อในสิ่งไม่มีอะไรให้เชื่อ ในขณะเดียวกันวิทยาศาสตร์ก็ไม่มีอะไรให้เชื่อได้อย่างที่อธิบายไว้

เรายังต้องเดินผ่านโลกสมัยใหม่ก่อนใช่ไหม สมัยเราต้องเดินต่อไปด้วยความเชื่อแบบไหน เราก้าวข้ามไปสู่โลกหลังสมัยใหม่เลยได้หรือไม่

ทั้งที่โลกหลังสมัยใหม่เป็นเพียงคำถามไม่ใช่คำตอบ – นี่แหละโลกโพสโมเดิร์น

ขุนอรรถ