Someone like you*

11:15 น. 

เวลานี้น่าจะเหมาะกับข้าวซอยหรือขนมจีนน้ำเงี้ยวสักจานมากกว่า ผมเลือกกระชับกระเป๋าสะพายเดินเข้าร้านกาแฟเล็กๆ ร้านหนึ่งริมถนนราชดำเนิน – กลางมหานครเชียงใหม่ 

บนถนนนอกร้านแดดแรงขนาดย่างไก่ได้สบายๆ ถ้ามีใครกล้าสั่งกาแฟร้อนผมยินดีจ่ายแบบหาเพื่อนคุย 

“ลาเต้เย็นครับ” ผมสั่ง – น้องบาริสต้าตัวเล็กๆ ใส่แว่นกรอบกลมสีดำชี้ค-ชี้ค ตั้งใจรับออเดอร์ 

โต๊ะกาแฟในร้านมีแค่สี่ชุดเล็กๆ กับเคาเตอร์บาร์และเก้าอี้สตูสามตัว ผมวางกระเป๋าสะพายจองโต๊ะติดประตูบานเฟี้ยมหน้าร้าน 

ยืนสำรวจชั้นวางหนังสือตื้นๆ ที่มีใบปลิวมากกว่าหนังสือ บนผนังติดป้ายอธิบาย”สตอรี่”กาแฟแก้วต่างๆ ของร้าน กับโปรโมชั่นอีกหลายแผ่น 

… ผมได้มื้อเที่ยงแล้ว 

“เอานี่ครับ” ผมชี้ไปที่ป้ายให้น้องเขาดู 

“ฮันนี่โท้สนะคะ” น้องบาริสต้าคนเดิมดันแว่นเงยหน้าถาม ผมยักคิ้วแบบคนกรุงเทพ 

ผมยกมือถือส่งเมสเสจหาใครคนหนึ่ง แถมด้วยโทร.แจ้งผู้จัดการโรงแรม(ที่นอนฟรีแอนด์มีรถให้ใช้) ว่ากุญแจห้องติดกระเป๋ามาโดยบังเอิญ 

“ไม่เป็นไรครับ ผมมีกุญแจสำรอง พี่เอ๋ตามสบายเลยครับ” ร.เรือของผู้จัดการคนนี้ชัดเจนล้ำหน้านักเรียนท้อปภาษาไทยหลายคน 

ลาเต้เย็นมาแล้ว บาริสต้าตั้งใจใส่ไล่สีกาแฟและนมออกเป็นชั้นๆ “คุณใส่นมก่อนกาแฟ หรือกาแฟก่อนไม่ทราบ” ผมคิดแต่ยังไม่ทันได้ถาม เพราะมัวเลิกคิ้วตะลึงงันกับจานฮันนี่โท้สเบื้องหน้า 

ขนมปังเนื้อดีและหนากว่าฟาร์มเฮ้าส์สองแผ่นประกบกัน ปิ้งด้วยไฟและเวลากำลังดีจนสังเกตุได้จากสีน้ำตาลเล็มและรอยไหม้ 

– จริงสิ จะว่าไป กลิ่นหอมของขนมปังปิ้งใหม่หอมทั่วร้านตอนใช้โทรศัพท์ตะกี้ 

น้ำผึ้งบนขนมปังปิ้งกับไอศครีมวานิลลา กาแฟเย็น เสียงเพลง someone like you ของอเดล กับบทสนทนาเพื่อชีวิตของวัยรุ่นชายสองคนที่เพิ่งมาใหม่ ทำให้เกิดคำถามมากมายจนเกือบเข้าข่ายฟุ้งซ่าน 

“… เค้ารู้หรือไม่ว่าคนชั้นกลางและชั้นบนกำลังหาเงินให้รากหญ้าผ่านกลไกทางภาษี  เสื้อยืดตัวหนึ่งที่เราผลิตออกมา ตัดเป็นส่วนของภาษีไม่รู้เท่าไหร่ 

… เขาเอาภาษีของเราไปทำอะไร เอาใจรากหญ้าด้วยประชานิยมแบบนั้นใช่ไหม แล้วเมื่อไหร่ popularism แบบนี้จะหมดไปเสียที …” รุ่นพี่ว่าชุดใหญ่ รุ่นน้องได้แต่พยักหน้าหงึกๆ 

(ผมคิด) ก็มัวแต่สร้างความแตกแยกด้วยความเชื่ออยู่แบบนี้ต่างหาก ทั้งที่ความจริงอีกด้านคือคุณจะอยู่อย่างไรถ้าไม่มีคนรากหญ้าคอยสร้างบ้านหรือทำงานหนักให้ 

ก็มัวแต่คิดหาเหตุผลแยกคนออกเป็นกลุ่มๆ ด้วยระบอบการปกครองสารพัดอยู่อย่างนี้ต่างหาก ที่ร้ายไม่ใช่ระบอบหรือมาตราอะไร ตราบใดที่คนใช้ยังมุ่งทำลายฝ่ายตรงข้าม  คงต้องแก้กฏหมายอีกหลายสิบรอบ 

ก็มัวแต่สนับสนุนการแยกสี แยกเสื้อ แยกภาค แถมด้วยความยินดีมีรอยยิ้มเมื่อกันคนออกจากความเชื่อของตนได้ มัวแต่สร้างภูมิคุ้มกันจนเกินพอดี แบบนี้มีหรือร่างกายจะทนได้ เตรียมตายยกเล้ารอมร่อ 

… (ผมหยุดคิด) 

เขาสองคนคุยกับพักใหญ่ก่อนลุกเดินออกไปเมื่อกาแฟหมด ผมยกลาเต้เย็นขึ้นดูดทีละน้อย “หอมดีจังแต่จืดไปนิด” — เพราะบทสนทนาและความคิดที่ว่าหรือเปล่าก็ไม่รู้ 

ร้านกาแฟกลับมาสงบอีกครั้ง แบ็กแพกเกอร์สาวยุโรปหน้าสวยลากรองเท้าแตะมาสั่งกาแฟ เราทักทายกันด้วยสายตาเป็นมิตร มีรอยยิ้มมุมปากเป็นของแถม 

บางที ร้านกาแฟร้านหนึ่ง มันต้องมีองค์ประกอบมากเหลือเกินกว่าจะเรียกว่า “ร้านกาแฟดีๆ” และหลายอย่างเราค้นหาไม่เจอในกูเกิ้ล 

ขุนอรรถ