กลิ่น*

(เอาล่ะ ได้เวลาลงไม้ลงมือเสียที นักมวยขึ้นเวทีเอาแต่ฟุตเวิร์คฉันใด นัก(ดัดจริต)เขียนเอาแต่ซักผ้า ละเลียดกาแฟ แอนด์แถไปอ่านโน่นอ่านนี่ แซวคนนั้นคนนี้ในเฟสบุ๊ค จะเป็นนักเขียนได้ยังไง – ฉันนั้น)

ผมยกกาแฟที-อิน-วันที่ชงเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วขึ้นจิบ ประสานนิ้วเข้าหากันแล้วดัดดังกร๊อก.. ก่อนจดนิ้วลงไปบนคีย์บอร์ด

8:53 น.

แสงแดดจากนอกบ้านหุบๆ หายๆ นาทีเว้นนาที แต่ลมสบายที่โปรยตัวเข้ามาจากฝั่งประตูหลังบ้านทำให้รู้สึกดี นี่เป็นผลมาจากประตูหน้าบ้านเปิดกว้างเอาไว้

“อยากให้ลมผ่านบ้าน ต้องรู้จักการเดินทางและนิสัยของลม บ้านใหญ่ๆ หรือประตูหน้าต่างบานใหญ่ๆ ลมอาจไม่เข้าไป เพราะนิสัยเขาชอบเข้าเฉพาะบ้านที่มีทางระบายออกพอๆ กัน” ใครบางคนบอกไว้นานแล้ว

… ปลายลิ้นยังกรุ่นกลิ่นกาแฟสำเร็จรูปเน้นหวานมัน นี่ล่ะ เราคงถามหากลิ่นกาแฟคั่วเข้มจากซองกาแฟที-อิน-วันไม่ได้

ขณะรับรสที่ปลายลิ้น สังเกตไหมจมูกก็สัมผัสกลิ่นของกาแฟด้วย … แต่ทันใดนั้นเอง!

กลิ่น กลิ่นอะไร (สูดหายใจสั้นๆ 2-3 ที) … ประสาทรับรู้กำลังบอกเราว่า “กลิ่นที่ท่านกำลังรับชมอยู่ตอนนี้ ไม่ได้มีเพียงกลิ่นกาแฟเท่านั้น”

“ปลาร้าครับทั่น ปลาร้าแน่ๆ” ประสาทส่วนแยกแยะสสารกำลังส่งสัญญาณผ่านกระดูกไขสันหลังขึ้นมา

ว.๒ ว.๓ สมการเปลี่ยน!

แดดก็ไม่มี ในขณะที่ลมเอื่อยสบายยังคงจูงมือปลาร้าเข้ามาเที่ยวในบ้านอย่างต่อเนื่อง

“บ้าแล้ว คนภาคไหนกินปลาร้ากันแต่เช้า” เราคิด

“เดี๋ยวทำกับข้าวเสร็จ กลิ่นคงค่อยๆ จางไป” เราคิดอีก พลางสำรวจประตูหน้าต่าง จัดการเปิดกว้างๆ ทั้งฝั่งเข้าและฝั่งออกตามทฤษฎีลม

(8 นาทีผ่านไป)

“ขอโทษเถอะครับ กับข้าวอย่างอื่นไม่คิดจะทำให้สามีและลูกกินบ้างหรือยังไง” เราคิดแล้วคิดอีก สลับกับการยกกาแฟจิบแบบรู้คุณค่า รู้สิ รู้ว่ากาแฟหมดเมื่อไหร่ กลิ่นกาแฟปลายลิ้นและปลายจมูกจะหายไป เหลือไว้แต่น้องปลาร้าล้วนๆ

“จัดหนักขนาดนี้คงไม่ได้ทำกินแหง แม่เขา*คงมีอาชีพทำปลาร้าขาย … หรือไม่ก็ส่งออก” เราคิดและเริ่มหาวิธีหยุดคิด

(*แม่เขา เป็นการพยายามให้คำสุภาพอย่างมีวัฒนธรรม)

จู่ๆ ความคิดนี้ก็วิ่งเข้ามา …

โลกมันก็เป็นแบบนี้แหละ อะไรเกินกายเกินใจเรา เราควบคุมมันไม่ได้ ทุกอย่างเปลี่ยนไปตามเหตุปัจจัยร้อยพัน ใครพยายามควบคุมสรรพสิ่งภายนอก ถ้าไม่เรียกว่าบ้าก็คงใกล้บ้าเต็มที

จะมีใครพยายามเปลี่ยนโลกโดยไม่ลงมือทำอะไรสักอย่าง

สตีฟ จ๊อบส์เปลี่ยนโลกด้วยเครื่องมือที่ควบคุมด้วยนิ้วโป้ง ส่วนแจ๊ค ดอร์ซี่ เปลี่ยนโลกการสื่อสารยาวๆ เยิ่นเย้อด้วยทวิตเตอร์ 140 ตัวอักษร

มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ค รู้ดีว่าพวกเรามีความลับเก็บไว้มากมาย แถมรู้อีกว่า มีคนอยากรู้อยากเห็นความลับในใจของอีกฝ่าย – ในโลกที่เต็มไปด้วย Hiddeh agenda โลกที่กำลังตามหา “วาระซ่อนเร้น” มาร์คแปลงความลับออกมาเป็นคำว่า สเตตัส (Status)

เห็นไหม อยากเปลี่ยนโลกก็จงหยุดควบคุมอะไรที่เราบังคับมันไม่ได้ แล้วหันไปลงมือทำอะไรสักอย่าง

… ว่าแล้ว ผมเดินไปปิดประตู!

ขุนอรรถ